ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกสาวมีหนองสีเขียวที่ช่องคลอด: ปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม

อาการตกขาวผิดปกติหรือการมีหนองสีเขียวไหลออกจากช่องคลอดในเด็กผู้หญิง เป็นเรื่องที่สร้างความตกใจและกังวลใจให้กับผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เนื่องจากอวัยวะเพศของเด็กในวัยก่อนเข้าสู่วัยรุ่นมีความอ่อนโยนและยังไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนมาช่วยสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติเหมือนในผู้ใหญ่ ทำให้เกิดการติดเชื้อและการอักเสบได้ง่าย การพบสิ่งคัดหลั่งที่มีลักษณะเป็นหนอง สีเขียว หรือสีเหลืองปนเขียว มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน ถือเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงความผิดปกติที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องจากแพทย์เฉพาะทางทันที

สถิติและความสำคัญทางการแพทย์

ปัญหาการอักเสบของช่องคลอดและอวัยวะเพศภายนอก (Vulvovaginitis) เป็นหนึ่งในโรคทางนรีเวชในเด็กที่พบได้บ่อยที่สุด โดยมักเกิดขึ้นในเด็กอายุตั้งแต่สองปีจนถึงก่อนวัยรุ่น กายหุ้มช่องคลอดและเยื่อบุช่องคลอดของเด็กหญิงในวัยนี้ยังบางมาก ต่อมไขมันและต่อมเหงื่อยังพัฒนาไม่เต็มที่ อีกทั้งค่าความเป็นกรดด่างในช่องคลอดไม่ได้มีฤทธิ์เป็นกรดสูงเหมือนผู้ใหญ่ ทำให้แบคทีเรียหรือเชื้อโรคต่างๆ สามารถเจริญเติบโตและลุกลามได้ง่าย หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่การติดเชื้อลุกลามเรื้อรัง เกิดแผลเป็น หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยในระยะยาวได้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคตกขาวและหนองในเด็กหญิง

การเกิดหนองสีเขียวที่ช่องคลอดของเด็กหญิงมีสาเหตุหลักมาจากกระบวนการอักเสบและการติดเชื้อแบคทีเรียหรือสิ่งแปลกปลอม โดยสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่สำคัญได้ดังนี้

การติดเชื้อแบคทีเรียและจุลชีพ

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดต่างๆ เช่น เชื้อสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) เชื้อสแตฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) หรือแบคทีเรียที่ปนเปื้อนมาจากระบบทางเดินอาหารเนื่องจากสุขอนามัยในการขับถ่ายที่ไม่ถูกต้อง เช่น การเช็ดทำความสะอาดจากด้านหลังมาด้านหน้า ทำให้เชื้อโรคจากทวารหนักเข้าสู่ช่องคลอด นอกจากนี้ ในบางกรณีอาจเกิดจากการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections) ซึ่งต้องซักประวัติและตรวจอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเด็ก

สิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด

อีกหนึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยในเด็กวัยซน (อายุประมาณสามถึงห้าปี) คือการมีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปติดค้างอยู่ในช่องคลอดโดยที่เด็กอาจไม่รู้ตัวหรือกลัวไม่กล้าบอกผู้ปกครอง เช่น ชิ้นส่วนของกระดาษทิชชู สำลี เม็ดบีดส์ ชิ้นส่วนของเล่นขนาดเล็ก หรือเส้นด้าย สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้จะไปขัดขวางการระบายของสารคัดหลั่ง ทำให้เกิดการระคายเคือง บวมอักเสบ และกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียจนเกิดเป็นหนองสีเขียวที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง

ปัจจัยกระตุ้นด้านสุขอนามัยและกายวิภาค

ลักษณะทางกายวิภาคของเด็กหญิงที่มีไขมันหัวหน่าวและแคมอวัยวะเพศยังไม่พัฒนาเต็มที่ ประกอบกับพฤติกรรมของเด็กที่ชอบนั่งเล่นบนพื้น การสวมใส่กางเกงที่อับชื้น หรือการใช้สบู่และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีสารเคมีรุนแรงระคายเคืองต่อผิวบอบบาง ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการเสียสมดุลของระบบนิเวศน์ในช่องคลอด และเปิดทางให้เชื้อโรคเข้าโจมตีได้ง่ายขึ้น

อาการแสดงสำคัญและลำดับการดำเนินของโรค

อาการผิดปกติมักเริ่มต้นจากความระคายเคืองเล็กน้อย ก่อนจะแสดงอาการที่ชัดเจนมากขึ้นตามความรุนแรงของการติดเชื้อ

อาการในระยะเริ่มแรก

ในระยะแรกเด็กอาจบ่นว่ามีอาการคัน แสบ หรือระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศภายนอก เริ่มสังเกตเห็นรอยแดงบริเวณแคมใหญ่และแคมเล็ก เด็กอาจจะเอามือเกาบ่อยๆ หรือแสดงอาการไม่สบายตัวเวลาปัสสาวะเนื่องจากปัสสาวะไปโดนบริเวณที่เป็นแผล

อาการในระยะเด่นชัด

เมื่อการติดเชื้อลุกลามมากขึ้น จะเริ่มมีสิ่งคัดหลั่งผิดปกติไหลออกมา โดยในกรณีที่มีหนองสีเขียวหรือสีเหลืองเข้มปน มักมาพร้อมกับกลิ่นเหม็นคาวหรือกลิ่นเน่าอย่างชัดเจน เด็กจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนเวลาปัสสาวะ (Dysuria) บางรายอาจมีเลือดจางๆ หรือตกขาวปนเลือดไหลออกมาเนื่องจากเยื่อบุช่องคลอดอักเสบและเปราะบางมาก

อาการในระยะลุกลามหรือเรื้อรัง

หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาการอักเสบจะกระจายวงกว้างไปยังผิวหนังบริเวณขาหนีบและก้น เด็กจะมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย งอแง และมีความวิตกกังวลสูงเนื่องจากความเจ็บปวด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบว่าเด็กมีหนองสีเขียวไหลออกจากช่องคลอดร่วมกับมีเลือดปน ห้ามซื้อยาสอดหรือยาปฏิชีวนะมาใช้เองเด็ดขาด เนื่องจากช่องคลอดของเด็กมีความบอบบางมาก การใช้ยาผิดประเภทอาจทำให้เยื่อบุช่องคลอดเสียหายรุนแรงหรือดื้อยาได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

ผู้ปกครองควรสังเกตอาการร่วมอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องนำตัวเด็กไปพบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านนรีเวชเด็กโดยเร็วที่สุด

  • มีไข้สูงหนาวสั่น หรือไข้ไม่ลดเกินสามวัน
  • มีอาการปวดท้องน้อยหรือปวดอุ้งเชิงกรานอย่างรุนแรง
  • หนองที่ไหลออกมามีเลือดปนปริมาณมาก หรือมีกลิ่นเหม็นรุนแรงผิดปกติร่วมกับเนื้อเยื่อเน่าเปื่อย
  • เด็กปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะแสบขัดมากจนไม่ยอมปัสสาวะ หรือมีภาวะขาดน้ำ
  • มีอาการบวมแดงลามไปยังผิวหนังรอบข้าง บริเวณก้น หรือต้นขาอย่างรวดเร็ว

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ กุมารแพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยด้วยความนุ่มนวลและระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เด็กเกิดความกลัว โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้

การซักประวัติและการตรวจร่างกาย

แพทย์จะซักถามประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ ลักษณะของหนองและสี กลิ่น ประวัติการขับถ่าย ประวัติการใช้สบู่หรือแป้งบริเวณอวัยวะเพศ รวมถึงประวัติอุบัติเหตุหรือการใส่สิ่งแปลกปลอม พร้อมทั้งตรวจร่างกายภายนอกบริเวณอวัยวะเพศอย่างละเอียด

การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการหาเชื้อ

ในกรณีที่สงสัยว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อโรคเฉพาะ แพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างสิ่งคัดหลั่งบริเวณช่องคลอด (Vaginal Swab) ไปส่งตรวจเพาะเชื้อ (Culture and Sensitivity) และตรวจหาชนิดของเชื้อโรค เพื่อให้สามารถเลือกใช้ยาปฏิชีวนะได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาอาการมีหนองสีเขียวที่ช่องคลอดในเด็ก จะต้องดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การรักษาด้วยยาและการดูแลรักษาความสะอาด

แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานหรือยาทาภายนอกตามผลการตรวจเชื้อ ห้ามหยุดยาเองแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วเพื่อให้เชื้อโรคถูกกำจัดจนหมด ในส่วนของการทำความสะอาด ควรใช้น้ำเปล่าสะอาดล้างเบาๆ หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารเคมีระคายเคือง ซับให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาดทุกครั้ง

คำแนะนำจากคุณหมอ: การสอนสุขอนามัยที่ถูกต้องให้แก่เด็กหญิงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยต้องสอนให้เช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลังทุกครั้งหลังขับถ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียจากทวารหนักแพร่กระจายเข้าสู่ช่องคลอด

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ผู้ปกครองควรตระหนักถึงข้อปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยของบุตรหลาน

  • ห้ามซื้อยาสอด ยาปฏิชีวนะ หรือยาทาแก้คันที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์มาใช้ทาบริเวณช่องคลอดของเด็กเองโดยเด็ดขาด
  • ห้ามทำการสวนล้างช่องคลอดของเด็ก เพราะจะทำให้เยื่อบุช่องคลอดฉีกขาดและดันเชื้อโรคให้ลุกลามเข้าไปลึกขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้แป้งฝุ่น โลชั่น หรือน้ำหอมบริเวณอวัยวะเพศภายนอก เนื่องจากจะไปสะสมและกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองรุนแรงขึ้น

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพช่องคลอดในเด็กระยะยาว

การป้องกันการเกิดซ้ำสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลสุขอนามัยประจำวันอย่างเคร่งครัด

  • สวมใส่กางเกงในที่ทำจากผ้าฝ้ายแท้ (Cotton) ระบายอากาศได้ดี ไม่คับแน่นจนเกินไป
  • เปลี่ยนกางเกงในทันทีหากเปียกชื้น และซักทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน
  • ดูแลให้เด็กดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

อาการมีหนองสีเขียวที่ช่องคลอดในเด็กหญิงเป็นอาการผิดปกติที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการมีสิ่งแปลกปลอมติดค้าง การดูแลรักษาอย่างรวดเร็วและถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและความเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้นกับลูกรักได้เป็นอย่างดี

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down