ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกมีตกขาวมีกลิ่นเหม็นและมีสีเขียว เรื่องใหญ่ที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามมองข้าม

ภาวะตกขาวผิดปกติในเด็กหญิง ไม่ว่าจะเป็นตกขาวสีเขียว มีกลิ่นเหม็นคาว หรือกลิ่นอับรุนแรง ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่บ่งบอกถึงความผิดปกติภายในระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะเพศ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถสื่อสารอาการเจ็บป่วยได้อย่างชัดเจน อาการเหล่านี้มักสร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ขอยืนยันว่าอาการตกขาวสีเขียวและมีกลิ่นเหม็นในเด็กไม่ใช่เรื่องปกติที่ปล่อยไว้ได้ และจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยรวมถึงการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วน

สาเหตุและกลไกการเกิดตกขาวสีเขียวและมีกลิ่นเหม็นในเด็ก

ระบบสรีรวิทยาของเด็กหญิงก่อนวัยสาวจะมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ เยื่อบุช่องคลอดมีความบางและมีสภาพเป็นด่าง ซึ่งแตกต่างจากผู้ใหญ่ที่มีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรค ทำให้เด็กมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อและการระคายเคือง โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อยทางการแพทย์มีดังนี้

การติดเชื้อแบคทีเรียและการอักเสบในช่องคลอด (Bacterial Vaginosis and Vaginitis)

การเจริญเติบโตอย่างผิดปกติของแบคทีเรียบางชนิด เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียผสม หรือการติดเชื้อแบคทีเรียเฉพาะเจาะจง มักทำให้เกิดตกขาวเปลี่ยนเป็นสีเขียว สีเหลืองปนเขียว หรือมีฟอง พร้อมทั้งมีกลิ่นเหม็นคาวปลาชัดเจน อาการนี้มักเกิดจากสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม การอับชื้น หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ระคายเคืองผิวบอบบางของเด็ก

การมีสิ่งแปลกปลอมตกค้างในช่องคลอด (Vaginal Foreign Body)

สาเหตุนี้พบบ่อยมากในเด็กช่วงวัย 2 ถึง 6 ปี ซึ่งเป็นวัยซนและชอบสำรวจร่างกาย เด็กอาจเผลอนำสิ่งแปลกปลอมชิ้นเล็กๆ เช่น ชิ้นส่วนของเล่น กระดาษทิชชู สำลี หรือเศษผ้า ยัดเข้าไปในช่องคลอดโดยที่ผู้ปกครองไม่รู้ตัว สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้จะไปขัดขวางการระบายของเหลว ทำให้เกิดการคั่งค้าง มีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ส่งผลให้เกิดตกขาวสีเขียวข้นและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง บางครั้งอาจมีเลือดปนเล็กน้อย

การติดเชื้อรา (Fungal Infection / Candidiasis)

แม้การติดเชื้อราในเด็กเล็กจะไม่พบบ่อยเท่าในผู้ใหญ่ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในเด็กที่ใส่ผ้าอ้อมเป็นเวลานาน เด็กที่มีภาวะอับชื้น หรือเด็กที่เพิ่งได้รับยาปฏิชีวนะขนาดสูง ทำให้สมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป ตกขาวจากการติดเชื้อรามักมีลักษณะเป็นก้อนขาวข้นคล้ายนมบูด แต่อาจมีสีเขียวอ่อนร่วมด้วยหากมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

สุขอนามัยส่วนบุคคลและปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ

การทำความสะอาดอวัยวะเพศที่ไม่ถูกวิธี เช่น การเช็ดทำความสะอาดจากด้านหลังมาด้านหน้า ทำให้เชื้อโรคจากทวารหนักปนเปื้อนเข้าสู่ช่องคลอด การสวมใส่กางเกงชั้นในที่อับชื้น หรือการใช้สบู่ที่มีน้ำหอมรุนแรงล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อวัยวะเพศอักเสบและเกิดตกขาวผิดปกติ

อาการสำคัญและสัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

นอกเหนือจากอาการตกขาวมีสีเขียวและมีกลิ่นเหม็นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการร่วมอื่นๆ ที่บ่งบอกถึงความรุนแรงของการติดเชื้อ ดังนี้

  • มีอาการคัน แสบ แดง หรือบวมบริเวณแคมเล็กและปากช่องคลอด
  • เด็กมักเอามือเกาหรือแสดงความไม่สุขสบายบริเวณอวัยวะเพศ ร้องกวนเวลากลางคืน
  • มีอาการเจ็บหรือแสบเวลาปัสสาวะ หรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
  • มีรอยเปื้อนสีเขียวหรือสีเหลืองที่กางเกงในของเด็กอย่างต่อเนื่อง
  • ในกรณีที่มีสิ่งแปลกปลอม ตกขาวมักจะมีกลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงมากเป็นพิเศษ และอาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ ยาเหน็บช่องคลอด หรือยาทาฆ่าเชื้อมาใช้ให้เด็กด้วยตนเองเด็ดขาด การใช้ยาไม่ตรงกับสาเหตุ เช่น การใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียกับอาการที่เกิดจากสิ่งแปลกปลอม จะทำให้อาการแย่ลงและเกิดเชื้อดื้อยาได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

หากพบบุตรหลานมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพากำหนดพบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านนรีเวชเด็กทันที

  • มีไข้สูงร่วมด้วย ซึ่งแสดงว่าการติดเชื้ออาจลุกลามไปยังระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบนหรืออุ้งเชิงกราน
  • มีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงจนเด็กงอตัวหรือเดินลำบาก
  • มีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอดในปริมาณมาก
  • บริเวณอวัยวะเพศบวมแดงมาก มีหนองไหล หรือเนื้อเยื่อมีสีคล้ำผิดปกติ
  • เด็กซึมลง ไม่ยอมรับประทานอาหาร หรือมีอาการขาดน้ำร่วมด้วย

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดและนุ่มนวลเพื่อไม่ให้เด็กเกิดความกลัว

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามลักษณะของตกขาว ระยะเวลาที่เป็น สุขอนามัยประจำวัน พฤติกรรมของเด็ก และประวัติการใช้ยาปฏิชีวนะ
  • การตรวจร่างกายเฉพาะที่: แพทย์จะตรวจดูบริเวณอวัยวะเพศภายนอกอย่างระมัดระวัง สำหรับเด็กเล็กอาจใช้เครื่องมือพิเศษขนาดเล็กหรือการตรวจอัลตราซาวนด์หน้าท้องเพื่อค้นหาสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอดโดยไม่ต้องสอดเครื่องมือเข้าไปในช่องคลอดเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ทางกายวิภาคของเด็ก
  • การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ: การนำสารคัดหลั่งหรือตกขาวไปย้อมสีและเพาะเชื้อ เพื่อหาชนิดของแบคทีเรีย เชื้อรา หรือปรสิตที่ก่อโรค ทำให้สามารถให้ยารักษาได้อย่างตรงจุด

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตามหลักการแพทย์

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่วินิจฉัยพบ

  • กรณีติดเชื้อแบคทีเรีย: แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานหรือยาทาภายนอกที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก ผู้ปกครองต้องให้เด็กรับประทานยาให้ครบตามกำหนดแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
  • กรณีมีสิ่งแปลกปลอม: แพทย์จะทำการเอาสิ่งแปลกปลอมออกอย่างนุ่มนวลในห้องตรวจ อาจต้องใช้อุปกรณ์พิเศษหรือการล้างทำความสะอาดช่องคลอดด้วยน้ำเกลือทางการแพทย์ ภายหลังการเอาออก อาการตกขาวและกลิ่นเหม็นจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน
  • กรณีติดเชื้อรา: แพทย์จะให้ยาต้านเชื้อราแบบทาภายนอก พร้อมทั้งแนะนำวิธีรักษาความสะอาดและลดความอับชื้น
คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลสุขอนามัยพื้นฐานเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกัน หลังเด็กขับถ่ายควรสอนให้เช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลังเสมอ เลือกใช้สบู่อ่อนโยนที่ไม่มีน้ำหอม และสวมกางเกงชั้นในผ้าฝ้ายระบายอากาศได้ดีเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

วิธีป้องกันและการสร้างเสริมสุขอนามัยระยะยาว

คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเกิดภาวะตกขาวผิดปกติได้ด้วยการปลูกฝังสุขอนามัยที่ดีตั้งแต่วัยเยาว์

  • สอนเด็กเรื่องการทำความสะอาดอวัยวะเพศอย่างถูกวิธีหลังการขับถ่าย
  • หลีกเลี่ยงการใช้แป้งฝุ่น สบู่ที่มีน้ำหอมแรง หรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายบริเวณอวัยวะเพศของเด็ก
  • เปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กเล็กบ่อยๆ เพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้นสะสม
  • เลือกเสื้อผ้าและกางเกงชั้นในที่แห้งสนิท สะอาด และทำจากผ้าฝ้ายธรรมชาติ
  • ระมัดระวังการเลือกของเล่นสำหรับเด็กเล็ก หลีกเลี่ยงของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่เด็กอาจเผลอนำเข้าสู่ร่างกาย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down