ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจโรคไวรัสลงกระเพาะในเด็กและภัยเงียบที่พ่อแม่ต้องระวัง

อาการท้องเสียและอาเจียนบ่อยในเด็กเล็กถือเป็นปัญหาสุขภาพที่สร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโรคไวรัสลงกระเพาะหรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบจากเชื้อไวรัส (Viral Gastroenteritis) โรคนี้พบได้บ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็ก เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักมักแพร่กระจายได้ง่ายมากผ่านทางอาหาร น้ำดื่ม หรือการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งสามารถระบาดได้อย่างรวดเร็วในสถานที่ดูแลเด็กเล็ก เช่น เนอสเซอรี่และโรงเรียนอนุบาล การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรค อาการเตือนที่สำคัญ และวิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องจึงเป็นเกราะป้องกันชีวิตลูกน้อยที่พ่อแม่ทุกคนต้องรู้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคไวรัสลงกระเพาะ

เชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุหลักของโรคนี้มีอยู่หลายชนิด แต่ที่พบบ่อยที่สุดในเด็กคือนอร์โรไวรัส (Norovirus) และโรตาไวรัส (Rotavirus) เชื้อไวรัสเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปโจมตีเซลล์เยื่อบุผนังทางเดินอาหาร ส่งผลให้การดูดซึมน้ำและสารอาหารบกพร่อง เกิดกระบวนการอักเสบ ทำให้ร่างกายขับน้ำและเกลือแร่ออกมาในรูปแบบของอาการอาเจียนอย่างรุนแรงและท้องเสียถ่ายเหลวเป็นน้ำ การติดต่อเกิดขึ้นได้ง่ายจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ติดเชื้อ รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อโรคแล้วนำมือเข้าปาก

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินของโรค

อาการของโรคไวรัสลงกระเพาะมักเริ่มต้นอย่างเฉียบพลัน โดยเด็กจะมีไข้ต่ำๆ คลื่นไส้ และอาเจียนพุ่งบ่อยครั้งในช่วงหนึ่งถึงสองวันแรก หลังจากนั้นจะตามมาด้วยอาการท้องเสียถ่ายเหลวเป็นน้ำจำนวนมาก บางรายอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ระยะเวลาในการเจ็บป่วยโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณสามถึงเจ็ดวัน หากเด็กมีร่างกายแข็งแรงและได้รับการดูแลรักษาประคับประคองที่ถูกต้อง อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับจนหายเป็นปกติ

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุดจากโรคนี้คือภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในเด็กเล็กและทารก หากสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไปอาจส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น ไตวาย หรือช็อกจากการขาดน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาลูกพบแพทย์ทันที

พ่อแม่ต้องสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง

  • อาเจียนทุกครั้งที่ดื่มน้ำหรือกินอาหาร ไม่สามารถรับประทานอะไรได้เลย
  • มีไข้สูงมาก ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
  • มีอาการของภาวะขาดน้ำ เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้ง คอแห้ง ผิวหนังเหี่ยวไม่ยืดหยุ่น
  • ปัสสาวะไม่ออกเลยนานเกินหกถึงแปดชั่วโมง หรือผ้าอ้อมแห้งสนิท
  • มีเลือดปนมากับอุจจาระ หรืออุจจาระมีสีดำเข้ม
  • ปวดท้องรุนแรงและต่อเนื่องไม่ทุเลา

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงสถานพยาบาล แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการ ระยะเวลา และประวัติการรับประทานอาหาร ร่วมกับการตรวจร่างกายเพื่อประเมินระดับความรุนแรงของภาวะขาดน้ำ ในบางกรณีที่อาการไม่ชัดเจนหรือมีไข้สูงร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การตรวจอุจจาระเพื่อหาเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย การตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของไตและระดับเกลือแร่ในร่างกาย เพื่อให้มั่นใจว่าการรักษานั้นตรงจุดและปลอดภัยที่สุด

วิธีดูแลรักษาและพยาบาลลูกน้อยที่บ้านอย่างถูกต้อง

การรักษาหลักสำหรับโรคไวรัสลงกระเพาะเป็นการรักษาตามอาการและการป้องกันภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเชื้อไวรัสไม่สามารถรักษาด้วยยาปฏิชีวนะได้ แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องมีดังนี้

  • การให้สารน้ำเกลือแร่ (ORS): ให้จิบน้ำเกลือแร่วิเคราะห์สูตรสำหรับเด็ก (Oral Rehydration Salts) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการอาเจียนและท้องเสีย ห้ามให้ดื่มน้ำเปล่าบริสุทธิ์ปริมาณมากๆ ในคราวเดียวเพราะอาจทำให้อาเจียนมากขึ้น
  • การให้อาหารที่ย่อยง่าย: เมื่ออาการอาเจียนลดลง สามารถเริ่มให้รับประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก เนื้อปลา หรือกล้วยสุก ในปริมาณน้อยแต่บ่อยมื้อ หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด นมวัว หรืออาหารที่มีน้ำตาลสูงชั่วคราว
  • การใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล: หากมีไข้สูง สามารถให้รับประทานยาลดไข้ในขนาดที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัวของเด็ก คือสิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะให้เด็กรับประทานเองโดยเด็ดขาด การใช้ยาหยุดถ่ายจะทำให้เชื้อโรคค้างอยู่ในลำไส้และเป็นอันตรายมากขึ้น ส่วนยาปฏิชีวนะไม่มีผลต่อเชื้อไวรัสและอาจทำลายแบคทีเรียดีในลำไส้ทำให้ท้องเสียเรื้อรังได้

มาตรการป้องกันเชิงรุกและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อไวรัสลงกระเพาะสามารถทำได้โดยการสร้างสุขอนามัยที่ดีภายในครอบครัว ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนเตรียมอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัสร่วมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโรตา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการท้องเสียรุนแรงในเด็กเล็ก พ่อแม่ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับวัคซีนหยอดป้องกันตามกำหนดเวลา ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่

แนวทางปฏิบัติเร่งด่วนเมื่อลูกมีอาการท้องเสียและอาเจียน

  • สังเกตอาการและวัดไข้อย่างสม่ำเสมอ
  • ให้จิบสารน้ำเกลือแร่ ORS ทีละน้อยแต่วันละหลายๆ ครั้ง
  • งดนมวัวและอาหารไขมันสูงชั่วคราว เปลี่ยนเป็นอาหารอ่อนย่อยง่าย
  • ระวังภาวะขาดน้ำและสังเกตปัสสาวะของลูก
  • รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีหากมีอาการซึม อาเจียนไม่หยุด หรือมีไข้สูง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down