ไขข้อข้องใจ เป็นหนองไหลจากอวัยวะเพศใช่หนองในไหม
อาการมีหนองไหลออกจากอวัยวะเพศถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนภัยสุขภาพครั้งสำคัญที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้ประสบปัญหาเป็นอย่างมาก หลายคนมักตื่นตระหนกและสงสัยทันทีว่าอาการดังกล่าวคือโรคหนองในหรือไม่ ในทางการแพทย์ อาการนี้ไม่ได้เกิดจากโรคหนองในเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากภาวะการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่น หรือโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
สาเหตุและกลไกการเกิดโรคหนองไหลจากอวัยวะเพศ
การมีสารคัดหลั่งผิดปกติหรือมีหนองไหลออกมาจากท่อปัสสาวะหรืออวัยวะเพศ มีสาเหตุหลักมาจากการอักเสบและการติดเชื้อบริเวณเยื่อบุทางเดินปัสสาวะ โดยเชื้อโรคที่เป็นต้นเหตุสำคัญสามารถแบ่งออกได้เป็นกลุ่มหลัก ดังนี้
- โรคหนองในแท้ (Gonorrhea): เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียไนจีเรีย โกโนเรียอี (Neisseria gonorrhoeae) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดแกรมลบ มักทำให้เกิดอาการอักเสบเฉียบพลัน มีหนองสีเหลืองข้นหรือสีเขียวไหลออกจากท่อปัสสาวะร่วมกับอาการแสบขัดเวลาปัสสาวะ
- โรคหนองในเทียม (Non-Gonococcal Urethritis - NGU): เกิดจากการติดเชื้อชนิดอื่นที่ไม่ใช่หนองในแท้ เช่น เชื้อคลาไมเดีย (Chlamydia trachomatis), เชื้อไมโคพลาสมา (Mycoplasma genitalium) หรือเชื้อยูรีพลาสมา (Ureaplasma urealyticum) โดยมักจะมีอาการหนองใสๆ หรือมูกใสไหลซึมออกมาในช่วงเช้า และมีอาการแสบขัดปัสสาวะไม่รุนแรงเท่าหนองในแท้
- การติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไปในระบบทางเดินปัสสาวะ: เกิดจากการลุกลามของเชื้อโรคอื่นๆ ที่เข้าสู่ท่อปัสสาวะจนเกิดการอักเสบและมีหนองปนในปัสสาวะ
อาการสำคัญและระยะเวลาการแสดงอาการ
ลักษณะของอาการจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเชื้อโรคที่ได้รับ โดยทั่วไปมักมีระยะฟักตัวตั้งแต่สองถึงสิบวันหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ดังนี้
- อาการเริ่มต้น: รู้สึกคันยุบยิบหรือระคายเคืองบริเวณปลายท่อปัสสาวะ ปัสสาวะเริ่มมีอาการแสบขัดเล็กน้อย
- อาการเด่นชัด: มีของเหลวข้น คล้ายหนอง สีเหลือง สีเขียว หรือสีขาวขุ่นไหลออกมาจากท่อปัสสาวะอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน ปวดแสบปวดร้อนรุนแรงขณะปัสสาวะ บางรายอาจมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโตและเจ็บ
- อาการลุกลาม: หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา เชื้ออาจลุกลามทำให้เกิดอาการปวดอัณฑะ อัณฑะบวมโต หรือมีการติดเชื้อในกระแสเลือด
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที
หากท่านมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคทางเดินปัสสาวะหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทันทีเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน
- มีไข้สูงร่วมกับอาการหนาวสั่นและปวดเมื่อยตามตัว
- มีอาการปวดท้องน้อย ปวดหลังส่วนล่าง หรือปวดร้าวลงอัณฑะอย่างรุนแรง
- ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีลิ่มเลือดปนมากับปัสสาวะ
- มีแผลพุพอง แผลริมอ่อน หรือมีตุ่มน้ำใสเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศร่วมด้วย
วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์
แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อให้ทราบถึงชนิดของเชื้อโรคที่แน่ชัดและให้ยาที่ตรงจุด โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้
- การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามประวัติทางเพศสัมพันธ์ ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ และประวัติการใช้ยา
- การตรวจร่างกายและการเก็บสิ่งส่งตรวจ: แพทย์จะทำการรีดท่อปัสสาวะเพื่อเก็บตัวอย่างหนองหรือสารคัดหลั่ง ไปทำการย้อมสีแกรม (Gram stain) หรือส่งตรวจหาเชื้อด้วยวิธีพีซีอาร์ (Polymerase Chain Reaction - PCR) ซึ่งมีความแม่นยำสูงมาก
- การตรวจปัสสาวะและเลือด: เพื่อประเมินการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย และตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น โรคซิฟิลิส หรือเอชไอวี
วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการปฏิบัติตัว
การรักษาโรคหนองในแท้และหนองในเทียมจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่ตรงกับชนิดของเชื้อ โดยมีหลักการสำคัญดังนี้
- การใช้ยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่ง: แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดร่วมกับชนิดรับประทาน ผู้ป่วยต้องรับประทานยาให้ครบตามกำหนดและหมดโดสอย่างเคร่งครัด แม้ว่าอาการจะหายดีแล้วก็ตาม ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด
- การงดมีเพศสัมพันธ์เด็ดขาด: ในระหว่างการรักษาและจนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าหายขาดจากโรคแล้ว เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการแพร่เชื้อไปยังคู่นอน
- การพาคู่นอนมารับการรักษาพร้อมกัน: โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จำเป็นต้องได้รับการรักษาทั้งสองฝ่าย เพื่อตัดวงจรการติดเชื้อกลับไปกลับมา
วิธีป้องกันและการเสริมสร้างสุขอนามัยระยะยาว
การป้องกันการติดเชื้อหนองในและโรคทางเพศสัมพันธ์สามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ดังนี้
- สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดก็ตาม
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่ไม่แน่ใจสถานะสุขภาพ หรือมีคู่นอนหลายคน
- เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำทุกปี หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนคู่นอน
- รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศให้อยู่ในสภาพแห้งและสะอาดอยู่เสมอ