ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

รู้จักกับโรคชิคุนกุนยาในเด็กเล็กและความสำคัญทางการแพทย์

โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อไข้ปวดข้อยุงลาย เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีความสำคัญอย่างมากในเวชปฏิบัติกุมารเวชศาสตร์ เชื้อไวรัสนี้จัดอยู่ในกลุ่มแอลฟาไวรัส (Alphavirus) และมีพาหะนำโรคคือยุงลายสวนและยุงลายบ้าน ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับยุงที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกและโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยาในประเทศไทยพบได้บ่อยในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในเด็กเล็กและทารกที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ความรุนแรงของโรคและการแสดงออกทางอาการมีความจำเพาะและสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

แม้ว่าโรคชิคุนกุนยาโดยทั่วไปจะไม่ทำให้เสียชีวิตเหมือนโรคไข้เลือดออกในรูปแบบที่มีภาวะช็อกรุนแรง แต่ในเด็กเล็กและทารกแรกเกิดอาจพบภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทหรืออาการปวดข้อที่รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและการใช้ชีวิตประจำวัน การทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับแนวทางการใช้ยา ขนาดยาที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัว และข้อควรระวังสำคัญทางการแพทย์ จึงเป็นเกราะป้องกันอันดับแรกที่พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนต้องเรียนรู้เพื่อดูแลลูกรักให้ปลอดภัยจากการใช้ยาผิดวิธี

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคชิคุนกุนยาในเด็ก

เชื้อไวรัสชิคุนกุนยา (Chikungunya Virus) เข้าสู่ร่างกายของเด็กผ่านทางการกัดของยุงลายตัวเมียที่มีเชื้อไวรัสนี้อยู่ เมื่อยุงกัดและปล่อยน้ำลายที่มีเชื้อไวรัสเข้าสู่กระแสเลือด เชื้อไวรัสจะเข้าสู่เซลล์เป้าหมายและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองด้วยการหลั่งสารอักเสบ (Inflammatory Cytokines) ออกมาเป็นจำนวนมาก กลไกการอักเสบนี้เองที่เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดอาการไข้สูง อาการปวดข้อ บวม และผื่นแดงตามผิวหนัง

ในเด็กเล็ก การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันยังมีความไวสูงมาก ทำให้อาการไข้และการอักเสบแสดงออกอย่างชัดเจนกว่าในผู้ใหญ่ นอกจากนี้ การติดต่อของโรคไม่ได้เกิดจากการติดต่อจากคนสู่คนโดยตรง แต่เกิดจากการถูกยุงลายที่มีเชื้อกัดในช่วงเวลากลางวันเป็นหลัก การควบคุมและป้องกันไม่ให้ยุงกัดจึงเป็นหัวใจสำคัญในการตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินของโรค

อาการของโรคชิคุนกุนยาในเด็กเล็กมักจะปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วหลังได้รับเชื้อภายในระยะฟักตัวประมาณสามถึงเจ็ดวัน โดยสามารถแบ่งออกเป็นระยะสำคัญดังต่อไปนี้

  • ระยะไข้เฉียบพลัน: เด็กจะมีไข้สูงขึ้นอย่างฉับพลัน บางรายอาจสูงถึงสามถึงสี่สิบองศาเซลเซียส ไข้มักจะเป็นต่อเนื่องยาวนานประมาณสองถึงเจ็ดวัน ร่วมกับอาการหน้าแดง ตาแดง ปวดศีรษะ และซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ระยะผื่นและอาการแสดงทางผิวหนัง: เด็กส่วนใหญ่จะมีผื่นแดงราบหรือผื่นนูนแดงกระจายตามใบหน้า ลำตัว แขนและขา ซึ่งมักจะปรากฏในช่วงวันที่สองถึงห้าของโรค ผื่นเหล่านี้อาจมีอาการคันร่วมด้วย
  • ระยะปวดข้อและข้ออักเสบ: ในเด็กโตจะบ่นว่าปวดข้อมากจนขยับไม่ได้ แต่ในเด็กเล็กและทารกอาจสังเกตได้จากการที่เด็กงอขา ไม่ยอมให้จับต้องบริเวณข้อต่อ ขาบวม แดง และมีอาการเดินกะโหลกะกะหรือปฏิเสธการลงน้ำหนักที่ขา
  • ระยะฟื้นตัว: ไข้จะเริ่มลดลง อาการผื่นและอาการบวมตามข้อจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายในเวลาสองถึงสามสัปดาห์ แต่ในเด็กบางรายอาการปวดข้ออาจหลงเหลืออยู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาไปพบกุมารแพทย์ในทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้าน
  • ไข้สูงต่อเนื่องเกินสามวันและไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้หรือการเช็ดตัว
  • มีอาการชักจากไข้สูง หรือเกร็งกระตุก
  • ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดูดนมหรือไม่ยอมดื่มน้ำ
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือมีริมฝีปากเขียวคล้ำ
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยมากหรือไม่ถ่ายปัสสาวะนานเกินหกชั่วโมง
  • มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระสีดำ

วิธีดูแลรักษาตามอาการและการให้ยาที่ปลอดภัย

ปัจจุบันยังไม่มีon-specific antiviral drug หรือยาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับโรคชิคุนกุนยา การรักษาจึงเป็นการรักษาประคับประคองตามอาการ (Supportive Care) เป็นหลัก โดยกุมารแพทย์จะเน้นย้ำเรื่องการควบคุมไข้ การป้องกันภาวะขาดน้ำ และการจัดการอาการปวดอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายของเด็กสามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้เองตามธรรมชาติ

การดูแลที่บ้านประกอบด้วยการให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือนมในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นสะอาดอย่างถูกวิธี การเช็ดตัวควรเน้นบริเวณซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้เด็กหนาวสั่น

ขนาดยาและการใช้ยาพาราเซตามอลอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์

การใช้ยาลดไข้ในเด็กเล็กต้องทำด้วยความระมัดระวังสูงสุด ยาตัวเดียวที่ปลอดภัยและแนะนำเป็นอันดับแรกสำหรับลดไข้และบรรเทาอาการปวดในเด็กคือ ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) โดยมีหลักการคำนวณขนาดยาที่ถูกต้องแม่นยำดังนี้

  • ขนาดยาที่ถูกต้อง: สิบถึงสิบห้าิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ต่อครั้ง (10-15 mg/kg/dose)
  • ความถี่ในการให้ยา: สามารถให้กินซ้ำได้ทุกๆ สี่ถึงหกชั่วโมง เฉพาะเวลาที่มีไข้สูงหรือมีอาการปวดเท่านั้น
  • ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามให้ยาถี่กว่าทุกสี่ชั่วโมง และห้ามให้ยาเกินขนาดเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดพิษต่อตับอย่างรุนแรง

ผู้ปกครองควรใช้ช้อนชาหรือไซริงค์ (Syringe) ที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ในการตวงยาตามน้ำหนักตัวของเด็กจริง ไม่ควรใช้ช้อนรับประทานอาหารทั่วไปตวงยาเนื่องจากขนาดจะไม่แม่นยำ

ยาอันตรายที่ห้ามใช้ในเด็กป่วยโรคชิคุนกุนยาเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์สูงสุด: ในช่วงที่เด็กมีไข้สูงและยังไม่ได้รับการวินิจฉัยแน่ชัดว่าเป็นโรคชิคุนกุนยาหรือโรคไข้เลือดออก ห้ามใช้ยาในกลุ่มเอ็นเซด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) แอสไพริน (Aspirin) หรือไดโคลฟีแนค (Diclofenac) เด็ดขาด

เหตุผลทางการแพทย์คือ หากเด็กป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก การใช้ยาในกลุ่มเอ็นเซดหรือแอสไพรินจะไปกัดกระเพาะอาหาร เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้นอย่างรุนแรง และอาจทำให้เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ นอกจากนี้ การใช้แอสไพรินในเด็กที่ติดเชื้อไวรัสยังอาจเชื่อมโยงกับการเกิดกลุ่มอาการรายส์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งเป็นภาวะสมองบวมและตับวายที่อันตรายถึงชีวิต ห้ามซื้อยาดังกล่าวให้เด็กกินเองโดยเด็ดขาดหากไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์

นอกจากนี้ ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) มาให้เด็กกินเอง เนื่องจากโรคชิคุนกุนยาเกิดจากการติดเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลในการรักษาโรคแต่อย่างใด และยังอาจส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยาและผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารของเด็กอีกด้วย

วิธีการป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

เนื่องจากโรคชิคุนกุนยายังไม่มีวัคซีนป้องกันที่มีจำหน่ายทั่วไปในประเทศไทยในปัจจุบัน การป้องกันที่ดีที่สุดคือการควบคุมและป้องกันไม่ให้เด็กถูกยุงลายกัด ผู้ปกครองควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้

  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายรอบบริเวณบ้านอย่างสม่ำเสมอ เช่น คว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง ปิดฝาโอ่งน้ำให้มิดชิด
  • ให้เด็กสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อผ้าโปร่งเบาสบายแขนยาวและขายาวเพื่อป้องกันยุงกัด
  • ทายากันยุงสำหรับเด็กที่มีส่วนผสมของสารที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของกุมารแพทย์
  • ติดมุ้งลวดที่หน้าต่างและประตูบ้าน หรือนอนในมุ้งเพื่อความปลอดภัยในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน

คำแนะนำจากคุณหมอสำหรับผู้ปกครองในการดูแลเด็กป่วยชิคุนกุนยา

คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลเด็กป่วยโรคชิคุนกุนยาต้องอาศัยความใจเย็นและความใส่ใจอย่างใกล้ชิด ไข้มักจะลดลงได้เองภายในหนึ่งสัปดาห์หากได้รับการดูแลที่ถูกต้อง สิ่งสำคัญที่สุดคือการควบคุมไข้ด้วยพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว การเช็ดตัวลดไข้ และการเฝ้าระวังอาการซึมหรือภาวะขาดน้ำอย่างเคร่งครัด หากไม่แน่ใจเรื่องขนาดยาหรือพบสัญญาณเตือนอันตราย ควรพามาพบแพทย์เพื่อรับการประเมินอาการทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down