ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

บทนำและภาพรวมของอาการนอนกรนและการสะดุ้งตื่นในเด็ก

อาการนอนกรนในเด็กไม่ใช่เรื่องปกติที่น่าเอ็นดูอย่างที่หลายคนเข้าใจ ในทางการแพทย์ อาการนอนกรนร่วมกับการสะดุ้งตื่นกลางดึก ผวา หายใจลำบาก หรือตื่นมาแล้วงอแง มักเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ในเด็ก ซึ่งเป็นภาวะที่ทางเดินหายใจส่วนบนแคบลงหรือถูกปิดกั้นชั่วขณะขณะนอนหลับ ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง สมองต้องส่งสัญญาณกระตุ้นให้ร่างกายสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพื่อฮึดหายใจ ทำให้เด็กนอนหลับไม่สนิท พักผ่อนไม่เพียงพอ และส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง ร่างกาย และพฤติกรรมในระยะยาวอย่างคาดไม่ถึง

สถิติทางการแพทย์พบว่าภาวะนอนกรนเรื้อรังพบได้ประมาณร้อยละสิบถึงร้อยละยี่สิบของเด็กทั่วไป แต่กลุ่มที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรงจะพบได้ประมาณร้อยละหนึ่งถึงร้อยละห้า โดยมักพบบ่อยที่สุดในช่วงอายุสองถึงหกปี ซึ่งเป็นช่วงที่ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โตตามธรรมชาติ หากพ่อแม่สังเกตเห็นอาการผิดปกติเหล่านี้ การพามาพบกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินหายใจและการนอนหลับเพื่อตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการนอนกรนและสะดุ้งตื่นกลางดึก

กลไกหลักของอาการนอนกรนเกิดจากการที่อากาศไหลผ่านทางเดินหายใจส่วนบนที่ตีบแคบ ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนบริเวณลำคอ เช่น เพดานอ่อน ต่อมทอนซิล หรือโคนลิ้น เกิดการสั่นสะเทือนขณะหายใจเข้า สำหรับสาเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยในเด็ก ได้แก่

  • ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต: เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งในเด็กวัยก่อนเรียน ต่อมน้ำเหลืองทั้งสองนี้ทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรค แต่หากมีการติดเชื้อบ่อยครั้งจะทำให้ต่อมโตจนไปปิดกั้นทางเดินหายใจส่วนหลังจมูกและลำคอ
  • โรคภูมิแพ้จมูกอักเสบและไซนัสอักเสบ: การอักเสบเรื้อรังจากสารก่อภูมิแพ้ทำให้เยื่อบุจมูกบวม มีน้ำมูกมาก หายใจทางจมูกไม่ได้ จนต้องอ้าปากหายใจ ซึ่งเพิ่มแรงต้านทานในทางเดินหายใจ
  • ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน: ไขมันที่สะสมบริเวณลำคอและช่องอกทำให้ทางเดินหายใจแคบลง ส่งผลให้อาการนอนกรนมีความรุนแรงมากขึ้น
  • ความผิดปกติทางกายวิภาค: เช่น คางเล็ก กรามยุบ ลิ้นใหญ่ หรือกระดูกเพดานปากสูงแคบ ซึ่งอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
  • ปัจจัยกระตุ้นภายนอก: การรับคบุหรี่มือสองหรือควันธูปในบ้าน ซึ่งระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจทำให้เกิดการบวมอักเสบ

อาการสำคัญและลำดับความรุนแรงของโรค

อาการแสดงของเด็กที่มีภาวะนอนกรนร่วมกับการสะดุ้งตื่นกลางดึกมักพัฒนาจากน้อยไปมาก หากสังเกตพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะช่วยลดความเสี่ยงได้ดี

  • อาการในระยะเริ่มแรก: เด็กเริ่มนอนกรนเสียงดังเป็นประจำทุกคืน หายใจทางปากขณะนอนหลับ มีเหงื่อออกมากผิดปกติในช่วงกลางคืน กระสับกระส่ายพลิกตัวไปมาบ่อย
  • อาการในระยะเด่นชัด: มีอาการสะดุ้งตื่นกลางดึกพร้อมกับอาการสำลัก สะอื้น หรือเหมือนคนหายใจไม่ออก ตื่นมากลางดึกแล้วร้องกวน ปัสสาวะรดที่นอนบ่อยกว่าปกติในเด็กที่เคยฝึกห้องน้ำได้แล้ว
  • อาการในระยะส่งผลกระทบต่อกลางวัน: ตื่นมาตอนเช้าแล้วไม่สดชื่น ง่วงนอนในเวลากลางวัน หงุดหงิดง่าย สมาธิสั้น ซนผิดปกติ (Hyperactivity) ซึ่งมักถูกวินิจฉัยสลับกับโรคสมาธิสั้น (ADHD) ผลการเรียนตกลง และมีพัฒนาการช้ากว่าวัย

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลโดยด่วน เนื่องจากสมองและหัวใจอาจขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง
  • มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน คือหยุดหายใจไปช่วงขณะหนึ่ง (ประมาณสิบวินาทีขึ้นไป) แล้วตามด้วยเสียงเฮือกหรือสำลักลมหายใจ
  • ริมฝีปาก เล็บมือ หรือผิวหนังมีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ขณะนอนหลับ ซึ่งแสดงถึงภาวะพร่องออกซิเจนรุนแรง
  • เด็กตื่นนอนด้วยอาการปวดศีรษะรุนแรงในตอนเช้า หรือมีอาการอาพุ่งในช่วงเช้า
  • มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหายใจหอบเหนื่อยรุนแรงขณะหลับ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบกุมารแพทย์ กุมารแพทย์จะดำเนินการประเมินอย่างละเอียดตั้งแต่การซักประวัติพฤติกรรมการนอน การตรวจร่างกายช่องปาก คอ จมูก และอาจพิจารณาการส่งตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

  • การตรวจการนอนหลับ (Polysomnography หรือ PSG): ถือเป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ในการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นการตรวจวัดคลื่นสมอง การหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และอัตราการเต้นของหัวใจตลอดคืน
  • การเอกซเรย์คอส่วนบน (Lateral Neck X-ray): เพื่อประเมินขนาดของต่อมอะดีนอยด์และทางเดินหายใจส่วนบน
  • การตรวจภูมิแพ้: เช่น การทำ Skin Prick Test หรือการตรวจเลือด Specific IgE หากสงสัยว่าอาการนอนกรนสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้เรื้อรัง

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการดูแลที่บ้าน

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงและสาเหตุที่ตรวจพบ โดยแพทย์อาจพิจารณาวิธีการรักษาดังนี้

  • การรักษาด้วยยา: เช่น ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกและยาต้านฮิสตามีน ในกรณีที่มีสาเหตุจากเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เพื่อลดอาการบวมและเปิดทางเดินหายใจ
  • การผ่าตัดต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ (Tonsillectomy and Adenoidectomy): เป็นการรักษาหลักในเด็กที่มีต่อมโตมากจนอุดกั้นทางเดินหายใจอย่างรุนแรง
  • การใช้อุปกรณ์อัดแรงดันอากาศบวก (CPAP): ในกรณีที่ไม่สามารถผ่าตัดได้หรือมีภาวะอ้วนร่วมด้วย
  • การดูแลที่บ้าน: จัดห้องนอนให้ปลอดโปร่ง ปราศจากไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และปรับท่านอนให้เด็กนอนตะแคงเพื่อลดการตกของโคนลิ้นไปอุดกั้นทางเดินหายใจ

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามเพิกเฉยหรือปล่อยให้อาการนอนกรนเรื้อรังดำเนินต่อไปโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากปล่อยไว้ นานอาจส่งผลต่อพัฒนาการของหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโครงสร้างใบหน้าและกรามที่ผิดรูปได้ นอกจากนี้ ห้ามให้เด็กใช้ยานอนหลับหรือยาแก้แพ้ชนิดง่วงซึมโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์เด็ดขาด เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจคลายตัวมากเกินไปและเกิดภาวะหยุดหายใจเฉียบพลันได้

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันเชิงรุกสามารถทำได้โดยการเสริมสร้างสุขภาพและภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง เพื่อลดอัตราการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนที่นำไปสู่ภาวะทอนซิลอักเสบเรื้อรัง

  • การรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อ: เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนปอดอักเสบ (PCV) เพื่อป้องกันการติดเชื้อรุนแรงในระบบทางเดินหายใจ
  • โภชนาการที่สมดุล: เน้นอาหารครบห้าหมู่ ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารที่มีน้ำตาลสูงเพื่อป้องกันโรคอ้วน
  • สุขอนามัยในครอบครัว: ล้างมือสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจ และงดการสูบบุหรี่หรือจุดธูปภายในบ้านโดยเด็ดขาด

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่

คำแนะนำจากคุณหมอ:

ขั้นตอนปฏิบัติที่พ่อแม่สามารถทำได้ทันทีเพื่อดูแลลูกน้อย ได้แก่:

  • สังเกตและบันทึกพฤติกรรมการนอนของลูก เช่น เสียงกรน ลักษณะการสะดุ้งตื่น และอาการง่วงนอนกลางวัน
  • ปรับท่านอนของลูกให้เป็นท่านอนตะแคงแทนท่านอนหงาย
  • ควบคุมสิ่งแวดล้อมในห้องนอนให้สะอาด ปราศจากฝุ่น ควัน และสารก่อภูมิแพ้
  • พาเด็กไปรับวัคซีนป้องกันโรคทางเดินหายใจตามกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัด
  • รีบพากุมารแพทย์เฉพาะทางประเมินอาการทันทีหากมีอาการนอนกรนร่วมกับสะดุ้งตื่นกลางดึกติดต่อกันหลายวัน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down