ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกมีจุดเลือดออกตามตัว: สัญญาณเตือนภัยจากร่างกายที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ

การพบจุดเลือดออกตามผิวหนังของลูกน้อยไม่ว่าจะเป็นจุดสีแดงเข้ม สีม่วง หรือสีคล้ายรอยเข็มหมุดที่กดแล้วไม่จางหาย สร้างความตกใจและกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาการลูกมีจุดเลือดออกตามตัว: อาการแบบไหน เป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องเรียนรู้เพื่อประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง ร่างกายของเด็กมีความเปราะบาง ระบบการแข็งตัวของเลือดและเกล็ดเลือดยังพัฒนาไม่เต็มเท่าผู้ใหญ่ การเกิดจุดเลือดออกจึงอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคตั้งแต่วินิจฉัยได้ไม่ยากจนถึงโรคที่ต้องได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วน

สาเหตุและกลไกการเกิดจุดเลือดออกตามตัวในเด็ก

จุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า เพทิเคีย (Petechiae) หรือ ปูรปูรา (Purpura) เกิดจากการรั่วไหลของเม็ดเลือดแดงออกจากผนังหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง กลไกหลักทางการแพทย์แบ่งออกเป็นสาเหตุสำคัญหลายประการดังนี้

  • ความผิดปกติของเกล็ดเลือด (Thrombocytopenia): เกล็ดเลือดทำหน้าที่สร้างลิ่มเลือดอุดรอยฉีกขาดของหลอดเลือด หากเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติไม่ว่าจากการสร้างลดลงหรือถูกทำลายลาย จะทำให้เกิดจุดเลือดออกได้ง่าย
  • ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (Coagulation Disorders): ปัญหาเกี่ยวกับสารโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือดบกพร่อง
  • ความเสียหายของผนังหลอดเลือด (Vascular Abnormalities): หลอดเลือดฝอยมีความเปราะบางสูงจากการติดเชื้อหรือการอักเสบ
  • แรงดันในหลอดเลือดสูงชั่วคราว: เกิดจากการร้องไห้งอแงรุนแรง การอาเจียนอย่างหนัก หรือการไอติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งมักพบจุดเลือดออกบริเวณใบหน้า รอบดวงตา หรือลำคอ

โรคและภาวะทางแพทย์ที่พบบ่อยซึ่งทำให้เกิดจุดเลือดออก

เมื่อพบว่าลูกมีจุดเลือดออกตามตัว: อาการแบบไหน ที่แพทย์มักพิจารณาโรคร่วมด้วย ได้แก่ ไข้เลือดออก (Dengue Hemorrhagic Fever) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่จากยุงลาย โรคเกล็ดเลือดต่ำภูมิคุ้มกัน (Immune Thrombocytopenia - ITP) ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) อย่างรุนแรง หรือการแพ้ยาบางชนิด

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากจุดเลือดออกเกิดจากแรงดัน เช่น การร้องไห้ จุดมักจะจางหายไปเองภายในหนึ่งถึงสองวัน แต่หากเกิดจากความผิดปกติของเกล็ดเลือดหรือโรคติดเชื้อ จุดจะมีลักษณะกระจายตัวเพิ่มขึ้นและไม่จางหายไปเมื่อใช้นิ้วกด

อาการร่วมและสัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลด่วน

การสังเกตลักษณะของจุดเลือดออกร่วมกับอาการแสดงอื่น ๆ เป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจพาเด็กพบแพทย์ฉุกเฉิน สัญญาณเตือนอันตรายประกอบด้วย

  • จุดเลือดออกกระจายตัวลามอย่างรวดเร็วทั่วร่างกาย หรือมีลักษณะเป็นจ้ำห้อเลือดขนาดใหญ่
  • มีเลือดออกผิดปกติจากบริเวณอื่นร่วมด้วย เช่น เลือดกำเดาไหลไม่หยุด เลือดออกตามไรฟัน หรือมีปัสสาวะและอุจจาระปนเลือด
  • มีไข้สูงร่วมด้วย โดยเฉพาะไข้สูงติดต่อกันเกินสามวันแล้วไม่ยอมลด
  • เด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ร่าเริง ปลุกตื่นยาก หรือไม่ยอมดูดนมและดื่มน้ำ
  • มีอาการของภาวะช็อก ได้แก่ ตัวเย็น ปลายมือปลายเท้าเขียว ชีพจรเบาและเร็ว หายใจหอบเหนื่อยหรือหายใจผิดปกติ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด เช่น ระยะเวลาที่เริ่มพบจุด ระยะเวลาที่มีไข้ ประวัติการรับประทานยา การเดินทาง และโรคประจำตัว จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น ได้แก่ การเจาะเลือดเพื่อตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count - CBC) การตรวจระดับเกล็ดเลือด และการตรวจการแข็งตัวของเลือด เพื่อหาต้นตอที่แท้จริงของอาการ

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่วินิจฉัยพบ หากเป็นโรคไข้เลือดออก แพทย์จะให้การรักษาแบบประคับประคอง ดูแลเรื่องสารน้ำในร่างกายอย่างใกล้ชิด หากเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำภูมิคุ้มกันแพทย์อาจพิจารณาให้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์หรือสารอิมมูโนโกลบูลิน

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามให้เด็กรับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาในกลุ่มไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เด็ดขาด หากยังไม่ได้รับการวินิจฉัยที่แน่นอน เนื่องจากยาดังกล่าวจะไปยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือดและกัดกระเพาะอาหาร ทำให้เสี่ยงต่อภาวะเลือดออกรุนแรงถึงชีวิต หากเด็กมีไข้ให้ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้องเท่านั้น คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในเด็ก

การป้องกันการเกิดโรคที่มีอาการแสดงเป็นจุดเลือดออกสามารถทำได้โดยการป้องกันโรคติดเชื้อ เช่น การป้องกันยุงกัดเพื่อลดความเสี่ยงโรคไข้เลือดออก การรักษาสุขอนามัยที่ดีเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย และการพาเด็กมารับวัคซีนตามกำหนดนัดหมายของกุมารแพทย์อย่างครบถ้วน

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแลในการสังเกตอาการ

คุณพ่อคุณสามารถใช้หลักการง่ายๆ ในการทดสอบจุดเลือดออกด้วยการใช้นิ้วกดลงไปที่จุดสีแดงนั้นแล้วยืดผิวหนังออก หากกดแล้วจุดจางหายไปตามสีผิวปกติ มักไม่อันตราย แต่หากกดแล้วสีของจุดยังคงแดงเข้มหรือม่วงชัดเจนไม่จางหาย (Non-blanching purpura) พร้อมกับมีไข้หรืออาการซึม ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะเป็นภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down