ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจโรคไข้เลือดออกและวิกฤตเกล็ดเลือดต่ำ

โรคไข้เลือดออก (Dengue Hemorrhagic Fever) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue Virus) ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค พบได้บ่อยในเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย องค์การอนามัยโลกจัดให้โรคนี้เป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก เนื่องจากความรุนแรงของโรคสามารถนำไปสู่ภาวะช็อกและการเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วหากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพยาธิสภาพของโรค แนวทางการใช้ยา และข้อควรระวังจึงเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องผู้ป่วยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

กลไกการเกิดโรคและสาเหตุของภาวะเกล็ดเลือดต่ำ

เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อไวรัสเดงกีผ่านการกัดของยุงลาย เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระแสเลือดและเพิ่มจำนวนขึ้น ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อ กลไกสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia) มีด้วยกันหลายประการ ได้แก่ การที่ไวรัสเข้าไปกดการสร้างเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดที่ไขกระดูก (Bone Marrow Suppression) และการทำ1ลายเกล็ดเลือดในระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังเกิดภาวะการรั่วของพลาสมาออกจากหลอดเลือด (Plasma Leakage) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของไข้เลือดออก ทำให้ปริมาณน้ำเลือดลดลง ความเข้มข้นของเลือดสูงขึ้น และเกล็ดเลือดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงวิกฤตของโรค

อาการสำคัญและลำดับขั้นความรุนแรงของโรค

อาการของโรคไข้เลือดออกมักแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะไข้สูง ระยะวิกฤต และระยะฟื้นตัว ซึ่งผู้ดูแลและผู้ป่วยต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

  • ระยะไข้สูง (Febrile Phase): ผู้ป่วยจะมีไข้สูงลอย 39 ถึง 40 องศาเซลเซียสอย่างฉับพลัน หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระบอกตา และอาจมีจุดเลือดออกเล็กๆ ตามผิวหนัง
  • ระยะวิกฤต (Critical Phase): มักเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 3 ถึง 6 ของโรค เป็นช่วงที่ไข้เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดเนื่องจากอาจเกิดภาวะช็อก เลือดออก 3อวัยวะภายใน หรือภาวะเกล็ดเลือดต่ำขั้นวิกฤต ผู้ป่วยมักมีอาการซึมลง ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่อย่างรุนแรง
  • ระยะฟื้นตัว (Convalescent Phase): อาการทั่วไปจะเริ่มดีขึ้น ชีพจรและความดันโลหิตกลับมาเป็นปกติ ปัสสาวะออกมากขึ้น และผื่นแดงอาจปรากฏขึ้นในช่วงนี้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

ภาวะแทรกซ้อนจากไข้เลือดออกสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์โดยด่วน

  • ไข้สูงมากติดต่อกันเกิน 3 วัน และยาลดไข้ไม่ได้ผล
  • อาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด อ่อนเพลีย ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ
  • ปวดท้องรุนแรงและต่อเนื่องบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่
  • อาเจียนบ่อยครั้ง หรืออาเจียนมีเลือดปน ถ่ายอุจจาระดำ
  • กระหายน้ำมาก ตัวเย็นชื้น ชีพจรเบาและเร็ว ปัสสาวะออกน้อยมากหรือไม่ออกเลย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามรอให้มีเลือดออกจำนวนมากจึงไปพบแพทย์ ภาวะช็อกและการรั่วของพลาสมาสามารถเกิดขึ้นได้แม้ยังไม่มีเลือดออกภายนอกร่างกาย การสังเกตอาการซึมและปวดท้องรุนแรงคือสิ่งสำคัญที่สุด

วิธีใช้ยาและการรักษาตามอาการ

การรักษาโรคไข้เลือดออกเป็นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ เนื่องจากยังไม่มีonยาต้านไวรัสเฉพาะเจาะจงสำหรับการรักษาเชื้อเดงกี การบริหารยาต้องทำด้วยความระมัดระวังสูงสุดภายใต้คำแนะนำของแพทย์

ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องและปลอดภัย

การใช้ยาลดไข้ในผู้ป่วยไข้เลือดออกต้องจำกัดเฉพาะยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เท่านั้น และต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด

  • ขนาดยาสำหรับเด็ก: ต้องใช้ในขนาด 10 ถึง 15 มิลลิกรัม่อนน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อครั้ง และต้องเว้นระยะห่างในการรับประทานอย่างน้อย 4 ถึง 6 ชั่วโมง ห้ามให้ยาถี่เกินไปเพราะอาจส่งผลให้ตับวายเฉียบพลันได้
  • ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 1 เม็ด (500 มิลลิกรัม) ห้ามเกิน 4 กรัมต่อวัน และต้องเว้นระยะเวลา 4 ถึง 6 ชั่วโมงเช่นกัน

การดูแลรักษาอื่นๆ ที่บ้านและการประคับประคอง

การดูแลที่บ้านเน้นการป้องกันการขาดน้ำและการดื่มสารละลายเกล็ดเลือดแร่ (ORS) หรือน้ำเปล่า น้ำผลไม้ผสมเกลือแร่ในปริมาณที่เหมาะสม การเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อช่วยลดไข้ร่วมกับการรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หากผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ แพทย์อาจพิจารณารับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาดในผู้ป่วยไข้เลือดออก

คำเตือนอันตรายสูงสุด: ห้ามใช้ยาแก้ปวดลดไข้กลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ได้แก่ ยาแอสไพริน (Aspirin), ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), ไดโคลฟีแนค (Diclofenac) และนาโปรเซน (Naproxen) เด็ดขาด เนื่องจากยาเหล่านี้จะไปยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง กัดกระเพาะอาหาร และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกรุนแรงในทางเดินอาหาร รวมถึงช็อกจนเสียชีวิตได้

นอกจากนี้ ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) มารับประทานเอง เนื่องจากโรคไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีส่วนช่วยในการรักษาโรคแต่อย่างใด และยังอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้อีกด้วย

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ดีที่สุดคือการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบริเวณบ้านและชุมชน ร่วมกับการป้องกันไม่ให้ยุงกัด เช่น การทายากันยุง การนอนในมุ้ง และการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก (Dengue Vaccine) ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการสำหรับผู้ที่มีอายุและข้อบ่งชี้ตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทาง เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคและการนอนโรงพยาบาล

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากท่านหรือบุตรหลานมีไข้สูงเกิน 2 วัน และมีอาการปวดเมื่อยร่วมด้วย ขอให้งดการซื้อยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสดมารับประทานเองเด็ดขาด และรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคให้แน่ชัด การได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างทันท่วงทีในระยะไข้สูงจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะเกล็ดเลือดต่ำขั้นวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down