ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจ ติดหนองในแท้หรือหนองในเทียมรักษาหายไหม และแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้อง

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นปัญหาสุขภาพที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้ป่วยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโรคหนองในซึ่งแบ่งออกเป็นสองชนิดหลัก ได้แก่ หนองในแท้ (Gonorrhea) และหนองในเทียม (Nongonococcal Urethritis - NGU) คำถามที่พบบ่อยที่สุดจากผู้ป่วยคือ ติดหนองในแท้หรือหนองในเทียมรักษาหายไหม ซึ่งในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต้องอธิบายให้ความมั่นใจว่า โรคทั้งสองชนิดนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้อย่างแน่นอน หากได้รับการวินิจฉัยที่แม่นยำและการใช้ยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องครบถ้วนตามคำแนะนำของแพทย์ แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงทั้งในเพศชายและเพศหญิง

ทำความรู้จักสาเหตุและความแตกต่างระหว่างหนองในแท้และหนองในเทียม

การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและกลไกการเกิดโรคเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการรักษาอย่างตรงจุด:

  • หนองในแท้ (Gonorrhea): เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า ไนซีเรีย กอนอร์เรียอี (Neisseria gonorrhoeae) เชื้อนี้มักเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีเยื่อบุผิวชื้นและอุ่น เช่น ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก ทวารหนัก ลำคอ และเยื่อบุตา ระยะฟักตัวค่อนข้างสั้น โดยทั่วไปผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณสองถึงเจ็ดวัน
  • หนองในเทียม (Nongonococcal Urethritis): เป็นการอักเสบของท่อปัสสาวะที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อหนองในแท้ แต่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่น เช่น คลาไมเดีย ทราโชมาทิส (Chlamydia trachomatis) ไมโคพลาสมา เจนิตาเลียม (Mycoplasma genitalium) หรือเชื้อไวรัสและจุลชีพอื่นๆ ระยะฟักตัวของหนองในเทียมจะนานกว่าหนองในแท้ โดยมักใช้เวลาตั้งแต่หนึ่งถึงสามสัปดาห์หลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย

อาการและสัญญาณเตือนของโรคหนองในที่ต้องสังเกต

อาการแสดงของโรคหนองในแท้และหนองในเทียมมีความคล้ายคลึงกันในหลายจุด แต่ก็มีจุดสังเกตที่แตกต่างกันในรายละเอียด:

  • อาการในเพศชาย: มีอาการแสบขัดหรือปวดขณะปัสสาวะ มีสารคัดหลั่งผิดปกติไหลออกจากท่อปัสสาวะ โดยในหนองในแท้มักมีลักษณะเป็นหนองข้นสีเหลืองหรือเขียวชัดเจน ส่วนหนองในเทียมสารคัดหลั่งมักจะมีลักษณะใสหรือขาวขุ่นปริมาณไม่มาก บางครั้งอาจมีอาการปวดหรือบวมบริเวณลูกอัณฑะร่วมด้วย
  • อาการในเพศหญิง: ผู้ป่วยหญิงส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก (Asymptomatic) หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ตกขาวมีปริมาณมากและเปลี่ยนสี มีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน ปวดท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีอาการแสบขัดเวลาปัสสาวะเนื่องจากการอักเสบของท่อปัสสาวะ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: เนื่องจากผู้ป่วยหญิงจำนวนมากไม่แสดงอาการ ทำให้เชื้อลุกลามขึ้นสู่มดลูกและปีกมดลูกจนเกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease - PID) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยากและการตั้งครรภ์นอกมดลูก ดังนั้นการตรวจคัดกรองสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

วิธีรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคหนองในทั้งสองชนิดต้องอาศัยการใช้ยาปฏิชีวนะภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากเชื้อในปัจจุบันมีความสามารถในการดื้อยาสูงมาก:

  • การรักษาหนองในแท้: แพทย์มักจะให้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporins) เช่น ยาฉีดเซฟไตรแอกโซน (Ceftriaxone) ร่วมกับยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน เช่น อะซิโทรมัยซิน (Azithromycin) เพื่อครอบคลุมการติดเชื้อร่วมของหนองในเทียมที่มักพบร่วมกันได้บ่อย
  • การรักษาหนองในเทียม: แพทย์จะพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ทำลายเชื้อคลาไมเดีย เช่น ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) หรืออะซิโทรมัยซิน (Azithromycin) โดยต้องรับประทานยาติดต่อกันจนหมดโดสตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
คำแนะนำจากคุณหมอ: สิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษาคือ ผู้ป่วยต้องรับประทานยาหรือรับการฉีดยาจนครบตามกำหนด แม้ว่าอาการจะหายไปแล้วก็ตาม เพราะหากหยุดยาเอง อาการอาจกลับมาเป็นซ้ำและทำให้เชื้อดื้อยา ซึ่งจะทำให้การรักษาในครั้งต่อไปมีความยากลำบากมากขึ้นหลายเท่า

ข้อควรปฏิบัติที่สำคัญกับคู่นอนและการป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

การรักษาโรคหนองในให้หายขาดอย่างแท้จริงไม่สามารถสำเร็จได้หากรักษาเพียงฝ่ายเดียว แนวปฏิบัติสำหรับคู่นอนและสุขอนามัยส่วนบุคคลมีดังนี้:

  • การรักษาคู่นอนพร้อมกัน: คู่นอนทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยในช่วงหกสัปดาห์ก่อนเริ่มมีอาการ (หรือสามเดือนในกรณีหนองในเทียม) จำเป็นต้องได้รับการตรวจและรับการรักษาพร้อมกันทันที แม้ว่าจะยังไม่มีอาการแสดงใดๆ เพื่อตัดวงจรการติดเชื้อแบบปิงปอง (Ping-pong Infection) ที่รับเชื้อกลับไปกลับมา
  • การงดมีเพศสัมพันธ์ระหว่างรักษา: ผู้ป่วยและคู่นอนควรงดการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบจนกว่าจะได้รับการรักษาจนครบโดส และผลการตรวจยืนยันว่าหายสนิท ซึ่งโดยทั่วไปแพทย์จะนัดมาประเมินอาการซ้ำหลังการรักษาเสร็จสิ้น
  • ,การป้องกันในระยะยาว: สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน และควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำทุกปีหากมีคู่นอนใหม่หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down