ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการตรวจเลือดหาเชื้อไข้เลือดออกและชิคุนกุนยา

โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) และโรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อโรคไข้ปวดข้อพุงยุงลาย เป็นโรคติดเชื้อที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีการแพร่ระบาดของยุงลายอย่างรวดเร็ว ทั้งสองโรคนี้มีอาการเริ่มต้นที่คล้ายคลึงกันมากในระยะแรก เช่น มีไข้สูงปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และมีผื่นแดง ทำให้การวินิจฉัยด้วยอาการทางคลินิกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การตรวจเลือดจึงเป็นหัวใจสำคัญในการแยกโรค เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค

เชื้อไวรัสเดงกี (Dengue Virus) เป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออก ซึ่งมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ การติดเชื้อซ้ำในสายพันธุ์ที่ต่างกันอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่มีความรุนแรงมากขึ้น ส่วนโรคชิคุนกุนเกิดจากเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา (Chikungunya Virus) ซึ่งอยู่ในกลุ่มอัลฟาไวรัส (Alphavirus) ทั้งสองชนิดติดต่อผ่านการถูกยุงลายสวน (Aedes albopictus) และยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) กัด เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 3 ถึง 7 วัน ก่อนเริ่มแสดงอาการไข้เฉียบพลัน

อาการสำคัญและระยะของโรค

อาการของโรคไข้เลือดออกมักแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะไข้สูง ระยะวิกฤต และระยะฟื้นตัว โดยในระยะไข้ ผู้ป่วยจะมีไข้สูงลอย 2 ถึง 7 วัน หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สำหรับโรคชิคุนกุนยาจะมีอาการไข้สูงร่วมกับอาการปวดข้ออย่างรุนแรงจนขยับตัวลำบาก อาจมีอาการข้ออักเสบและผื่นตามลำตัว ซึ่งอาการปวดข้อนี้อาจเรื้อรังได้หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ในระยะวิกฤตของโรคไข้เลือดออก ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 3 ถึง 5 ของโรค (ช่วงที่ไข้เริ่มลดลง) ผู้ป่วยอาจมีความดันโลหิตต่ำและเกิดภาวะช็อกได้ ต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

  • ไข้สูงมากติดต่อกันเกิน 3 วันและไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้
  • ซึมลง อ่อนเพลียมาก ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ
  • ปวดท้องรุนแรงและกดเจ็บใต้ชายโครงขวา
  • อาเจียนบ่อยครั้ง หรือมีเลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล
  • ปัสสาวะมีปริมาณลดลงมากหรือปัสสาวะเป็นสีเข้ม

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การตรวจวินิจฉัยโรคไข้เลือดออกและชิคุนกุนยาทำได้โดยการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count: CBC) ซึ่งจะพบเม็ดเลือดขาวต่ำและเกล็ดเลือดลดลงในผู้ป่วยไข้เลือดออก นอกจากนี้ยังมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการจำเพาะ เช่น การตรวจหาโปรตีนของไวรัส (NS1 Antigen Test) สำหรับไข้เลือดออกในระยะแรก และการตรวจหาภูมิต้านทานชนิดไอจีเอ็มและไอจีจี (IgM and IgG Antibody) หรือการตรวจหาสารพันธุกรรมด้วยวิธีพีซีอาร์ (RT-PCR) เพื่อยืนยันเชื้อได้อย่างแม่นยำ

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและการดูแลตามอาการ

การรักษาโรคไข้เลือดออกและชิคุนกุนยาเป็นการรักษาตามอาการเนื่องจากยังไม่มีon-specific antiviral drug ที่ออกฤทธิ์ทำลายเชื้อไวรัสโดยตรง การดูแลรักษาจึงมุ่งเน้นการประคับประคองและการป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องและวิธีใช้

ยาลดไข้ชนิดเดียวที่แนะนำให้ใช้คือยาพาราเซตามอล (Paracetamol) โดยต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด สำหรับเด็ก ขนาดยาที่แนะนำคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ และห้ามรับประทานเกินขนาดเด็ดขาดเพื่อป้องกันความเป็นพิษต่อตับ

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาในกลุ่มเอ็นแซด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) แอสไพริน (Aspirin) หรือไดโคลฟีแนค (Diclofenac) เด็ดขาดในผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เพราะยาเหล่านี้จะไปยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดออกง่ายขึ้นและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารหรือภาวะช็อกที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

นอกจากนี้ ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเอง เนื่องจากโรคทั้งสองเกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลในการรักษาและอาจก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

วิธีดูแลและพยาบาลที่บ้านอย่างถูกวิธี

การดูแลผู้ป่วยที่บ้านควรเน้นการดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) น้ำผลไม้ หรือน้ำสะอาดในปริมาณมากเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ การเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อช่วยลดไข้ และการรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น โจ๊กหรือข้าวต้ม พร้อมทั้งสังเกตอาการผิดปกติอย่างต่อเนื่อง

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากผู้ป่วยมีอาการอาเจียนมากจนไม่สามารถดื่มน้ำได้ หรือมีสัญญาณเตือนอันตรายควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับสารน้ำทดแทนทางหลอดเลือดดำ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down