ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

วิกฤตเด็กติดจอ สู่ปัญหาโภชนาการและการนอนหลับที่พ่อแม่ต้องรู้

ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน ปัญหาการให้เด็กเข้าถึงหน้าจอโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่วัยเยาว์ กลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของครอบครัว ภาวะเด็กติดหน้าจออย่างรุนแรงไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่พฤติกรรมก้าวร้าวหรือพัฒนาการทางสังคมที่ล่าช้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเผาผลาญ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร เช่น การไม่ยอมเคี้ยวอาหาร ไม่ยอมกินข้าว และนาฬิกาชีวภาพของการนอนหลับ (Circadian Rhythm) ที่ผิดเพี้ยนไปอย่างรุนแรง

ในทางการแพทย์ พฤติกรรมเสพติดหน้าจอในเด็ก (Problematic Screen Use) ส่งผลกระตุ้นหลั่งสารโดปามีน (Dopamine) ในปริมาณสูงและต่อเนื่อง ทำให้สมองส่วนควบคุมความยับยั้งชั่งใจพัฒนาได้ช้าลง ส่งผลให้เด็กปฏิเสธกิจวัตรประจำวันตามธรรมชาติ การแก้ไขปัญหานี้จึงมีความซับซ้อน และในบางกรณีที่มีอาการทางจิตเวชเด็กและวัยแพทย์ร่วมด้วย แพทย์อาจจำเป็นต้องพิจารณาใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรมและการใช้ยาอย่างระมัดระวังภายใต้การดูแลของกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม หรือจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาเมื่อภาวะติดจอรุนแรงร่วมกับความผิดปกติทางพฤติกรรม

เมื่อเด็กมีอาการติดมือถือขั้นรุนแรงจนเกิดภาวะแทรกซ้อนทางจิตเวช เช่น โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder - ADHD) โรคซึมเศร้าในเด็ก โรคความวิตกกังวล หรือภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต แพทย์อาจพิจารณากลุ่มยาทางการแพทย์ดังต่อไปนี้ร่วมกับการบำบัดทางจิตวิทยา

ยากลุ่มกระตุ้นสมองและปรับสมาธิ

ใช้ในกรณีที่เด็กมีอาการสมาธิสั้นร่วมด้วย ทำให้ไม่สามารถโฟกัสกิจกรรมอื่นได้นอกจากหน้าจอ การใช้ยาในกลุ่มนี้จะช่วยปรับระดับสารสื่อประสาทในสมองให้สมดุล ทำให้เด็กมีความสามารถในการควบคุมตัวเองดีขึ้น และลดความหมกมุ่นกับหน้าจอลงได้

ยากลุ่มปรับอารมณ์และลดความวิตกกังวล

หากเด็กมีอาการหงุดหงิดรุนแรง อาละวาด กรีดร้อง หรือทำร้ายตัวเองเมื่อถูกยึดโทรศัพท์มือถือ แพทย์อาจพิจารณายากลุ่มSSRIs (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors) หรือยาปรับอารมณ์อื่นๆ เพื่อลดความรุนแรงของอาการทางอารมณ์

ยากลุ่มช่วยนอนหลับ

แสงสีฟ้า (Blue Light) จากหน้าจอมือถือยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ทำให้เด็กนอนไม่หลับ หลับยาก หรือตื่นกลางดึก แพทย์อาจพิจารณาให้ฮอร์โมนเมลาโทนินสังเคราะห์ในขนาดต่ำสำหรับเด็ก เพื่อปรับวงจรการนอนให้กลับสู่ภาวะปกติ แต่ต้องอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์เท่านั้น

คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาในเด็กที่มีปัญหาติดจอนั้น ไม่ใช่การรักษาหลัก แต่เป็นเพียงตัวช่วยเสริมเพื่อลดอาการรุนแรงทางพฤติกรรมและอารมณ์ เพื่อให้กระบวนการปรับพฤติกรรมและการจัดการสิ่งแวดล้อมในครอบครัวดำเนินไปได้ผลดีขึ้น พ่อแม่ไม่ควรคาดหวังให้ยาแก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จโดยปราศจากการจำกัดเวลาหน้าจอ

ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัย

เนื่องจากยาที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและระบบประสาทในเด็กเป็นกลุ่มยาควบคุมพิเศษ (Controlled Medications) ขนาดยา วิธีใช้ และระยะเวลาในการรักษา จะต้องถูกกำหนดและคำนวณอย่างแม่นยำโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น โดยอิงจากปัจจัยสำคัญดังนี้

  • น้ำหนักตัวของเด็ก (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม)
  • อายุและระดับพัฒนาการทางร่างกาย
  • ความรุนแรงของอาการทางพฤติกรรมและโรคร่วม
  • การตอบสนองต่อยาในระยะเริ่มต้นของการรักษา

พ่อแม่ผู้ปกครองมีหน้าที่ต้องป้อนยาตามขนาดและเวลาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามปรับลดหรือเพิ่มขนาดยาเองเด็ดขาด และต้องมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลข้างเคียงและปรับแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา

การใช้ยาเพื่อปรับพฤติกรรมและช่วยการนอนหลับในเด็ก อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ผู้ปกครองต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเบื่ออาหาร ซึ่งอาจยิ่งทำให้อาการไม่ยอมกินข้าวมีความรุนแรงขึ้นในช่วงแรก
  • อาการง่วงซึมในเวลากลางวัน หรือมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย
  • อาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจในบางราย
  • การนอนหลับผิดปกติจากฤทธิ์ยา

หากพบอาการผิดปกติเหล่านี้ ผู้ปกครองควรจดบันทึกอาการและรีบปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาทันทีเพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนตัวยาหรือขนาดยา

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยานอนหลับ ยากล่อมประสาท หรืออาหารเสริมเมลาโทนินสำหรับผู้ใหญ่มาให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาด การใช้ยาเหล่านี้โดยไม่มีคำสั่งแพทย์อาจกดการหายใจ ส่งผลอันตรายถึงชีวิต หรือทำให้เกิดภาวะพึ่งพายาทางจิตวิทยาได้ นอกจากนี้ห้ามใช้ยาแก้แพ้ที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอนเพื่อจุดประสงค์ในการกล่อมให้เด็กหลับ เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อระบบประสาทส่วนกลางของเด็ก

วิธีดูแลพฤติกรรมร่วมกับการรักษาทางการแพทย์

การแก้ไขปัญหาลูกติดมือถือ ไม่ยอมกินข้าว และไม่ยอมนอนอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในบ้านร่วมด้วย ดังนี้

  • กำหนดเวลาการใช้หน้าจอให้ชัดเจน (Screen-free Zone / Screen-free Time) เช่น งดใช้จอก่อนนอนอย่างน้อยสองชั่วโมง
  • สร้างกิจกรรมทางเลือกทดแทน เช่น การอ่านนิทาน การเล่นต่อบล็อก หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกันในครอบครัว
  • จัดระเบียบมื้ออาหารโดยไม่มีหน้าจอมาเกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้รสชาติและการเคี้ยวอาหารตามธรรมชาติ
  • สร้างสุขอนามัยการนอนหลับที่ดี (Sleep Hygiene) เช่น เข้านอนและตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกวัน

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

  • ปรึกษากุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรมทันทีหากเด็กมีอาการรุนแรงเมื่อถูกห้ามใช้มือถือ
  • ห้ามใช้ยาจิตเวช ยานอนหลับ หรืออาหารเสริมใดๆ กับเด็กโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • ปฏิบัติตามขนาดยาและเวลาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • ปรับพฤติกรรมในครอบครัว ลดการใช้หน้าจอของผู้ปกครองเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down