ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกนอนกรนผิดปกติไหม: เช็กอาการสำคัญและแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้อง

การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอและมีคุณภาพเป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการเจริญเติบโต พัฒนาการทางสมอง และระบบภูมิคุ้มกันของเด็กๆ แต่ในปัจจุบัน คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเคยได้ยินเสียงกรนจากห้องนอนของลูกน้อย และมักเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของการนอนหลับลึก หรือคิดว่าเด็กเหนื่อยจากการทำกิจกรรมระหว่างวัน ในความเป็นจริงแล้ว การนอนกรนในเด็กอาจไม่ใช่เรื่องปกติเสมอไป แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญของภาวะการหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ สมาธิ การเรียนรู้ และระบบหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาวได้

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการนอนกรนในเด็ก

อาการนอนกรนเกิดขึ้นเมื่อทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งรวมถึงโพรงจมูก ต่อมทอนซิล ต่อมอะดีนอยด์ และช่องคอ มีความแคบลง ส่งผลให้อากาศที่หายใจเข้าไปต้องเคลื่อนผ่านช่องแคบๆ นี้ด้วยความเร็ว จนทำให้เนื้อเยื่ออ่อนบริเวณลำคอเกิดการสั่นสะเทือนและเกิดเป็นเสียงกรนขึ้น สำหรับในเด็กเล็ก สาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุดมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง

ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต

ต่อมทอนซิล (Tonsils) และต่อมอะดีนอยด์ (Adenoids) เป็นเนื้อเยื่อในระบบน้ำเหลืองที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันในการดักจับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูกและลำคอ ในช่วงวัยเด็ก (โดยเฉพาะอายุระหว่างสองถึงหกปี) ต่อมเหล่านี้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามธรรมชาติเพื่อตอบสนองต่อการติดเชื้อบ่อยครั้ง แต่ในเด็กบางราย ต่อมเหล่านี้อาจมีขนาดใหญ่โตมากจนเกินไปจนไปปิดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน ส่งผลให้เด็กหายใจลำบาก หายใจทางปาก และเกิดอาการนอนกรนในที่สุด

ภาวะภูมิแพ้ทางจมูกและเยื่อบุจมูกอักเสบ

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกบวม มีเสมหะ หรือมีน้ำมูกอุดกั้น ทำให้เด็กไม่สามารถหายใจทางจมูกได้อย่างสะดวกในเวลากลางคืน ต้องอ้าปากหายใจแทน ซึ่งการหายใจทางปากนี้จะทำให้ลิ้นตกไปด้านหลังและช่องคอแคบลง เพิ่มโอกาสในการเกิดเสียงกรนและภาวะทางเดินหายใจยุบตัวขณะหลับ

โครงสร้างใบหน้าและกะโหลกศีรษะ

เด็กที่มีลักษณะโครงสร้างใบหน้าบางประการ เช่น ขากรรไกรล่างเล็ก คางร่นไปด้านหลัง หรือมีภาวะเพดานปากแคบ จะมีพื้นที่ในช่องคอฟากที่จำกัดมากกว่าเด็กทั่วไป ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ

น้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน

แม้ว่าภาวะนอนกรนในเด็กจะพบบ่อยในเด็กผอมที่มีต่อมทอนซิลโต แต่ในปัจจุบันปัญหาโรคอ้วนในเด็ก (Childhood Obesity) เริ่มมีอัตราสูงขึ้น ซึ่งไขมันส่วนเกินที่สะสมบริเวณลำคอและช่องคอ จะกดทับทางเดินหายใจทำให้ตีบแคบลงอย่างมากในท่านอน

อาการแสดงสำคัญและสัญญาณเตือนอันตราย

การสังเกตพฤติกรรมการนอนของลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเด็กมักไม่สามารถบอกอาการผิดปกติด้วยตนเองได้ คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการทั้งในเวลากลางคืนและเวลากลางวันอย่างละเอียด

อาการแสดงในเวลากลางคืน

  • เสียงกรนดังต่อเนื่อง: มีเสียงกรนเป็นประจำทุกคืน หรือมีลักษณะเสียงกรนดังสลับกับเงียบไปชั่วขณะเหมือนหยุดหายใจ
  • ลักษณะการหายใจที่ผิดปกติ: มีอาการหายใจแรง หายใจลำบาก ใช้กล้ามเนื้อหน้าอกหรือซี่โครงช่วยหายใจ หรือมีอาการสำลัก สะดุ้งตื่นกลางคันเหมือนคนขาดอากาศหายใจ
  • ท่านอนที่แปลกไป: เด็กมักชอบนอนหงายแล้วแอ่นคอไปด้านหลัง หรือนอนตะแคงและนอนคว่ำเพื่อพยายามเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ: มีเหงื่อออกท่วมตัวขณะนอนหลับ แม้ว่าห้องนอนจะมีอุณหภูมิที่เย็นสบายก็ตาม เนื่องจากร่างกายต้องออกแรงหายใจมากกว่าปกติ
  • ปัสสาวะรดที่นอน: เด็กที่เคยควบคุมการขับถ่ายได้แล้วกลับมาปัสสาวะรดที่นอนตอนกลางคืน

อาการแสดงในเวลากลางวัน

  • ง่วงนอนเวลากลางวัน: หลับยากในตอนเช้า ปลุกตื่นยากมากในตอนเช้า หรือเผลอหลับระหว่างวันทั้งที่เลยวัยงดนอนกลางวันไปแล้ว
  • พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง: มีอาการหงุดหงิดง่าย ซนสมาธิสั้น (ADHD-like symptoms) ก้าวร้าว หรืออารมณ์แปรปรวน เนื่องจากนอนหลับไม่สนิทและสมองขาดออกซิเจนเป็นพักๆ
  • ปัญหาการเรียนและพัฒนาการ: ผลการเรียนตกลง ความจำไม่ดี ขาดความสามารถในการจดจ่อกับกิจกรรม
  • อาการทางกายอื่นๆ: ปวดศีรษะในตอนเช้า ปากแห้ง เจ็บคอเมื่อตื่นนอน เนื่องจากหายใจทางปากตลอดคืน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากบุตรหลานของท่านมีอาการหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย (มีช่วงเวลาที่เงียบหายใจไปแล้วตามด้วยการสะดุ้งเฮือกหรือสำลัก) ถือเป็นสัญญาณอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องรีบพาไปพบกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจหรือแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและสมอง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมการนอน อาการร่วม และประวัติสุขภาพของเด็ก จากนั้นจะดำเนินการตรวจร่างกาย ดังนี้

  • การตรวจร่างกายทั่วไป: ประเมินน้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย และตรวจดูโครงสร้างใบหน้า ขากรรไกร ช่องปาก และลำคอ
  • การตรวจคอและต่อมทอนซิล: ประเมินขนาดของต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ว่าโตในระดับใด
  • การส่องกล้องทางเดินหายใจส่วนบน (Nasopharyngoscopy): ในกรณีที่จำเป็น แพทย์อาจใช้กล้องขนาดเล็กส่องผ่านโพรงจมูกเพื่อประเมินขนาดของต่อมอะดีนอยด์และความแคบของทางเดินหายใจได้อย่างแม่นยำ
  • การตรวจการนอนหลับ (Polysomnography หรือ Sleep Test): เป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ในการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก โดยเด็กจะต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล พร้อมติดเครื่องมือตรวจวัดคลื่นสมอง การหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ และลักษณะการนอน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความรุนแรงของโรค

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก จะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค โดยมีแนวทางหลักดังนี้

การรักษาด้วยยา

ในกรณีที่สาเหตุเกิดจากโรคภูมิแพ้ทางจมูกหรือไซนัสอักเสบ แพทย์จะให้การรักษาด้วยยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ (Nasal Corticosteroids) ยาต้านฮีสตามีน หรือยาลดอาการบวม เพื่อช่วยลดการอักเสบและทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนเปิดกว้างขึ้น ซึ่งช่วยลดอาการนอนกรนได้ดีในเด็กกลุ่มนี้

การรักษาด้วยการผ่าตัด

หากตรวจพบว่าต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โตมากจนกีดขวางทางเดินหายใจอย่างรุนแรง และการใช้ยาไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ออก (Tonsillectomy and Adenoidectomy) ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยรักษาอาการให้หายขาดได้ในเด็กส่วนใหญ่ และทำให้คุณภาพชีวิตและการนอนหลับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังการผ่าตัด

การใช้เครื่องอัดแรงดันอากาศบวก (CPAP)

ในเด็กที่ไม่สามารถรับการผ่าตัดได้ มีโรคประจำตัว หรือมีภาวะอ้วนรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เครื่องอัดแรงดันอากาศบวกขณะนอนหลับ (Continuous Positive Airway Pressure - CPAP) เพื่อช่วยเปิดทางเดินหายใจไม่ให้ยุบตัวลงขณะหลับ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการควบคุมน้ำหนัก

สำหรับเด็กที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วน การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะน้ำหนักตัวที่ลดลงจะช่วยลดไขมันรอบลำคอและทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น นอกจากนี้ควรงดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงหรือมีคาเฟอีนก่อนนอน

คำแนะนำจากคุณหมอ: การปล่อยให้เด็กนอนกรนเรื้อรังโดยคิดว่าโตขึ้นจะหายไปเอง เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและอาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสมองและพฤติกรรมของลูกในระยะยาว หากสังเกตเห็นอาการผิดปกติ ควรพามาพบกุมารแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพการนอนหลับที่ดี

การสร้างสุขอนบกและความพร้อมด้านสิ่งแวดล้อมในการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความรุนแรงของอาการและส่งเสริมพัฒนาการที่ดี

  • จัดสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เหมาะสม: หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ ตุ๊กตาผ้า หรือพรมในห้องนอน และควรทำความสะอาดห้องนอนอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมเวลาเข้านอนให้เป็นเวลา: ฝึกให้เด็กเข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดียวกันทุกวัน เพื่อสร้างนาฬิกาชีวภาพที่สมบูรณ์
  • งดใช้อุปกรณ์หน้าจอก่อนนอน: ปิดโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และโทรทัศน์อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน เนื่องจากแสงสีฟ้าจากหน้าจอจะรบกวนการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยในการนอนหลับลึก
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down