เข้าใจเส้นทางธรรมชาติของการตั้งครรภ์
การมีบุตรยาก (Infertility) ถือเป็นความท้าทายทางจิตใจและร่างกายสำหรับคู่สมรสหลายคู่ โดยนิยามทางการแพทย์จะวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากเมื่อคู่สมรสที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอสัปดาห์ละสองถึงสามครั้ง โดยไม่ได้คุมกำเนิดใดๆ เป็นเวลาติดต่อกันครบหนึ่งปี (หรือหวดหกเดือนในสตรีที่มีอายุมากกว่าสามสิบห้าปี) แต่ยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ หัวใจสำคัญที่สุดของการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์คือความเข้าใจในกระบวนการตกไข่ (Ovulation) และการคำนวณช่วงเวลาทองที่ไข่และอสุจิจะได้ปฏิสนธิกันอย่างแม่นยำ
กลไกการตกไข่และวงจรประจำเดือนของสตรี
วงจรประจำเดือนปกติของสตรีโดยทั่วไปจะกินเวลาประมาณยี่สิบแปดวัน แต่สามารถแปรผันได้ตั้งแต่ยี่สิบเอ็ดถึงสามสิบห้าวัน โดยในแต่ละรอบเดือน รังไข่จะผลิตไข่ที่สุกเต็มที่หนึ่งใบออกมาสู่ท่อนำไข่ (Fallopian Tube) กระบวนการนี้เรียกว่าการตกไข่ ไข่ที่ตกออกมาจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงสิบสองถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น ในขณะที่เซลล์อสุจิสามารถมีชีวิตอยู่ในระบบสืบพันธุ์เพศหญิงได้นานถึงสามถึงห้าวัน ดังนั้น ช่วงเวลาที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูงสุดจึงไม่ใช่เพียงแค่วันที่ไข่ตกวันเดียว แต่เป็นช่วงห้าวันก่อนไข่ตกจนถึงวันไข่ตก ซึ่งเรียกว่าช่วงหน้าต่างแห่งการเจริญพันธุ์ (Fertile Window)
วิธีนับวันไข่ตกที่แม่นยำเพื่อโอกาสตั้งครรภ์สูงสุด
การทราบวิธีนับวันไข่ตกที่ถูกต้องจะช่วยลดความเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนครอบครัว โดยมีวิธีหลักๆ ที่สามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเองดังนี้
การคำนวณด้วยวิธีปฏิทิน (Rhythm Method)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีประจำเดือนมาสม่ำเสมอทุกเดือน วิธีการคือให้สังเกตความยาวของรอบเดือนตนเองย้อนหลังหกเดือน โดยนับจากวันแรกที่มีประจำเดือนของรอบนี้ ไปจนถึงวันแรกที่มีประจำเดือนของรอบถัดไป หากรอบเดือนสม่ำเสมอที่ยี่สิบแปดวัน การตกไข่จะเกิดขึ้นประมาณวันที่สิบสี่ของการนับรอบเดือน (นับวันแรกที่มีประจำเดือนเป็นวันที่หนึ่ง) ช่วงเวลาที่ควรมีเพศสัมพันธ์คือวันที่สิบเอ็ดถึงวันที่สิบห้าของรอบเดือน
การสังเกตมูกปากมดลูก (Cervical Mucus)
ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มสูงขึ้นก่อนการตกไข่จะทำให้ลักษณะของมูกที่ปากมดลูกเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เคยขุ่นหรือเหนียว จะเปลี่ยนเป็นใส ลื่น ยืดหยุ่นได้ดีคล้ายไข่ขาวดิบ เพื่อช่วยให้อสุจิว่ายผ่านเข้าไปปฏิสนธิได้อย่างสะดวก สตรีหลายท่านสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงนี้ได้บริเวณกระดาษชำระหลังปัสสาวะ
การตรวจระดับฮอร์โมนลูทิไนซิง (LH Surging) ด้วยชุดตรวจไข่ตก
ชุดตรวจการตกไข่ปัสสาวะ (Ovulation Predictor Kit - OPK) เป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูง โดยชุดตรวจจะตรวจจับปริมาณฮอร์โมน LH ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นก่อนไข่ตกประมาณยี่สิบสี่ถึงสามหกชั่วโมง หากผลตรวจขึ้นขีดเข้มเท่ากันหรือเข้มกว่าขีดควบคุม แสดงว่าไข่กำลังจะตกในอีกไม่ช้า และเป็นสัญญาณเตือนให้มีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลานั้นทันที
สาเหตุและอุปสรรคทางการแพทย์ที่ทำให้มีบุตรยาก
หากคู่สมรสใช้วิธีคำนวณวันไข่ตกและมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยทางการแพทย์ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้Aเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
ความผิดปกติจากฝ่ายหญิง
- ความผิดปกติของการตกไข่: เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome - PCOS) ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ หรือภาวะฮอร์โมนโปรแลคตินสูง
- ความผิดปกติของท่อนำไข่: ท่อนำไข่อุดตันหรือตีบตันจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
- ความผิดปกติของมดลูก: เนื้องอกมดลูก ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก หรือพังผืดในโพรงมดลูก
- อายุที่มากขึ้น: คุณภาพและปริมาณของไข่จะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อสตรีมีอายุเกินสามสิบห้าปี
ความผิดปกติจากฝ่ายชาย
- คุณภาพของอสุจิ: ปริมาณอสุจิต่ำ การเคลื่อนไหวของอสุจิไม่ดี หรือรูปร่างของอสุจิผิดปกติ
- ความผิดรูปของท่อทางเดินปัสสาวะหรืออัณฑะ: เช่น ภาวะหลอดเลือดขอดในถุงอัณฑะ (Varicocele) หรือการติดเชื้อเรื้อรัง
สัญญาณเตือนและอาการที่ควรพบแพทย์ทันที
คู่สมรสควรเดินทางมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจวินิจฉัยเชิงลึก หากพบอาการหรือเงื่อนไขดังต่อไปนี้
- สตรีอายุเกินสามสิบห้าปีและพยายามตั้งครรภ์มานานเกินหกเดือนแล้วยังไม่สำเร็จ
- มีประวัติประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ขาดหายไปนาน หรือปวดประจำเดือนรุนแรงผิดปกติ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
- มีประวัติการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หรือเคยผ่าตัดบริเวณช่องท้องและอุ้งเชิงกราน
- ฝ่ายชายมีประวัติผ่าตัดอัณฑะ เคยได้รับอุบัติเหตุ หรือมีปัญหาทางเพศสัมพันธ์
วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่
เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง
การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์
- การตรวจเลือดฮอร์โมน: เพื่อประเมินการทำงานของรังไข่และระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง
- การอัลตร้าซาวด์อุ้งเชิงกราน: เพื่อดูความสมบูรณ์ของมดลูก รังไข่ และนับจำนวนฟองไข่ตั้งต้น (Antral Follicle Count)
- การฉีดสีดูท่อนำไข่ (Hysterosalpingography - HSG): เพื่อตรวจสอบว่าท่อนำไข่เปิดโล่งหรือไม่
- การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ (Semen Analysis): เพื่อประเมินจำนวน การเคลื่อนไหว และรูปร่างของอสุจิฝ่ายชาย
วิธีรักษา
ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค โดยเริ่มตั้งแต่การใช้ยา กระตุ้นการตกไข่ การทำIUI (Intrauterine Insemination) หรือการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF / ICSI) ซึ่งมีอัตราความสำเร็จสูงในปัจจุบัน