ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกนอนกรนปัสสาวะรดที่นอน: อาการเตือนซ่อนเร้นจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก

การนอนหลับของเด็กๆ เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการเจริญเติบโต ทั้งด้านร่างกาย สมอง และระบบฮอร์โมน แต่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเคยสังเกตพบว่า ลูกน้อยมีอาการนอนกรนเสียงดัง ร่วมกับปัญหาปัสสาวะรดที่นอนเรื้อรัง อาการเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของวัยเด็ก หรือคิดว่าลูกเพียงแค่ดื่มน้ำมากก่อนนอน แต่อันที่จริงแล้ว อาการทั้งสองอย่างนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโรคทางเดินหายใจที่ซ่อนอยู่ นั่นคือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กและส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอย่างรุนแรงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ทำความเข้าใจสาเหตุและกลไกของอาการนอนกรนร่วมกับปัสสาวะรดที่นอน

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก (Pediatric Obstructive Sleep Apnea) ส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากการโตของต่อมทอนซิล (Tonsils) และต่อมอะดีนอยด์ (Adenoids) ซึ่งเป็นต่อมน้ำเหลืองที่ทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรคในทางเดินหายใจส่วนบน เมื่อต่อมเหล่านี้มีขนาดใหญ่ผิดปกติ จะไปกีดขวางทางเดินหายใจทำให้แคบลง ขณะที่เด็กนอนหลับ กล้ามเนื้อบริเวณคอจะคลายตัว ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนหย่อนลงไปปิดกั้นทางเดินหายใจ ส่งผลให้อากาศไหลผ่านไม่สะดวก เกิดเป็นเสียงกรน และบางครั้งการอุดกั้นก็รุนแรงจนหยุดหายใจชั่วขณะ

เมื่อเกิดภาวะหยุดหายใจ สมองจะขาดออกซิเจนชั่วขณะและพยายามกระตุ้นร่างกายให้ตื่นขึ้นมาเพื่อหายใจ (Micro-arousal) การเปลี่ยนแปลงของแรงดันในช่องอกที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ระหว่างที่เด็กพยายามหายใจผ่านทางเดินหายใจที่อุดกั้น จะไปกระตุ้นการทำงานของหัวใจและไต ทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมปริมาณปัสสาวะผิดปกติไป ประกอบกับความดันในกระเพาะปัสสาวะที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของแรงดันในช่องท้อง ส่งผลให้เด็กไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะในเวลากลางคืนได้ จนเกิดอาการปัสสาวะรดที่นอนตามมา แม้ว่าเด็กจะเคยฝึกขับถ่ายได้แล้วก็ตาม

สัญญาณเตือนและอาการร่วมที่พ่อแม่ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด

อาการของภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็กไม่ได้แสดงออกแค่ตอนกลางคืนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในเวลากลางวันด้วย โดยสามารถแบ่งลักษณะอาการออกเป็นช่วงเวลาดังนี้

  • อาการในเวลากลางคืน: นอนกรนเสียงดังเป็นประจำทุกคืน หายใจติดขัด หายใจทางปากขณะหลับ นอนกระสับกระส่าย มีช่วงหยุดหายใจไปชั่วครู่แล้วสะดุ้งเฮือกเหมือนสำลักน้ำลาย เหงื่อออกมากผิดปกติเวลากลางคืน และมีอาการปัสสาวะรดที่นอนเรื้อรังในเด็กที่ควรจะควบคุมได้แล้ว
  • อาการในเวลากลางวัน: ง่วงนอนตอนกลางวัน ตื่นยาก อารมณ์หงุดหงิดง่าย สมาธิสั้น ซนผิดปกติ (Hyperactivity) ซึ่งมักถูกวินิจฉัยสลับกับโรคสมาธิสั้น (ADHD) ผลการเรียนตกลง ปวดศีรษะตอนเช้า และหายใจทางปากตลอดเวลาจนส่งผลต่อรูปหน้า (Adenoid Face)
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากปล่อยให้เด็กมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับเรื้อรัง สมองที่ขาดออกซิเจนเป็นเวลานานจะส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง การเจริญเติบโตช้ากว่าวัย เนื่องจากฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) หลั่งได้ไม่เต็มที่ และอาจนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจในวัยเด็กได้

วิธีตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อมาพบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก และการนอนหลับ แพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยผ่านขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: สอบถามพฤติกรรมการนอน ลักษณะการกรน ประวัติการปัสสาวะรดที่นอน และผลกระทบในเวลากลางวัน
  • การตรวจร่างกาย: ตรวจดูขนาดของต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ ตรวจโพรงจมูก และประเมินโครงสร้างใบหน้าและช่องปาก
  • การตรวจการนอนหลับ (Polysomnography หรือ Sleep Test): ถือเป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ในการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยจะมีการวัดคลื่นสมอง การหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และอัตราการเต้นของหัวใจขณะหลับ เพื่อประเมินความรุนแรงของโรค

วิธีดูแลรักษาตามหลักการแพทย์

แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค โดยแบ่งออกเป็นแนวทางหลักๆ ดังนี้

คำแนะนำจากคุณหมอ: ในเด็กที่มีต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์โตชัดเจนและมีภาวะหยุดหายใจระดับปานกลางถึงรุนแรง การรักษาหลักคือการผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ออก (Tonsillectomy and Adenoidectomy) ซึ่งมักทำให้อาการนอนกรนและปัสสาวะรดที่นอนหายไปได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับการรักษาทางยา แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก (Nasal Corticosteroids) ในกรณีที่มีอาการจากโรคภูมิแพ้ร่วมด้วย หรือมีการโตของต่อมอะดีนอยด์ในระดับที่ไม่รุนแรง นอกจากนี้ การควบคุมน้ำหนักตัวในเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากไขมันรอบคอที่สะสมอยู่จะไปกดทับทางเดินหายใจให้แคบลง

ข้อควรระวังและสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ

พ่อแม่ผู้ดูแลไม่ควรนิ่งนอนใจปล่อยให้อาการนอนกรนและปัสสาวะรดที่นอนหายไปเองเมื่อโตขึ้น เพราะอาจสายเกินไปหากเกิดภาวะแทรกซ้อนทางสมองและหัวใจ นอกจากนี้ ห้ามซื้อยาขับปัสสาวะหรือยาควบคุมฮอร์โมนให้เด็กกินเองเด็ดขาดเพื่อแก้ปัญหาปัสสาวะรดที่นอนโดยไม่ตรวจหาสเหตุที่แท้จริง เพราะต้นตอของปัญหาอยู่ที่ระบบทางเดินหายใจและการขาดออกซิเจน

วิธีการป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพการนอนหลับที่ดี

การป้องกันและส่งเสริมสุขอนามัยการนอนหลับ (Sleep Hygiene) เป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแลเด็ก ได้แก่ การจัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ งดการใช้อุปกรณ์หน้าจอก่อนนอนอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง รักษาความสะอาดห้องนอนเพื่อลดสารก่อภูมิแพ้ และส่งเสริมให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเพื่อควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่เกณฑ์มาตรฐาน

ขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ดูแล (Actionable Checklist):
1. สังเกตและบันทึกเสียงกรนหรือลักษณะการหยุดหายใจของลูกขณะหลับ
2. สังเกตพฤติกรรมความง่วงและความหงุดหงิดในเวลากลางวัน
3. พาไปพบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับเพื่อตรวจประเมิน
4. ปรับสิ่งแวดล้อมในห้องนอนให้ปลอดฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้
5. ควบคุมน้ำหนักตัวของเด็กให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down