ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เจาะลึกภาวะเกล็ดเลือดต่ำในผู้ป่วยไข้เลือดออก: อันตรายที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

โรคไข้เลือดออก (Dengue Hemorrhagic Fever) นับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โดยเฉพาะในเขตภูมิอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค การติดเชื้อไวรัสเดงกีนี้มีความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ตั้งแต่อาการไข้สูงทั่วไปจนถึงภาวะวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิต หนึ่งในตัวชี้วัดทางห้องปฏิบัติการที่แพทย์และผู้ดูแลต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำในผู้ป่วยไข้เลือดออก: เช็กอาการสำคัญและแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะเลือดออกผิดปกติ และกลุ่มอาการช็อกจากการติดเชื้อ

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคของภาวะเกล็ดเลือดต่ำ

เชื้อไวรัสเดงกี (Dengue Virus) ซึ่งมีทั้งหมดสี่สายพันธุ์ เข้าสู่ร่างกายผ่านการกัดของยุงลายตัวเมีย เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด จะมีการจำลองตัวเองและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กลไกที่ทำให้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำในผู้ป่วยไข้เลือดออก: เช็กอาการสำคัญและแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้อง มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ดังนี้

  • การกดการทำงานของไขกระดูก (Bone Marrow Suppression): ในช่วงระยะแรกของการติดเชื้อไวรัสเดงกี จะไปมีผลยับยั้งการสร้างเซลล์เม็ดเลือดต่างๆ ในไขกระดูกชั่วคราว รวมถึงเกล็ดเลือด (Platelets)
  • การทำลายเกล็ดเลือดโดยระบบภูมิคุ้มกัน: ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อไวรัส แต่ภูมิต้านทานเหล่านี้อาจเข้าไปทำลายเกล็ดเลือดที่มีสารเคลือบอยู่ ทำให้เกล็ดเลือดถูกทำลายเร็วขึ้น
  • การเกาะกลุ่มและการใช้เกล็ดเลือดมากขึ้น: เมื่อผนังหลอดเลือดเริ่มมีความผิดปกติและรั่วซึม ร่างกายจะพยายามใช้เกล็ดเลือดไปอุดรอยรั่ว ทำให้จำนวนเกล็ดเลือดในกระแสเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว

อาการแสดงสำคัญตามระยะเวลาของโรค

การดำเนินของโรคไข้เลือดออกมักแบ่งออกเป็น 3 ระยะที่ชัดเจน ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการและระดับเกล็ดเลือดที่เปลี่ยนแปลงไปตามลำดับ ดังนี้ครับ

ระยะไข้สูง (Febrile Phase)

ผู้ป่วยจะมีไข้สูงลอย 39 ถึง 40 องศาเซลเซียสอย่างกะทันหัน มักมีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระบอกตา และอาจมีผื่นแดงขึ้นตามผิวหนัง ในระยะนี้จำนวนเม็ดเลือดขาวจะเริ่มลดลง แต่เกล็ดเลือดอาจจะยังอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือเริ่มลดลงเล็กน้อย ระยะนี้กินเวลาประมาณ 2 ถึง 7 วัน

ระยะวิกฤต (Critical Phase)

เป็นระยะที่ต้องระมัดระวังสูงสุด มักเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 3 ถึง 7 ของโรค ซึ่งเป็นช่วงที่ไข้เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว (Defervescence) ทว่าในความจริงแล้วอาการอาจไม่ได้ดีขึ้นตามไข้ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำในผู้ป่วยไข้เลือดออก: เช็กอาการสำคัญและแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องจะแสดงผลชัดเจนที่สุดในระยะนี้ รวมถึงการเกิดภาวะการรั่วของพลาสมาออกจากหลอดเลือด (Plasma Leakage) หากรั่วมากจะทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำและช็อกได้

ระยะฟื้นตัว (Convalescent Phase)

หากผู้ป่วยผ่านระยะวิกฤตมาได้ ร่างกายจะเริ่มดูดซึมน้ำและพลาสมาที่รั่วออกไปกลับเข้าสู่หลอดเลือด อาการทั่วไปจะดีขึ้น ความอยากอาหารกลับมา ชีพจรและความดันโลหิตกลับสู่ภาวะปกติ และจำนวนเกล็ดเลือดจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนเข้าสู่เกณฑ์ปกติในที่สุด

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากผู้ป่วยไข้เลือดออกมีอาการเหล่านี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนของภาวะช็อกหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร ซึ่งอันตรายถึงชีวิต ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที
  • ซึมลง อ่อนเพลียมาก หรือกระสับกระส่าย
  • ปวดท้องรุนแรงและกดเจ็บใต้ชายโครงขวา (บริเวณตับ)
  • อาเจียนบ่อยครั้ง หรืออาเจียนเป็นเลือดสด หรือมีลักษณะเหมือนกากกาแฟ
  • มีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน หรือมีจุดจ้ำเลือดสีแดงขึ้นตามผิวหนังจำนวนมาก
  • ปัสสาวะน้อยลงมากหรือไม่ 10 ปัสสาวะเลย ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำและช็อก
  • มือเท้าเย็น ชีพจรเบาและเร็ว

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การวินิจฉัยโรคไข้เลือดออกอาศัยการซักประวัติการรับสัมผัสโรค การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันผล การตรวจเลือด (Complete Blood Count หรือ CBC) เป็นสิ่งสำคัญมากในการดูระดับความเข้มข้นของเลือด (Hematocrit) และจำนวนเกล็ดเลือด (Platelet Count) นอกจากนี้แพทย์อาจพิจารณาตรวจหาแอนติเจนของไวรัส เช่น NS1 Antigen Test เพื่อยืนยันการติดเชื้อในระยะแรก

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคไข้เลือดออกส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคอง (Supportive Care) เนื่องจากยังไม่มีon ยาต้านไวรัสจำเพาะที่ออกฤทธิ์หายขาดทันที การดูแลจึงต้องอาศัยความระมัดระวังอย่างสูง ดังนี้ครับ

การดูแลและพยาบาลที่บ้านอย่างถูกวิธี

ในผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงและแพทย์อนุญาตให้กลับมาดูแลที่บ้านได้ การปฏิบัติตัวมีดังนี้

  • ให้ผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ นอนในมุ้งเพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัดและแพร่เชื้อต่อ
  • เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อลดไข้อย่างสม่ำเสมอ
  • ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) น้ำผลไม้ หรือน้ำเปล่าในปริมาณมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำ
  • รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือซุป

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาแก้ปวดลดไข้กลุ่มเอ็นสเอดส์ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน (Aspirin) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือไดโคลฟีแนค (Diclofenac) มาทานเด็ดขาด เนื่องจากยาเหล่านี้จะไปกัดกระเพาะอาหาร ยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด และยิ่งทำให้เลือดออกง่ายและรุนแรงยิ่งขึ้น

สำหรับการใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เพื่อลดไข้ ต้องคำนวณขนาดยาให้ถูกต้องตามน้ำหนักตัว (10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม น้ำหนักตัว) และเว้นระยะห่างทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง ห้ามกินยาเกินขนาดเพราะอาจเป็นอันตรายต่อตับ นอกจากนี้ ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) มารับประทานเองเนื่องจากการติดเชื้อนี้เกิดจากไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไข้เลือดออกที่ดีที่สุดคือการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด ปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางการแพทย์ด้วยการใช้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งสามารถช่วยลดความรุนแรงของโรคและการนอนโรงพยาบาลได้ ผู้ปกครองหรือผู้สนใจสามารถปรึกษากุมารแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเดินทางเพื่อรับคำแนะนำเรื่องวัคซีนที่เหมาะสม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down