ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจภาวะตกขาวผิดปกติในเด็กผู้หญิง

ภาวะตกขาว (Vaginal Discharge) เป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกายในการขับเซลล์ที่ตายแล้วและเมือกออกจากช่องคลอด เพื่อรักษาความสะอาดและสมดุลของช่องคลอด อย่างไรก็ตาม หากเด็กผู้หญิงมีตกขาวที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น มีตกขาวสีเขียว มีกลิ่นคาว กลิ่นเหม็นรุนแรง หรือมีอาการคัน แสบ แดง ร่วมด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ภาวะปกติและเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบสืบพันธุ์หรือช่องคลอดกำลังเกิดการติดเชื้อที่ต้องได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วน

ในเด็กผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนหรือวัยเด็กเล็ก ภูมิต้านทานในช่องคลอดและการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจนยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้เยื่อบุช่องคลอดมีความบางและติดเชื้อได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ การพบความผิดปกติจึงต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษโดยคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

สาเหตุและกลไกการเกิดตกขาวสีเขียวมีกลิ่นคาวในเด็ก

การที่เด็กผู้หญิงมีตกขาวสีเขียวและมีกลิ่นคาวมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อปรสิต หรือการมีสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด กลไกหลักเกิดจากการเสียสมดุลของจุลินทรีย์ประจำถิ่น (Normal Flora) ในช่องคลอด ทำให้เชื้อโรคฉวยโอกาสเจริญเติบโตได้ดี

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis หรือแบคทีเรียชนิดอื่น): เกิดจากการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียก่อโรค ทำให้เกิดสารคัดหลั่งเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวเหลืองและมีกลิ่นคาวปลา
  • การติดเชื้อจากสิ่งแปลกปลอม: ในเด็กเล็กมักพบปัญหาการนำสิ่งแปลกปลอมชิ้นเล็กๆ เช่น ชิ้นส่วนของเล่น กระดาษทิชชู เข้าไปในช่องคลอดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน และมีตกขาวสีเขียวมีกลิ่นคาวรุนแรง
  • สุขอนามัยที่ไม่ถูกวิธี: การเช็ดทำความสะอาดหลังจากขับถ่ายจากด้านหลังมาด้านหน้า ทำให้เชื้อโรคจากทวารหนักปนเปื้อนเข้าสู่ช่องคลอดและทางเดินปัสสาวะ
  • การติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (ในกรณีวัยรุ่นหรือเด็กโต): แม้จะพบได้น้อยในเด็กเล็ก แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในกลุ่มวัยรุ่น

อาการแสดงสำคัญที่ต้องสังเกต

นอกเหนือจากอาการหลักคือลูกสาวมีตกขาวสีเขียวมีกลิ่นคาวแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการร่วมอื่นๆ ที่มักปรากฏร่วมด้วยเพื่อนำมาให้ข้อมูลแก่กุมารแพทย์ ดังนี้

  • มีอาการคัน ระคายเคือง หรือแสบรอบบริเวณอวัยวะเพศภายนอก
  • เด็กมักเอามือเกาหรือแสดงความอึดอัดบริเวณเป้ากางเกง
  • มีอาการแสบขัดเวลาปัสสาวะ หรือปัสสาวะบ่อย
  • บริเวณช่องคลอดหรือแคมอวัยวะเพศมีอาการบวมแดง
  • มีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วยในกรณีที่มีการอักเสบติดเชื้อลุกลาม
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ ยาสอดช่องคลอด หรือยาล้างจุดซ่อนเร้นมาให้เด็กใช้เองอย่างเด็ดขาด การใช้ยาไม่ตรงกับชนิดของเชื้อโรคอาจทำให้อาการแย่ลง ดื้อยา หรือระคายเคืองรุนแรงต่อผิวบอบบางของเด็ก

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อพาเด็กมาพบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวชเด็ก แพทย์จะมีขั้นตอนการวินิจฉัยที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับวัย ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: สอบถามลักษณะของตกขาว ระยะเวลาที่เป็น อาการร่วม เช่น อาการคัน ปัสสาวะแสบขัด และพฤติกรรมของเด็ก
  • การตรวจร่างกายภายนอก: แพทย์จะตรวจบริเวณอวัยวะเพศภายนอกอย่างนุ่มนวลเพื่อดูรอยแดง การบวม หรือการมีสิ่งแปลกปลอม โดยทั่วไปในเด็กเล็กจะไม่มีการสอดอุปกรณ์ตรวจภายในเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน
  • การเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง (Swab): แพทย์อาจใช้ก้านสำลีป้ายบริเวณตกขาวเพื่อนำไปตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือพรสิตใต้กล้องจุลทรรศน์

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบ หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานหรือยาทาภายนอกที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ในกรณีที่พบสิ่งแปลกปลอม แพทย์จะทำการคีบออกอย่างระมัดระวังในห้องตรวจ

คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลรักษาความสะอาดที่บ้านในช่วงระหว่างการรักษาเป็นสิ่งสำคัญ ควรให้เด็กสวมใส่กางเกงในผ้าฝ้ายระบายอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงกางเกงรัดรูป และทำความสะอาดอวัยวะเพศด้วยน้ำเปล่าบริสุทธิ์ เช็ดให้แห้งสนิททุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน:

  • มีเลือดออกผิดช่องคลอดนอกเหนือจากประจำเดือน
  • มีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง
  • มีไข้สูงหนาวสั่น
  • มีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงมากร่วมกับอาการบวมเป่งของอวัยวะเพศ

วิธีป้องกันการเกิดซ้ำและการดูแลสุขอนามัย

การป้องกันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการปลูกฝังสุขอนามัยที่ถูกต้องให้แก่เด็ก ดังนี้

  • สอนวิธีการเช็ดทำความสะอาดหลังขับถ่ายจากด้านหน้าไปด้านหลังเสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรคจากลำไส้เข้าสู่ช่องคลอด
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนและไม่มีน้ำหอม หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด
  • ดูแลให้เด็กดื่มน้ำสะอาดเพียงพอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down