ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ: แนวทางการใช้ยา ขนาดยาที่ถูกต้อง และข้อควรระวังสำคัญทางการแพทย์

โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (Influenza A) เป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันที่พบได้บ่อยในเด็กทุกวัย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เชื้อไวรัสชนิดนี้มีความรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา (Common Cold) เนื่องจากมีไข้สูงฉับพลัน อ่อนเพลียมาก และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือภาวะสมองอักเสบ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการใช้ยา ขนาดยาที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว และข้อควรระวังสำคัญจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยจากอันตรายถึงชีวิต

สาเหตุและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอเกิดจากการติดเชื้ออินฟลูเอนซาไวรัส ชนิดเอ ซึ่งมีความสามารถในการกลายพันธุ์สูงและแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วในชุมชน เช่น โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก หรือสถานที่แออัด เชื้อนี้ติดต่อผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสาร secretions ของผู้ติดเชื้อ แล้วนำมือเข้าสัมผัสตา จมูก หรือปากของตนเอง ระยะฟักตัวของโรคสั้นมากเพียงหนึ่งถึงสี่วันเท่านั้น ทำให้เด็กๆ สามารถรับเชื้อและแสดงอาการป่วยได้อย่างรวดเร็ว

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินโรค

อาการของเด็กที่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรงแตกต่างจากไข้หวัดทั่วไป โดยแบ่งระยะอาการได้ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก: มีไข้สูงฉับพลัน (ทะยานขึ้นสูงถึงสามสิบเก้าถึงสี่สิบองศาเซลเซียส) หนาสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่ออย่างรุนแรง
  • ระยะอาการเด่นชัด: มีอาการไอแห้ง เจ็บคอ น้ำูกไหล อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด เด็กเล็กอาจงอแงมาก ไม่ยอมดูดนมหรือรับประทานอาหาร อาการไข้มักเป็นติดต่อกันสามถึงห้าวันก่อนจะเริ่มค่อยๆ ทุเลาลง
  • ระยะฟื้นตัว: อาไข้และอาการปวดเมื่อยลดลง แต่อาการไอและอ่อนเพลียอาจหลงเหลืออยู่ได้นานหนึ่งถึงสองสัปดาห์

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลทันที

คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด หากพบอาการต่อไปนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนวิกฤตที่ต้องรีบนำตัวส่งแพทย์โดยด่วน

  • ไข้สูงเกินสามวัน หรือไข้สูงมากจนยาลดไข้เอาไม่อยู่
  • มีอาการชักจากไข้สูง หรือเกร็งกระตุก
  • ซึมลงมาก ปลุกตื่นยาก หรือไม่ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่อยู่หรือไม่ออกเลยเกินหกชั่วโมง
  • อาเจียนตลอดเวลา ไม่สามารถรับประทานน้ำหรือนมได้เลย

วิธีรักษาตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอประกอบด้วยการรักษาตามอาการและการใช้ยาต้านไวรัสเฉพาะโรค (Antiviral Drugs) ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาจ่ายยาตามความเหมาะสม

ยาต้านไวรัสจำเพาะ

ยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) เป็นยาต้านไวรัสหลักที่นิยมใช้ในเด็ก ได้ผลดีที่สุดหากเริ่มให้ภายในสี่สิบแปดชั่วโมงแรกที่มีอาการป่วย ช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล ขนาดยาจะคำนวณตามน้ำหนักตัวของเด็กโดยกุมารแพทย์เท่านั้น ผู้ปกครองไม่ควรหาซื้อยานี้รับประทานเอง

การใช้ยาลดไข้บรรเทาอาการ

คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวที่แท้จริงของเด็ก ขนาดยาที่ถูกต้องคือสิบถึงสิบห้าิลลิกรัม่อนน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ให้กินทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเฉพาะเวลาที่มีไข้สูงหรือปวดเมื่อยเท่านั้น ห้ามให้ถี่เกินไปเพราะอาจเป็นอันตรายต่อตับของเด็กได้

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่เป็นไข้หวัดใหญ่หรือสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออกเด็ดขาด การใช้ยาแอสไพรินในเด็กอาจกระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Reye's syndrome) ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อตับและสมองจนถึงแก่ชีวิตได้ ส่วนไอบูโพรเฟนอาจเพิ่มความเสี่ยงเรื่องเลือดออกทางเดินอาหารและภาวะแทรกซ้อนทางไตในโรคที่มีไข้สูงบางชนิด

นอกจากนี้ ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) ให้เด็กรับประทานเองอย่างเด็ดขาด เนื่องจากไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการฆ่าเชื้อไวรัส การใช้ยาพร่ำเพรื่อจะส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยาและก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหารของเด็ก

การดูแลรักษาพยาบาลเด็กที่บ้านอย่างถูกวิธี

  • การเช็ดตัวลดไข้: ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นในการเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดเด็ดขาดเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและอุณหภูมิร่างกายยิ่งสูงขึ้น
  • การดื่มน้ำและสารอาหาร: กระตุ้นให้เด็กจิบน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือน้ำอุ่นบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ สำหรับเด็กทารกควรให้ดูดนมแม่หรือนมผสมบ่อยขึ้น หากรับประทานอาหารได้น้อยให้เลือกอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม หรือโจ๊กอุ่นๆ
  • การพักผ่อน: ให้เด็กนอนหลับพักผ่อนให้อย่างเพียงพอในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดสี่สายพันธุ์เป็นประจำทุกปี โดยสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุหกเดือนขึ้นไป วัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโรคและป้องกันการนอนโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ควรปลูกฝังสุขอนามัยที่ดี เช่น การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด และหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปสถานที่เสี่ยงในช่วงที่มีการระบาด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down