ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจโรคต่อมทอนซิลอักเสบในเด็กและแนวทางการดูแล

โรคต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพในเด็กที่พบได้บ่อยมากในเวชปฏิบัติกุมารเวชศาสตร์ โดยต่อมทอนซิลทำหน้าที่เป็นด่านหน้าของระบบภูมิคุ้มกันในการดักจับเชื้อโรคที่เข้าทางปากและทางเดินหายใจ แต่เมื่อเด็กติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ต่อมนี้จะเกิดการอักเสบ บวมแดง และมีอาการเจ็บคออย่างรุนแรงสร้างความทุกข์ทรมานให้กับเด็กและสร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคต่อมทอนซิลอักเสบ

การอักเสบของต่อมทอนซิลเกิดได้จากสองสาเหตุหลักคือการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ในเด็กเล็ก และการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) ซึ่งมักพบในเด็กโต การติดต่อเกิดขึ้นผ่านทางการไอ จาม หรือสัมผัสสารคัดหลั่งร่วมกันในสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็ก

อาการสำคัญและระยะลุกลามของโรค

อาการเริ่มต้นมักมาด้วยอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก มีไข้ต่ำหรือไข้สูง ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย ในระยะที่การอักเสบรุนแรงขึ้น เด็กจะมีต่อมทอนซิลบวมโตแดงชัดเจน อาจพบหนองสีขาวหรือเหลืองปกคลุมบริเวณต่อมทอนซิล ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอโตและกดเจ็บ ทำให้เด็กงอแงไม่ยอมทานอาหารและน้ำ

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการเจ็บคอร่วมกับไข้สูงโดยไม่มีอาการไอร่วมด้วย ให้สงสัยว่าอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งต้องได้รับยาปฏิชีวนะจากการสั่งจ่ายของแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะให้เด็กทานเองโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตอาการเตือนวิกฤตที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  • ไข้สูงมากไม่ยอมลด และให้ยาลดไข้แล้วอาการไม่ดีขึ้นเกินสามวัน
  • เด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมดื่มน้ำหรือนมจนเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
  • หายใจลำบาก หายใจมีเสียงดัง หายใจหอบเหนื่อย หรือมีลักษณะซี่โครงบุ๋มขณะหายใจ
  • มีน้ำลายไหลยืดตลอดเวลาเพราะไม่สามารถกลืนน้ำลายตนเองได้
  • มีอาการคอแข็งหรืออ้าปากได้จำกัด

การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยการตรวจช่องปากและลำคอ ในกรณีที่สงสัยว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แพทย์อาจทำการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจรวดเร็ว (Rapid Strep Test) หรือการป้ายเชื้อจากลำคอส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันผลและให้การรักษาที่ตรงจุดที่สุด

วิธีดูแลรักษาที่บ้านอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

การดูแลเด็กที่เป็นต่อมทอนซิลอักเสบเน้นการบรรเทาอาการตามความรุนแรงของโรคและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว

  • การให้ยาลดไข้แก้ปวดพาราเซตามอลในขนาดที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว คือสิบถึงสิบห้ามิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้หรือปวด
  • การเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้องอย่างถูกวิธีเพื่อช่วยระบายความร้อน
  • การให้ดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • การเลือกอาหารอ่อนนุ่มและย่อยง่าย เช่น โจ๊กอุ่นๆ ซุป หรือไอศกรีมรสจืดเพื่อช่วยลดอาการเจ็บคอขณะกลืน
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์และห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟนหากยังไม่แน่ใจว่าเด็กเป็นไข้เลือดออกหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนให้ยา

ลูกเป็นต่อมทอนซิลอักเสบบ่อยแค่ไหนถึงควรผ่าตัด

คำถามยอดฮิตจากคุณพ่อคุณแม่คือลูกเป็นบ่อยเพียงใดจึงจะถึงเกณฑ์ต้องผ่าตัดต่อมทอนซิลออก ตามแนวทางเวชปฏิบัติสากล แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดต่อมทอนซิล (Tonsillectomy) เมื่อเข้าเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  • เด็กมีการติดเชื้อต่อมทอนซิลอักเสบอย่างรุนแรงมากกว่าเจ็ดครั้งในเวลาหนึ่งปี
  • มีการติดเชื้อมากกว่าห้าครั้งต่อปีต่อเนื่องกันเป็นเวลาสองปี
  • มีการติดเชื้อมากกว่าสามครั้งต่อปีต่อเนื่องกันเป็นเวลาสามปี
  • ต่อมทอนซิลโตมากจนส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) เด็กนอนกรนเสียงดัง สะดุ้งตื่นบ่อย หรือมีภาวะหายใจลำบากเรื้อรัง
  • มีอาการต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรังที่มีหนองฝังลึกและไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
  • มีภาวะฝีรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar Abscess) ซ้ำซ้อน

วิธีดูแลความสะอาดช่องปากและแผลผ่าตัด

การดูแลช่องปากในเด็กที่เป็นต่อมทอนซิลอักเสบหรือเด็กที่ผ่านการผ่าตัดมาแล้วมีความสำคัญมากเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการหายของแผล

  • ให้เด็กแปรงฟันอย่างเบามือวันละสองครั้งตามปกติเพื่อลดปริมาณเชื้อโรคในช่องปาก
  • ในเด็กโตสามารถให้บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ อ่อนๆ หลังมื้ออาหารเพื่อช่วยชำระล้างเศษอาหารและลดอาการบวม
  • หลีกเลี่ยงการใช้แปรงสีฟันกระแทกบริเวณช่องคอ และงดอาหารรสจัด อาหารแข็ง หรืออาหารที่มีความร้อนสูงที่อาจระคายเคืองเนื้อเยื่อลำคอ

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อซ้ำทำได้โดยการปลูกฝังสุขอนามัยที่ดี เช่น การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ดูแล

โรคต่อมทอนซิลอักเสบแม้จะสร้างความกังวลใจแต่สามารถรักษาให้หายได้หากดูแลอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ การสังเกตความถี่ของการอักเสบและการประเมินอาการร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมว่าเมื่อใดควรเข้ารับการรักษาด้วยยาหรือเมื่อใดควรพิจารณาการผ่าตัดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็ก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down