ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องปัญหาการนอนกรนและสะดุ้งตื่นในเด็ก

การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับการเจริญเติบโต พัฒนาการทางสมอง และการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายเด็ก หากเด็กมีอาการนอนกรนร่วมกับการสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยครั้ง อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติของการนอนหลับลึก แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพกายและพัฒนาการทางสมองในระยะยาว กลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อยได้แก่เด็กในช่วงวัยอนุบาลและประถมที่มีต่อมทอนซิลหรือต่อมอะดีนอยด์โต หรือเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคภูมิแพ้อากาศเรื้อรัง

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการนอนกรนและสะดุ้งตื่น

อาการนอนกรนเกิดจากการตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนบนขณะนอนหลับ เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณคอและช่องคอคลายตัว ลมหายใจที่ผ่านช่องทางที่แคบลงจะทำให้เนื้อเยื่ออ่อนสั่นสะเทือนเกิดเป็นเสียงกรน ส่วนอาการสะดุ้งตื่นกลางดึกเกิดจากสมองตรวจพบว่าระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงเนื่องจากทางเดินหายใจถูกปิดกั้นชั่วคราว สมองจึงต้องส่งสัญญาณฉุกเฉินปลุกร่างกายให้ตื่นขึ้นเพื่อสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ส่งผลให้เด็กนอนหลับไม่สนิท หลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืน และตื่นมาด้วยความอ่อนเพลีย

อาการแสดงร่วมและผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก

อาการในระยะเริ่มแรกอาจสังเกตเห็นเพียงเสียงกรนเบาๆ เป็นบางคืน แต่หากอาการรุนแรงขึ้น เด็กจะมีอาการหายใจลำบาก ต้องอ้าปากหายใจขณะนอนหลับ มีเหงื่อออกมากผิดปกติ และสะดุ้งตื่นกลางดึกด้วยความตกใจหรือร้องไห้ ในระยะยาว เด็กจะประสบปัญหาตื่นนอนยาก ง่วงนอนเวลากลางวัน สมาธิสั้น พัฒนาการช้าลง หงุดหงิดง่าย ผลการเรียนตกลง และอาจส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ทำให้ส่วนสูงและน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการสะดุ้งตื่นกลางดึกและการนอนกรนเสียงดังจนหยุดหายใจชั่วขณะ เป็นภาวะที่ห้ามละเลยเด็ดขาด เพราะหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงความดันโลหิตในปอดสูงได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบกุมารแพทย์ทันที

พ่อแม่ควรสังเกตอาการเตือนภัยที่บ่งบอกว่าภาวะการหายใจขณะหลับมีความรุนแรงและต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับในเด็ก ได้แก่

  • สังเกตเห็นเด็กหยุดหายใจขณะนอนหลับ นานเกินสิบวินาทีขึ้นไป
  • มีอาการสำลักน้ำลาย สะดุ้งตื่นด้วยอาการหอบเหนื่อยหรือหายใจไม่ออก
  • ริมฝีปาก เล็บมือ หรือผิวหนังมีสีเขียวคล้ำเนื่องจากขาดออกซิเจน
  • เด็กตื่นมาบ่นปวดศีรษะอย่างรุนแรงในช่วงเช้าหลังตื่นนอน
  • มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น ซนสมาธิสั้นผิดปกติ หรือซึมลงอย่างมากในเวลากลางวัน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบกุมารแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมการนอนของเด็ก ตรวจร่างกายในช่องปาก คอ จมูก เพื่อประเมินขนาดของต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ รวมถึงตรวจหาภาวะเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ตรวจการนอนหลับ (Polysomnography หรือ Sleep Test) เพื่อบันทึกการทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมอง ระดับออกซิเจนในเลือด และลักษณะการหายใจตลอดทั้งคืน

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวเบื้องต้นที่บ้านอย่างปลอดภัย

การดูแลรักษาเบื้องต้นที่บ้านสามารถทำควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์เพื่อช่วยให้เด็กหายใจสะดวกขึ้นและฟื้นตัวได้เร็ว

  • ปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้ปราศจากไรฝุ่น ฝุ่นละออง และสารก่อภูมิแพ้ เช่น การใช้เครื่องฟอกอากาศและการทำความสะอาดห้องนอนสม่ำเสมอ
  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อเป็นประจำ หากเด็กมีอาการน้ำมูก ภูมิแพ้ หรือจมูกบวมอักเสบ เพื่อช่วยเคลียร์ทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ปรับท่านอนให้เหมาะสม อาจให้เด็กนอนตะแคงเพื่อลดการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบน หลีกเลี่ยงท่านอนหงายที่ทำให้อลิ้นไก่และโคนลิ้นตกลงไปบล็อกทางเดินหายใจ
  • ควบคุมน้ำหนักตัวของเด็กให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามกราฟการเจริญเติบโต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงและไขมันอิ่มตัวสูง
คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้หมอนหนุนที่สูงหรือต่ำจนเกินไปอาจทำให้คอพับและหายใจลำบาก ควรเลือกหมอนที่มีความหนาแน่นและระดับความสูงพอดีรองรับส่วนคอและศีรษะของเด็กให้แนวกระดูกสันหลังอยู่ในแนวตรง

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กนอนกรน

ผู้ปกครองต้องระมัดระวังในเรื่องสำคัญต่อไปนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเด็ก

  • ห้ามซื้อยาพ่นจมูกที่มีส่วนผสมของสารลดบวม (Decongestant) มาใช้พ่นติดต่อกันเป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะอาจทำให้เกิดภาวะเยื่อจมูกอักเสบจากการใช้ยาเกินความจำเป็น (Rebound Congestion)
  • ห้ามให้เด็กรับประทานอาหารมื้อดึกหรือดื่มนมก่อนนอนใกล้เวลาเข้านอนเกินไป เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกรดไหลย้อน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหลอดลมอักเสบและหายใจติดขัด
  • ห้ามละเลยอาการนอนกรนโดยคิดว่าเป็นเพียงเสียงหายใจปกติหรือคิดว่าจะหายไปเองตามวัย

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันปัญหาระยะยาวทำได้โดยการส่งเสริมสุขภาพทางเดินหายใจให้แข็งแรง ป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจด้วยการรักษาสุขอนามัยล้างมือบ่อยๆ พาเด็กไปรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และโรคปอดอักเสบตามกำหนด สร้างเสริมโภชนาการที่ครบถ้วนและกระตุ้นให้เด็กออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดภาวะอ้วนและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อระบบทางเดินหายใจ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ดูแล: สังเกตเสียงกรนและการสะดุ้งตื่นทุกคืน ควบคุมน้ำหนักและจัดห้องนอนไร้ฝุ่น ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเมื่อมีอาการคัดจมูก และรีบพากุมารแพทย์ตรวจวินิจฉัยทันทีหากพบสัญญาณหยุดหายใจหรือตื่นมาเพลียตอนกลางวัน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down