ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ บ่อยแค่ไหนถึงควรผ่าตัด พร้อมวิธีดูแลช่องปากและใช้ยาให้ปลอดภัย

โรคต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) เป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนต้นที่พบบ่อยที่สุดในวัยเด็ก โดยเฉพาะในช่วงอายุสามถึงสิบปี ซึ่งสร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเด็กจะมีอาการเจ็บคออย่างรุนแรง กลืนอาหารและน้ำได้ยาก มีไข้สูง และงอแงผิดปกติ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ แนวทางการรักษาที่ถูกต้อง รวมถึงเกณฑ์ที่ชัดเจนในการตัดสินใจผ่าตัด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

ทำความรู้จักโรคต่อมทอนซิลอักเสบในเด็ก

ต่อมทอนซิลเป็นอวัยวะประเภทต่อมน้ำเหลืองที่ตั้งอยู่บริเวณโคนลิ้นทั้งสองข้าง ทำหน้าที่ดักจับและทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากและทางเดินหายใจ เมื่อเชื้อโรคมีจำนวนมากเกินกว่าที่ระบบภูมิคุ้มกันจะรับมือไหว จะทำให้ต่อมทอนซิลเกิดการอักเสบ บวมแดง และมีหนองปกคลุม โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกวัย แต่มักพบบ่อยในเด็กวัยเรียน เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นในโรงเรียน ทำให้มีโอกาสรับเชื้อโรคได้ง่าย

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค

การอักเสบของต่อมทอนซิลเกิดได้จากสองสาเหตุหลัก ได้แก่ การติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย

  • การติดเชื้อไวรัส: เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ในเด็กเล็ก พบได้ประมาณเจ็ดถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus - RSV) และไวรัสอะดีโน (Adenovirus) อาการมักจะไม่รุนแรงร่วมกับมีน้ำูกและไอ
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย: ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเอสเต็ปโตคอคคัส (Group A Streptococcus) มักพบในเด็กโต อาการมักรุนแรง มีไข้สูงทันที เจ็บคอมาก และมักไม่มีอาการไอ

อาการสำคัญและระยะของโรค

อาการของเด็กที่เป็นต่อมทอนซิลอักเสบจะแสดงออกตามความรุนแรงของเชื้อโรค โดยแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก: เด็กจะเริ่มมีอาการเจ็บคอ ระคายเคืองคอ กลืนน้ำลายแล้วเจ็บ มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย และไม่อยากอาหาร
  • ระยะอาการเด่นชัด: ต่อมทอนซิลจะบวมโตมากจนเห็นได้ชัด มีสีแดงจัด บางรายอาจพบจุดหนองสีขาวหรือเหลืองบริเวณต่อมทอนซิล มีไข้สูงหนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว มีกลิ่นปากแรง และต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอโตและกดเจ็บ
  • ระยะฟื้นตัว: หากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการไข้จะลดลงภายในสามถึงห้าวัน และอาการเจ็บคอจะค่อยๆ ดีขึ้นจนหายเป็นปกติภายในหนึ่งสัปดาห์
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที: หากลูกมีอาการหายใจลำบาก หายใจมีเสียงดัง หอบเหนื่อย หรืออกบุ๋ม มีน้ำลายไหลย้อยเพราะกลืนไม่ไหว มีไข้สูงมากและซึมลง ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำจนมีภาวะขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อยลง ปากแห้ง หรือร้องไห้ไม่มีน้ำตา ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

ลูกเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ บ่อยแค่ไหนถึงควรผ่าตัด

คำถามที่พบบ่อยคือ ลูกเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ บ่อยแค่ไหนถึงควรผ่าตัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก จะใช้เกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์ในการพิจารณาวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดต่อมทอนซิล (Tonsillectomy) ดังนี้

  • เด็กที่เป็นต่อมทอนซิลอักเสบซ้ำๆ เกินเจ็ดครั้งภายในหนึ่งปี
  • เป็นต่อมทอนซิลอักเสบอย่างน้อยห้าครั้งต่อปีติดต่อกันเป็นเวลาสองปี
  • เป็นต่อมทอนซิลอักเสบอย่างน้อยสามครั้งต่อปีติดต่อกันเป็นเวลาสามปี
  • ต่อมทอนซิลโตมากจนไปอุดกั้นทางเดินหายใจขณะนอนหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ทำให้เด็กนอนกรนเสียงดัง หยุดหายใจชั่วขณะ สะดุ้งตื่นบ่อย หรือมีปัญหาด้านพัฒนาการและการเจริญเติบโต
  • มีภาวะแทรกซ้อน เช่น มีหนองรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar Abscess) ที่รักษาด้วยยาปฏิชีวนะแล้วไม่ดีขึ้น หรือต่อมทอนซิลโตข้างเดียวจนสงสัยว่ามีความผิดปกติอื่นๆ

วิธีรักษาและการใช้ยาอย่างปลอดภัย

การรักษาโรคต่อมทอนซิลอักเสบจะเน้นตามสาเหตุของการเกิดโรค ดังนี้

  • การรักษาตามอาการ: หากเกิดจากไวรัส แพทย์จะให้รักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้แก้ปวด ยาละลายเสมหะ และการดูแลรักษาความสะอาดช่องปาก
  • การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ: หากตรวจพบว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะ เช่น อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องให้ลูกกินยาติดต่อกันจนหมดตามแพทย์สั่งแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยาและโรคแทรกซ้อน เช่น ไข้รูมาติก
ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัว: สำหรับลดไข้และบรรเทาอาการเจ็บคอ ขนาดยาพาราเซตามอลที่ปลอดภัยคือ สิบถึงสิบห้าิลลิกรัม ต่อ น้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม (10-15 mg/kg) ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีอาการ โดยต้องคำนวณตามน้ำหนักจริงของเด็ก ห้ามกะประมาณปริมาณยาเองเด็ดขาด

ข้อควรระวังสำคัญและยาที่ห้ามใช้เองเด็ดขาด

การดูแลเด็กป่วยต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง มีข้อควรปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กกินเองเด็ดขาด เนื่องจากส่วนใหญ่อาการเกิดจากไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อทำให้เกิดเชื้อดื้อยา
  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • ระมัดระวังการใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่มีภาวะไข้เลือดออกหรือมีภาวะขาดน้ำรุนแรง เนื่องจากอาจส่งผลต่อการทำงานของไตและกระเพาะอาหาร

วิธีดูแลความสะอาดช่องปากและสุขอนามัยของเด็ก

การดูแลช่องปากเป็นหัวใจสำคัญในการลดการสะสมของเชื้อโรคและช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ มีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

  • ให้เด็กแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้งอย่างถูกวิธี และเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนนุ่มเพื่อไม่ให้ระคายเคืองช่องปาก
  • ในเด็กโตที่สามารถบ้วนปากได้ แนะนำให้ใช้น้ำเกลืออุ่นๆ กลั้วคอวันละหลายๆ ครั้ง เพื่อช่วยลดการอักเสบและชำระล้างหนองหรือเศษอาหารในซอกทอนซิล
  • ให้เด็กดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้ชุ่มคอ
  • เลือกอาหารอ่อนที่กลืนง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้มซุปอุ่นๆ หรือไอศกรีมรสจืดเพื่อช่วยลดอาการเจ็บคอและเพิ่มพลังงาน
  • เปลี่ยนแปรงสีฟันอันใหม่ให้เด็กหลังจากหายจากอาการป่วย เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เด็กเป็นต่อมทอนซิลอักเสบบ่อย สามารถทำได้โดยการสร้างสุขอนามัยที่ดี ฝึกให้เด็กหมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจ และสนับสนุนให้เด็กได้รับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริม เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down