ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขความต่างโรคหนองในแท้และหนองในเทียม ภัยเงียบจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลใจให้กับผู้ป่วยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มโรคติดเชื้อบริเวณท่อปัสสาวะและอวัยวะเพศ ซึ่งโรคที่มีอาการใกล้เคียงกันจนทำให้หลายคนสับสนบ่อยครั้ง ได้แก่ โรคหนองในแท้และหนองในเทียม แม้ทั้งสองโรคจะมีชื่อเรียกที่คล้ายคลึงกันและแสดงอาการเด่นชัดคือมีหนองไหลออกจากอวัยวะเพศ แต่ในทางการแพทย์แล้วโรคทั้งสองเกิดจากเชื้อโรคคนละชนิด มีระยะเวลาฟักตัวที่แตกต่างกัน และต้องอาศัยแนวทางการรักษาที่จำเพาะเจาะจง การทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของโรคทั้งสองจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสังเกตอาการตนเอง การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็ว และการรับการรักษาที่ถูกต้องเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ในระยะยาว

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค: เชื้อโรคและการแพร่ระบาด

การทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของการเกิดโรคช่วยให้เราสามารถป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโรคหนองในแท้และหนองในเทียมมีรายละเอียดทางจุลชีววิทยาและระบาดวิทยาดังนี้

โรคหนองในแท้ (Gonorrhea)

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า ไนซีเรีย กอนอร์โรเฮียอี (Neisseria gonorrhoeae) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดแกรมลบ (Gram-negative diplococcus) เชื้อนี้มีความสามารถในการเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้ดีในบริเวณเยื่อบุผิวที่ชื้นและอบอุ่น เช่น ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก มดลูก ท่อนำไข่ ช่องคลอด ทวารหนัก และเยื่อบุตา ระยะเวลาการฟักตัวของโรคหนองในแท้ค่อนข้างสั้น โดยทั่วไปผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อภายในสองถึงเจ็ดวันเท่านั้น เชื้อนี้ติดต่อได้ง่ายผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก โดยไม่จำเป็นต้องมีการหลั่งน้ำอสุจิ นอกจากนี้มารดาที่ติดเชื้อยังสามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ทารกในครรภ์ขณะคลอดธรรมชาติได้อีกด้วย

โรคหนองในเทียม (Non-Gonococcal Urethritis - NGU)

เกิดจากการติดเชื้อจุลชีพอื่นๆ ที่ไม่ใช่เชื้อหนองในแท้ โดยสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการติดเชื้อแบคทีเรีย คลายมาเดีย ทราโชมาทิส (Chlamydia trachomatis) นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากเชื้ออื่นๆ เช่น ไมโคพลาสมา เจนิทาเลียม (Mycoplasma genitalium) ยูรีพลาสมา ยูรีไลติกัม (Ureaplasma urealyticum) หรือเชื้อทริโคโมแนส (Trichomonas vaginalis) ระยะเวลาการฟักตัวของหนองในเทียมจะยาวนานกว่าหนองในแท้ โดยมักใช้เวลาตั้งแต่หนึ่งถึงสามสัปดาห์หรือมากกว่านั้นกว่าจะเริ่มแสดงอาการเด่นชัด การติดต่อเกิดขึ้นผ่านการมีเพศสัมพันธ์เช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากอาการในระยะแรกมักมีความรุนแรงน้อยหรือแทบไม่มีอาการเลย ทำให้ผู้ป่วยมักเป็นพาหะในการแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว

อาการแสดงสำคัญและข้อแตกต่างระหว่างหนองในแท้และหนองในเทียม

แม้อาการหลักของทั้งสองโรคจะมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของอาการทางระบบทางเดินปัสสาวะ แต่รายละเอียดของความรุนแรงและลักษณะของสิ่งคัดหลั่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งแพทย์สามารถใช้เป็นแนวทางในการประเมินเบื้องต้นได้

อาการของโรคหนองในแท้

  • มีอาการแสบขัดอย่างรุนแรงขณะปัสสาวะ โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน
  • มีหนองสีเหลืองข้นหรือสีเขียวไหลออกจากท่อปัสสาวะอย่างชัดเจน
  • ในเพศหญิงอาจมีตกขาวผิดปกติ มีเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน หรือมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย
  • หากติดเชื้อบริเวณทวารหนักจะมีอาการคัน มีหนองหรือมูกเลือดปนออกมากับอุจจาระ

อาการของโรคหนองในเทียม

  • มีอาการแสบขัดปัสสาวะเช่นกัน แต่อาการมักมีความรุนแรงน้อยกว่าหนองในแท้
  • มีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะเช่นกัน แต่ลักษณะของหนองมักจะใสกว่า มีสีขาวขุ่นหรือบางครั้งมีลักษณะเป็นเมือกใสๆ ออกมาเฉพาะเวลาบีบรีดท่อปัสสาวะ
  • ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย ซึ่งพบได้บ่อยในเพศหญิง ทำให้เชื้อลุกลามไปสู่มดลูกและปีกมดลูกโดยไม่รู้ตัว
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ป่วยโรคหนองในทั้งสองชนิดสามารถติดเชื้อร่วมกันได้ในเวลาเดียวกัน และการที่ปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาจะทำให้เชื้อลุกลามไปสู่อวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะมีบุตรยาก ท่อนำไข่อุดตัน หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การวินิจฉัยโรคหนองในแท้และหนองในเทียมต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อระบุชนิดของเชื้อโรคอย่างแม่นยำ เนื่องจากแนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะมีความแตกต่างกัน แพทย์จะมีขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะซักประวัติทางเพศสัมพันธ์ ประวัติอาการแสบขัด และระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ พร้อมทั้งตรวจร่างกายบริเวณอวัยวะเพศเพื่อดูรอยโรคและลักษณะของสิ่งคัดหลั่ง
  • การย้อมสีแกรม (Gram Stain): เป็นการนำหนองหรือสิ่งคัดหลั่งมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาเชื้อแบคทีเรียหนองในแท้ ซึ่งให้ผลการตรวจที่รวดเร็ว
  • การตรวจด้วยวิธีนิวคลีอิกแอมพลิฟายชัน (Nucleic Acid Amplification Tests - NAATs): เป็นวิธีที่มีความไวและความแม่นยำสูงที่สุด สามารถตรวจหาพันธุกรรมของเชื้อทั้งหนองในแท้และหนองในเทียมได้จากการเก็บตัวอย่างปัสสาวะช่วงต้นหรือการใช้ก้านสำลีป้ายบริเวณท่อปัสสาวะ ช่องคลอด หรือปากมดลูก

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคหนองในทั้งสองชนิดต้องใช้ยาปฏิชีวนะภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเป็นอันขาด เนื่องจากอาจทำให้เชื้อดื้อยาและโรคไม่หายขาด

การรักษาโรคหนองในแท้

แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporins) เช่น ยาฉีดเซฟไตรแอกโซน (Ceftriaxone) ร่วมกับการรับประทานยาอะซิโทรมัยซิน (Azithromycin) เพื่อครอบคลุมการติดเชื้อหนองในเทียมที่มักจะพบร่วมกันบ่อยครั้ง

การรักษาโรคหนองในเทียม

แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ทำลายเชื้อแบคทีเรียภายในเซลล์ เช่น ยาด็อกซีไซคลีน (Doxycycline) หรือยาอะซิโทรมัยซิน (Azithromycin) เป็นระยะเวลาตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด

คำแนะนำจากคุณหมอ: สิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาโรคหนองในคือ "การรักษาคู่คู่นอน" แม้ว่าคู่นอนจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็ตาม จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจและรับการรักษาไปพร้อมกัน เพื่อตัดวงจรการติดเชื้อซ้ำซ้อน และควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะได้รับการรักษาจนครบโดสและแพทย์ยืนยันว่าหายสนิท

การฟื้นฟูสุขภาพและการป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

ภายหลังจากการรับประทานยาจนครบตามกำหนดการรักษา ผู้ป่วยควรกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำตามนัดหมายเพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อถูกกำจัดออกจากร่างกายอย่างหมดจด การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ได้แก่ การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ การตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำทุกปี หรือเมื่อเปลี่ยนคู่นอนใหม่ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของตนเองและสังคม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down