ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เจ็บตอนปัสสาวะมีมูกใสหรือหนองไหล: สัญญาณอันตรายที่ไม่อละเลย

อาการเจ็บปวดขณะปัสสาวะร่วมกับการมีมูกใส มูกขาว หรือหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนภัยสุขภาพที่ร่างกายกำลังส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ อาการเหล่านี้มักไม่ใช่เรื่องปกติและไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้หายเอง เพราะอาจเป็นข้อบ่งชี้สำคัญของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections) ที่พบได้บ่อย ได้แก่ โรคหนองในแท้ (Gonorrhea) และโรคหนองในเทียม (Nongonococcal Urethritis) ซึ่งหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที เชื้อโรคเหล่านี้สามารถลุกลามเข้าสู่ระบบสืบพันธุ์ ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงเรื้อรังทั้งในเพศชายและเพศหญิง บทความนี้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์อย่างรอบด้าน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ แนวทางการรักษาที่ถูกต้อง และวิธีป้องกันที่ได้ผลจริง

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคหนองในแท้และหนองในเทียม

อาการที่มีหนองหรือมูกไหลร่วมกับอาการเจ็บปวดเวลาปัสสาวะ เกิดจากการอักเสบติดเชื้อบริเวณเยื่อบุท่อปัสสาวะ โดยเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุหลักแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ตามลักษณะของโรค ดังนี้

โรคหนองในแท้ (Gonorrhea)

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า ไนซีเรีย โกโนเรียอี (Neisseria gonorrhoeae) ซึ่งเป็นแบคทีเรียรูปเมล็ดกาแฟที่ชอบอาศัยและเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณเยื่อบุเมือกชื้น เช่น ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก มดลูก ท่อนำไข่ ทวารหนัก และลำคอ เชื้อนี้มีความสามารถในการแพร่กระจายและทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดหนองข้นสีเหลืองหรือสีเขียวไหลออกจากท่อปัสสาวะภายในระยะเวลาอันสั้น

โรคหนองในเทียม (Nongonococcal Urethritis - NGU)

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือจุลชีพชนิดอื่นที่ไม่ใช่เชื้อหนองในแท้ เชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือ คลาไมเดีย ทราโชมาทิส (Chlamydia trachomatis) นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากเชื้อไมโคพลาสมา เจนิตาเลียม (Mycoplasma genitalium) หรือเชื้อไตรโคโมแนส (Trichomonas) ลักษณะอาการของหนองในเทียมมักจะมีความรุนแรงน้อยกว่าหนองในแท้ โดยมักจะมีอาการเจ็บปวดไม่มากนัก และมีมูกใสหรือมูกขาวขุ่นไหลออกจากท่อปัสสาวะแทนที่จะเป็นหนองข้นเหลือง

ทั้งสองโรคติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก โดยไม่ต้องมีการหลั่งน้ำอสุจิก็สามารถติดเชื้อได้ ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้สวมถุงยางอนามัยจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงในการรับเชื้อ

อาการสำคัญและระยะเวลาการแสดงอาการ

อาการของโรคหนองในแท้และหนองในเทียมมีความคล้ายคลึงกันในหลายจุด แต่มีความแตกต่างกันในด้านความรุนแรงและลักษณะของสิ่งคัดหลั่ง โดยสามารถสังเกตอาการเด่นชัดได้ดังนี้

อาการในเพศชาย

  • รู้สึกแสบขัดหรือเจ็บปวดอย่างรุนแรงบริเวณท่อปัสสาวะในขณะที่กำลังปัสสาวะ
  • มีสิ่งคัดหลั่งไหลออกมาจากปลายท่อปัสสาวะ โดยหนองในแท้จะมีหนองข้นสีเหลืองหรือเขียวจัด ส่วนหนองในเทียมจะมีลักษณะเป็นมูกใส มูกขาว หรือมูกขุ่น
  • มีอาการคันยิบๆ หรือระคายเคืองบริเวณปลายท่อปัสสาวะตลอดเวลา
  • ในบางรายอาจมีอาการบวมแดงบริเวณปากท่อปัสสาวะ หรือมีอาการปวดหน่วงบริเวณอัณฑะร่วมด้วยหากเชื้อลุกลาม

อาการในเพศหญิง

  • มีอาการเจ็บแสบเวลาปัสสาวะเช่นเดียวกัน แต่ผู้หญิงหลายรายอาจไม่แสดงอาการเด่นชัดในระยะแรก
  • มีตกขาวผิดปกติ มีปริมาณมาก มีกลิ่นเหม็น หรือมีสีเหลืองปนเขียว
  • มีเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด นอกเหนือจากรอบเดือนปกติ
  • มีอาการปวดท้องน้อย หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ติดเชื้อจำนวนมากโดยเฉพาะเพศหญิงและผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือทางปาก อาจไม่มีอาการแสดงใดๆ เลยในระยะแรก แต่ยังคงสามารถแพร่เชื้อไปสู่คู่นอนได้ การตรวจสุขภาพทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการเจ็บปวดขณะปัสสาวะจะมีสาเหตุมาจากหลายโรค เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่หากมีอาการร่วมเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์โดยด่วนเพื่อรับการรักษาที่ตรงจุด:

  • มีไข้หนาวสั่นร่วมด้วย ซึ่งบ่งบอกว่าการติดเชื้อเริ่มลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดหรืออวัยวะภายใน
  • มีอาการปวดหลังส่วนล่างหรือปวดเอวอย่างรุนแรง ซึ่งอาจแสดงถึงการติดเชื้อลุกลามไปที่กรวยไต
  • ในเพศชายมีอาการปวดบวมที่ถุงอัณฑะอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเกิดจากการอักเสบของท่อน้ำอสุจิหรือต่อมลูกหมาก
  • มีแผลพุพอง ตุ่มน้ำ หรือแผลเจ็บร่วมด้วยที่บริเวณอวัยวะเพศ
  • อาการไม่ดีขึ้นหลังจากซื้อยารับประทานเอง หรืออาการแย่ลงเรื่อยๆ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการเจ็บปัสสาวะและมีมูกหรือหนองไหล แพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำที่สุด ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับอาการเริ่มต้น ระยะเวลา ลักษณะของสิ่งคัดหลั่ง ประวัติทางเพศสัมพันธ์ และการใช้ถุงยางอนามัย
  • การตรวจร่างกาย: ตรวจดูความผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ ท่อปัสสาวะ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ และตรวจคลำช่องท้องหรืออัณฑะ
  • -การเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ: แพทย์จะใช้ก้านสำลีขนาดเล็กป้ายเก็บตัวอย่างสิ่งคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ (Urethral Swab) หรือปากมดลูก เพื่อนำไปตรวจย้อมสีแกรม (Gram Stain) หาเชื้อแบคทีเรียหนองในแท้ หรือส่งตรวจด้วยวิธีพีซีอาร์ (Polymerase Chain Reaction - PCR) ซึ่งมีความแม่นยำสูงมากในการตรวจหาพันธุกรรมของเชื้อทั้งหนองในแท้และหนองในเทียม
  • การตรวจปัสสาวะ: เพื่อประเมินการอักเสบและหาเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

โรคหนองในแท้และหนองในเทียมสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่เหมาะสม ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ป่วยต้องรับประทานยาหรือรับการฉีดยาตามที่แพทย์สั่งจนครบโด แม้ว่าอาการจะหายไปแล้วก็ตาม ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดเพื่อป้องกันการดื้อยาและการกลับมาเป็นซ้ำ

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากท่านได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหนองใน คู่นอนของท่านจำเป็นต้องได้รับการตรวจและรักษาพร้อมกันทันที แม้จะไม่มีอาการใดๆ เพื่อตัดวงจรการติดเชื้อกลับไปกลับมา (Ping-Pong Infection) และควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะรักษาหายขาดและแพทย์ยืนยัน

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเองตามร้านขายยาทั่วไป: เนื่องจากเชื้อหนองในในปัจจุบันมีการดื้อยาค่อนข้างสูง การใช้ยาผิดประเภทหรือได้รับขนาดที่ไม่เหมาะสมจะทำให้อาการไม่หายและเกิดเชื้อดื้อยาที่รุนแรงขึ้น
  • ห้ามบีบหรือเค้นอวัยวะเพศเพื่อขับหนองออก: การกระทำดังกล่าวจะทำให้เยื่อบุท่อปัสสาวะช้ำมากขึ้น และอาจช่วยให้เชื้อโรคกระจายตัวลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อชั้นลึกหรืออวัยวะข้างเคียงได้ง่ายขึ้น
  • ห้ามมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างการรักษา: ควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะจบคอร์สการรักษา และแพทย์ตรวจซ้ำจนมั่นใจว่าปลอดเชื้อแล้ว รวมถึงควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ในอนาคตเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

วิธีป้องกันและการดูแลสุขภาพระยะยาว

การป้องกันโรคหนองในแท้และหนองในเทียมที่ดีที่สุดคือการมีพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย โดยมีแนวทางปฏิบัติที่แนะนำดังนี้:

  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก
  • จำกัดจำนวนคู่นอน และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
  • เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำทุกปี หรือเมื่อเปลี่ยนคู่นอนคนใหม่
  • รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศให้อยู่ในสภาพแห้งและสะอาดอยู่เสมอ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down