ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องต่อมทอนซิลและภาพรวมของโรคในเด็ก

ต่อมทอนซิลเป็นอวัยวะสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังลำช่องทั้งสองข้าง ทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือไวรัสที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูกและลำคอ ในเด็กเล็กระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ต่อมทอนซิลต้องทำงานอย่างหนักและเสี่ยงต่อการติดเชื้ออักเสบได้ง่าย โรคต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากในเด็กอายุระหว่างสามถึงสิบปี ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต คุณภาพการนอนหลับ และการรับประทานอาหารของเด็กอย่างมาก

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคต่อมทอนซิลอักเสบ

การอักเสบของต่อมทอนซิลเกิดได้จากสองสาเหตุหลัก ได้แก่ การติดเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ในเด็กเล็ก และการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะกลุ่มสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) ซึ่งมีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เชื้อเหล่านี้ติดต่อได้ง่ายผ่านการไอ จาม หรือการสัมผัสสิ่งของร่วมกันในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย จะกระตุ้นให้ต่อมทอนซิลเกิดการบวมแดง มีหนอง และปล่อยสารสื่ออักเสบออกมาทำให้เด็กมีไข้เจ็บคอ

อาการสำคัญและลำดับการดำเนินของโรค

อาการของโรคต่อมทอนซิลอักเสบมักเริ่มจากการระคายคอ กลืนลำบาก และมีไข้ต่ำ ต่อมาเด็กจะมีอาการเจ็บคอมากจนไม่ยอมกลืนน้ำลาย น้ำลายไหลยืด มีไข้สูง ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย ในเด็กโตอาจบอกได้ว่าปวดร้าวไปที่หู เมื่อตรวจดูในช่องปากจะพบต่อมทอนซิลบวมแดงอย่างชัดเจน มีคราบสีขาวหรือหนองปกคลุมบริเวณผิวของต่อมทอนซิล ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอโตและกดเจ็บ อาการเหล่านี้มักเป็นมากในช่วงสามถึงห้าวันแรก ก่อนจะค่อยๆ ดีขึ้นหากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีไข้สูงเกินสามวัน เจ็บคอมากจนดื่มน้ำไม่ได้ หายใจลำบาก หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ ควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์ทันทีเพื่อรับการประเมินอาการและตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณอันตรายเหล่านี้ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลโดยด่วน

  • ไข้สูงมากและไม่ยอมลดลงแม้จะเช็ดตัวและให้ยาลดไข้แล้ว
  • เด็กซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือมีอาการชักจากไข้สูง
  • ไม่ยอมดื่มน้ำหรือนมเลยเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ ปัสสาวะน้อยลงหรือเป็นสีเข้มจัด
  • หายใจหอบเหนื่อย ซี่โครงบุ๋ม หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • มีน้ำลายไหลตลอดเวลาเพราะไม่สามารถกลืนน้ำลายตัวเองได้

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการใช้ไม้กดลิ้นเพื่อตรวจดูความบวมและคราบหนองบริเวณต่อมทอนซิล ในกรณีที่สงสัยว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แพทย์อาจทำการป้ายคอ (Throat Swab) เพื่อส่งตรวจหาเชื้อสเตรปโตคอคคัส หรือเจาะเลือดตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เพื่อแยกโรคและเลือกใช้ยาปฏิชีวนะได้อย่างเหมาะสมที่สุด

วิธีดูแลรักษาและการพยาบาลที่บ้าน

การดูแลเด็กที่เป็นต่อมทอนซิลอักเสบเน้นการรักษาตามอาการเพื่อให้เด็กสุขสบายขึ้น

  • ให้เด็กดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้ชุ่มคอ
  • เลือกอาหารอ่อนที่กลืนง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้มอุ่นๆ ซุป หรือไอศกรีมรสจืดเพื่อช่วยลดอาการเจ็บคอ
  • เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้องอย่างถูกวิธี และให้รับประทานยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดและน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง
  • ให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ งดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาดหากยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ เพราะหากเกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจะไม่ได้ผลและอาจก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

ลูกเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ บ่อยแค่ไหนถึงควรผ่าตัด

คำถามที่พ่อสงสัยบ่อยคือ ลูกเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ บ่อยแค่ไหนถึงควรผ่าตัด ตามเกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์ แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดต่อมทอนซิลในกรณีที่เด็กมีอาการอักเสบรุนแรงเข้าเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  • มีการติดเชื้อทอนซิลอักเสบอย่างน้อยเจ็ดครั้งในหนึ่งปี
  • มีการติดเชื้ออย่างน้อยห้าครั้งต่อปีติดต่อกันเป็นเวลาสองปี
  • มีการติดเชื้ออย่างน้อยสามครั้งต่อปีติดต่อกันเป็นเวลาสามปี
  • ต่อมทอนซิลโตมากจนกีดขวางทางเดินหายใจ ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) หายใจคร่อก หรือมีปัญหาในการกลืนอาหารและการเจริญเติบโต
  • มีภาวะแทรกซ้อน เช่น มีหนองรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar Abscess) ที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น

วิธีป้องกันเชิงรุกและการเสริมภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลเด็กในระยะยาว

  • ส่งเสริมให้เด็กมีสุขอนามัยที่ดี เช่น การล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • ดูแลความสะอาดช่องปากและฟัน แปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้ง และบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นเมื่อเริ่มมีอาการระคายคอ
  • ส่งเสริมโภชนาการที่ครบถ้วน ทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • รับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ และดื่มน้ำสะอาดเพียงพอ
  • รักษาร่างกายให้อบอุ่นในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง และหลีกเลี่ยงพื้นที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อทางระบบหายใจ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ดูแล

ขั้นตอนปฏิบัติที่พ่อแม่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันทีเพื่อดูแลลูกน้อย

  • สังเกตอาการเจ็บคอและไข้ของลูกอย่างใกล้ชิด
  • ไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับยาที่ถูกต้องเมื่อมีอาการผิดปกติ
  • ให้ยาลดไข้และดูแลเรื่องอาหารอ่อนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • จดบันทึกจำนวนครั้งที่ลูกเป็นทอนซิลอักเสบในแต่ละปีเพื่อปรึกษาแพทย์เรื่องความจำเป็นในการผ่าตัด
  • ฝึกสุขอนามัยการล้างมือและการดูแลช่องปากให้เป็นกิจวัตรประจำวันของเด็ก
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down