ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความกังวลใจของพ่อแม่เมื่อลูกป่วยบ่อยผิดปกติและแนวทางการทำความเข้าใจ

การที่เด็กเล็กหรือทารกมีอาการเจ็บป่วยบ่อยครั้ง เช่น เป็นไข้ ไอ มีน้ำูก หรือท้องเสียติดต่อกันหลายครั้งในหนึ่งปี มักสร้างความวิตกกังวลใจให้แก่พ่อแม่และผู้ดูแลเป็นอย่างมาก ในทางการแพทย์ ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กในช่วงวัยขวบปีแรกจนถึงช่วงเข้าเรียน (ประมาณห้าถึงเจ็ดขวบ) ยังอยู่ในกระบวนการพัฒนาและเรียนรู้กับเชื้อโรคต่างๆ รอบตัว เด็กในวัยนี้จึงอาจป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนหรือโรคติดเชื้อไวรัสทั่วไปได้ถึงห้าถึงแปดครั้งต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นเกณฑ์ที่พบได้ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม หากเด็กมีอาการป่วยที่รุนแรง โรคแทรกซ้อนบ่อยครั้ง หรือใช้เวลานานกว่าปกติในการฟื้นตัว พ่อแม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดูแลรักษาและการใช้ยาอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาผิดวิธี

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาอาการป่วยบ่อยในเด็ก

เมื่อเด็กมีอาการเจ็บป่วย การใช้ยาควรเป็นไปตามอาการและความรุนแรงของโรค โดยแบ่งกลุ่มยาหลักออกเป็นดังนี้

ยาลดไข้และบรรเทาอาการปวด

ยาลดไข้เป็นยาพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการจัดการกับภาวะไข้สูง ซึ่งเกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรค ยาในกลุ่มนี้ช่วยให้เด็กสบายตัวขึ้นและลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะชักจากไข้สูง (Febrile Seizure)

ยาบรรเทาอาการหวัดและคัดจมูก

ยาละลายน้ำมูก ยาแก้ไอ และยาลดน้ำมูก เป็นกลุ่มยาที่มักใช้บรรเทาอาการตามอาการของโรคหวัด โดยต้องใช้อย่างระมัดระวังตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เนื่องจากเด็กเล็กอาจไม่สามารถขับเสมหะออกได้เอง

ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ

ยาปฏิชีวนะใช้สำหรับการรักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ห้ามใช้เด็ดขาดหากการเจ็บป่วยนั้นเกิดจากเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่

ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัยตามหลักกุมารเวชศาสตร์

การคำนวณขนาดยาในเด็กมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยทั่วไปจะคำนวณตามน้ำหนักตัว (มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวกิโลกรัม) มากกว่าการใช้เกณฑ์อายุ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการรักษา

การคำนวณขนาดยาพาราเซตามอล

ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องสำหรับเด็กคือสิบถึงสิบห้ามนิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม รับประทานทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้หรือปวด โดยเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม และห้ามให้เกินขนาดสูงสุดต่อวันเพื่อป้องกันความเป็นพิษต่อตับ

คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ช้อนชาหรือช้อนโต๊ะตวงยาอาจทำให้ได้รับปริมาณยาที่ไม่แม่นยำ ควรใช้กระบอกฉีดยาสำหรับป้อนยา (Oral Syringe) หรือถ้วยตวงยาที่มีมากับขวดเสมอ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา

การใช้ยาในเด็กอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ พ่อแม่จึงต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

  • อาการแพ้ยา ผื่นคัน บวมที่ใบหน้า หรือหายใจลำบาก
  • อาการระคายเคืองทางเดินอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียจากยาบางชนิด
  • อาการง่วงซึมมากเกินไปจากยาแก้แพ้บางประเภท

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาดในเด็ก

มีกลุ่มยาบางประเภทที่ห้ามซื้อให้เด็กรับประทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตหรือโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กและวัยรุ่นที่มีไข้เด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงในการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye's syndrome) ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อตับและสมอง นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟนในเด็กที่สงสัยว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออก เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาเด็กพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการป่วยร่วมกับสัญญาณอันตรายเหล่านี้ พ่อแม่ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดวัน

  • ไข้สูงมากกว่าสามเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ลดลงเลยหลังจากให้ยาลดไข้และเช็ดตัวนานเกินสามวัน
  • มีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก หรือไม่ยอมดื่มนมและน้ำ
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือมีเสียงผิดปกติขณะหายใจ
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงมากหรือเป็นสีเข้ม
  • มีอาการชักเกร็ง หรือมีผื่นขึ้นตามตัวร่วมกับจุดเลือดออก

วิธีดูแลรักษาที่บ้านและการเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้อง

การดูแลเด็กป่วยที่บ้านช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ควรให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอ ดื่มน้ำเกลือแร่หรือนมในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ สำหรับการเช็ดตัวลดไข้ ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดตัว เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัวและระบายความร้อนได้ยากขึ้น

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการเจ็บป่วยซ้ำซ้อนทำได้โดยการให้เด็กได้รับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามคำแนะนำของกุมารแพทย์อย่างครบถ้วน ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี เช่น การล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค และดูแลโภชนาการให้ครบถ้วนทั้งห้าหมู่เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down