ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ก้าวแรกสู่เนอสเซอรี่ ทำไมลูกถึงป่วยบ่อยจนน่าตกใจ

การที่เด็กเล็กเริ่มก้าวเข้าสู่โรงเรียนเตรียมอนุบาลหรือเนอสเซอรี่ (Nursery) มักมาพร้อมกับความกังวลใจของพ่อแม่ เนื่องจากลูกน้อยมักจะเจ็บป่วยไม่สบายแทบทุกสัปดาห์ จนบางครอบครัวรู้สึกว่าลูกป่วยต่อเนื่องกันแทบตลอดทั้งเดือน ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กเล็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่อต้องไปอยู่ในสถานที่ปิดที่มีเด็กจำนวนมากร่วมกัน จึงทำให้เชื้อโรคติดต่อแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม การสัมผัสสิ่งของร่วมกัน หรือการที่เด็กๆ ยังมีสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ไม่รัดกุมพอ เช่น การอมมือ ขยี้ตา หรือหยิบของเข้าปาก

สถิติและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

เด็กในช่วงวัยหกเดือนถึงสามปีถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากเป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่ทางรกเริ่มหมดไป และภูมิคุ้มกันของร่างกายกำลังสร้างขึ้นใหม่จากการเผชิญหน้ากับเชื้อโรคต่างๆ ทางการแพทย์เรียกกระบวนการนี้ว่า การสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ (Natural Immunity Acquisition) แม้ว่าการป่วยบ่อยครั้งจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเด็กให้แข็งแรงขึ้นในระยะยาว แต่การดูแลรักษาในช่วงที่ป่วยอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

สาเหตุและกลไกการแพร่กระจายของโรคในเนอสเซอรี่

เชื้อโรคส่วนใหญ่ที่ทำให้เด็กป่วยในเนอสเซอรี่คือกลุ่มไวรัส มากถึงร้อยละแปดสิบถึงเก้าสิบ โดยเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักได้แก่ ไรโนไวรัส (Rhinovirus) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้หวัดธรรมดา ไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus - RSV) ที่มักทำให้เกิดอาการทางระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) และเชื้อไวรัสโรตา (Rotavirus) หรือโนโรไวรัส (Norovirus) ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง การติดต่อส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสสาร secretions เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ติดเชื้อ แล้วนำมาสัมผัสบริเวณใบหน้าของตนเอง

อาการสำคัญและลำดับการดำเนินของโรค

อาการป่วยมักเริ่มต้นด้วยอาการไข้ต่ำๆ คัดจมูก มีน้ำใสๆ ไหลออกมา ต่อมาในระยะที่สองจะมีอาการไอ เจ็บคอ หรือมีน้ำมูกข้นเขียว ซึ่งเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ หากเป็นกลุ่มติดเชื้อทางเดินอาหารจะมีอาการอาเจียน ท้องเสีย และปวดท้องร่วมด้วย ระยะเวลาในการเจ็บป่วยของโรคไวรัสส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณเจ็ดถึงสิบวัน หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับเข้าสู่ระยะฟื้นตัว

คำแนะนำจากคุณหมอ: พ่อแม่ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไปหากลูกป่วยบ่อยในช่วงปีแรกของการเข้าเนอสเซอรี่ เพราะนี่คือวงจรธรรมชาติที่เด็กทุกคนเกือบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและแยกเด็กป่วยออกจากสมาชิกคนอื่นเพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการป่วยส่วนใหญ่จะสามารถดูแลเบื้องต้นที่บ้านได้ แต่มีอาการบางประการที่เป็นสัญญาณเตือนว่าเด็กอาจมีภาวะโรคที่รุนแรงและต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โดยด่วน ได้แก่

  • มีไข้สูงมากกว่าสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้สูงติดต่อกันเกินสามวันโดยไม่ยอมลดลงเลย
  • มีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือเล่นน้อยลงมาก
  • ปฏิเสธการดื่มนมและน้ำอย่างต่อเนื่อง มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงหรือสีเข้มจัด
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือมีเสียงหายใจผิดปกติเช่นเสียงหวีด
  • มีอาการชักจากไข้ อาเจียนพุ่งรุนแรง หรือมีผื่นขึ้นตามตัวร่วมกับไข้สูง

วิธีดูแลรักษาและพยาบาลเบื้องต้นที่บ้าน

การดูแลเด็กป่วยที่เน้นความปลอดภัยและความสบายตัวเป็นหลัก จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น มีแนวปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

การลดไข้และการเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้อง

หากเด็กมีไข้และมีอาการไม่สบายตัว สามารถให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง โดยคำนวณจากขนาดสิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ให้กินทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเฉพาะเวลาที่มีไข้เท่านั้น การเช็ดตัวลดไข้ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์เช็ดตัวเด็ดขาด เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและไข้สูงขึ้นกว่าเดิม

การดูแลระบบทางเดินหายใจและภาวะขาดน้ำ

ให้เด็กดื่มน้ำอุ่นหรือนมแม่บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้เสมหะอ่อนตัวลง สำหรับเด็กที่มีน้ำมูกมาก สามารถใช้น้ำเกลือหยอดจมูก (Normal Saline Solution) เพื่อช่วยละลายน้ำมูกและดูดออกด้วยลูกยางแดงเบาๆ ทำให้เด็กหายใจสะดวกขึ้นเวลานอนหลับ

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเล็กเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Raye's Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทางสมองและตับที่รุนแรงถึงชีวิต และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กกินเองโดยเด็ดขาดหากยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ เนื่องจากโรคส่วนใหญ่เกิดจากไวรัสซึ่งยาฆ่าเชื้อไม่มีผลในการรักษา

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการป่วยซ้ำซ้อนทำได้โดยการสร้างสุขอนามัยที่ดี ฝึกให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ หลีกเลี่ยงการนำมือเข้าปาก และควรให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากนี้ การได้รับวัคซีนเสริมตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนโรตา และวัคซีนเสริมอื่นๆ จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและการนอนโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปแนวปฏิบัติสำหรับพ่อแม่ในการดูแลลูกป่วยบ่อย

การที่ลูกเข้าเนอสเซอรี่แล้วป่วยบ่อยเป็นบททดสอบความอดทนของพ่อแม่ การเตรียมตัวด้วยความเข้าใจในกลไกของโรค การดูแลรักษาตามอาการอย่างถูกวิธีที่บ้าน และการสังเกตสัญญาณอันตรายอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้ลูกน้อยผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้นในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down