ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกนอนกรนและง่วงนอนกลางวัน เรื่องใกล้ตัวที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

อาการนอนกรนในเด็กไม่ใช่เรื่องปกติหรือเรื่องน่ารักที่แสดงว่าเด็กหลับลึกอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ในทางการแพทย์ นี่คือสัญญาณเตือนสำคัญของภาวะการหายใจผิดปกติขณะหลับ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมอง พฤติกรรม และการเรียนรู้ของเด็กอย่างรุนแรง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ปัญหาโรคสมาธิสั้นเทียม ผลการเรียนตกต่ำ และปัญหาสุขภาพระยะยาว

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก

สาเหตุหลักของอาการนอนกรนในเด็กมักเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในขณะนอนหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) โดยมีสาเหตุสำคัญดังนี้

  • ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดในเด็กวัยอนุบาลและประถม ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง
  • โรคภูมิแพ้อากาศอักเสบเรื้อรัง เยื่อบุจมูกบวม และมีน้ำมูกอุดกั้น ทำให้เด็กต้องหายใจทางปาก
  • ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ซึ่งมีเนื้อเยื่อไขมันไปสะสมรอบลำคอและทางเดินหายใจ
  • ความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร เช่น คางเล็กหรือขากรรไกรล่างหดไปด้านหลัง

เมื่อเด็กนอนหลับ กล้ามเนื้อทั่วร่างกายจะผ่อนคลายรวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ ทำให้ทางเดินหายใจที่แคบอยู่แล้วยุบตัวลงจนเกิดการอุดกั้น ส่งผลให้อากาศไหลผ่านไม่สะดวก เกิดเป็นเสียงกรน และหากมีการอุดกั้นสมบูรณ์จะทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สมองต้องตื่นตัวขึ้นมาเพื่อสั่งให้หายใจ (Micro-arousal) แม้เด็กจะไม่รู้ตัว แต่กระบวนการนี้ทำให้คุณภาพการนอนหลับพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

ผลกระทบต่อสมอง สมาธิ และการเรียนของลูกน้อย

การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นช่วงเวลาที่สมองของเด็กหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) และเป็นเวลาที่สมองทำการจัดระเบียบความทรงจำและพัฒนาการเรียนรู้ หากเด็กนอนกรนและมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จะเกิดผลกระทบลูกโซ่ดังนี้

  • ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงชั่วคราว ส่งผลให้สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมสมาธิ การยับยั้งชั่งใจ การวางแผน และการตัดสินใจ ทำงานได้ไม่เต็มที่
  • เด็กตื่นนอนไม่สดชื่น อ่อนเพลีย ง่วงนอนในเวลากลางวัน หรือในบางรายอาจแสดงออกด้วยพฤติกรรมซุกซน หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน ซึ่งมีอาการคล้ายคลึงกับโรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder หรือ ADHD) จนอาจได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่คลาดเคลื่อน
  • ความสามารถในการจดจำ การเรียนรู้ภาษา และทักษะทางคณิตศาสตร์ลดลง ส่งผลให้ผลการเรียนตกลงอย่างเห็นได้ชัด
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณครูที่โรงเรียนทักว่าลูกหลับในห้องเรียน เหม่อลอย หรือซนผิดปกติ ร่วมกับที่บ้านสังเกตเห็นว่าลูกนอนกรนอ้าปากหายใจ ควรพามาพบกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจหรือการนอนหลับเพื่อตรวจประเมินทันที

อาการและสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

นอกจากเสียงกรนดังสนั่นแล้ว พ่อแม่ควรสังเกตอาการร่วมอื่นๆ ที่บ่งชี้ว่าภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นมีความรุนแรงและต้องได้รับการรักษาโดยด่วน ได้แก่

  • ลักษณะการหายใจผิดปกติ เช่น หายใจแรง หายใจลำบาก มีช่วงหยุดหายใจไปชั่วขณะแล้วสะดุ้งเฮือกราวกับสำลักน้ำ
  • ท่านอนที่ผิดปกติ เช่น นอนคอแหงนไปด้านหลัง นอนอ้าปากตลอดเวลา หรือนอนพลิกตัวไปมาบ่อยครั้งตลอดคืน
  • ปัสสาวะรดที่นอนในเด็กที่เคยควบคุมการขับถ่ายได้แล้ว เนื่องจากฮอร์โมนควบคุมการทำงานของไตทำงานผิดปกติจากภาวะขาดออกซิเจน
  • ตื่นมาตอนเช้าแล้วบ่นปวดหัว ปากแห้ง เจ็บคอ หรือมีอารมณ์หงุดหงิดก้าวร้าวผิดปกติ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการหายใจหอบเหนื่อย ซี่โครงบุ๋ม ริมฝีปากเขียวคล้ำขณะนอนหลับ หรือมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับการนอน พฤติกรรมในเวลากลางวัน และตรวจร่างกายบริเวณจมูก ช่องปาก คอ และขนาดของต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการตรวจการนอนหลับ (Polysomnography หรือ Sleep Test) เพื่อวัดระดับออกซิเจนในเลือด การทำงานของสมอง คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และลักษณะการหายใจขณะหลับอย่างแม่นยำ

วิธีดูแลรักษาและการป้องกัน

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงและสาเหตุของการอุดกั้นทางเดินหายใจ โดยแพทย์อาจพิจารณาแนวทางดังนี้

  • การใช้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์หรือยาแก้แพ้ ในกรณีที่สาเหตุเกิดจากโรคภูมิแพ้อักเสบเรื้อรัง
  • การผ่าตัดต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ออก (Tonsillectomy and Adenoidectomy) ซึ่งเป็นการรักษาที่ได้ผลดีมากในเด็กที่มีต่อมโตชัดเจน
  • การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสำหรับเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน
  • การใช้อุปกรณ์อัดแรงดันอากาศบวก (CPAP) ในกรณีที่ไม่สามารถผ่าตัดได้หรือมีภาวะรุนแรง

การป้องกันสามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพอนามัยของลูกให้ห่างไกลจากภูมิแพ้ ควบคุมโภชนาการไม่ให้เกิดภาวะโรคอ้วนในวัยเด็ก และสังเกตพฤติกรรมการนอนของลูกอย่างสม่ำเสมอ

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับพ่อแม่

การนอนกรนในเด็กไม่ใช่เรื่องปกติและไม่ควรปล่อยให้หายไปเองตามวัย พ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมการนอนและอาการง่วงนอนกลางวันของลูกอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติควรรีบปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงที เพื่อคืนคุณภาพการนอนที่ดีและเปิดโอกาสให้สมองของลูกได้พัฒนาเต็มศักยภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down