ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเป็นไข้ ไอ หอบ: อาการเตือนภัยที่พ่อแม่ต้องรู้ทันและรับมืออย่างถูกวิธี

อาการเจ็บป่วยในเด็กเล็กถือเป็นความกังวลใจอันดับต้นๆ ของคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะเมื่อลูกรักมีอาการไข้สูงร่วมกับอาการไอและหายใจหอบเหนื่อย ซึ่งอาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณเตือนของโรคในระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย เช่น โรคหลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis) โรคปอดบวม (Pneumonia) โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) หรือการติดเชื้อไวรัสซายน์เคเทรียล (Respiratory Syncytial Virus หรือ RSV) โรคเหล่านี้สามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันและทางเดินหายใจของเด็กยังพัฒนา 3-4 ส่วนไม่เต็มที่ การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการดูแลเบื้องต้นที่บ้านและการสังเกตอาการเตือนอันตรายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและช่วยให้เด็กฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัย

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก

อาการไข้ ไอ และหอบในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง เชื้อโรคเหล่านี้ติดต่อได้ง่ายผ่านการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่ง เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจเกิดการอักเสบ บวม และมีการสร้างเสมหะมากขึ้น ส่งผลให้หลอดลมตีบแคบลง อากาศเข้าสู่ปอดได้ยาก เด็กจึงต้องใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจมากขึ้น เกิดเป็นอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงครืดคราด หรือหายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้อาการรุนแรงได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่าสองปี เด็กคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักน้อย หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินของโรค

การสังเกตอาการในแต่ละระยะจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ประเมินความรุนแรงของโรคได้แม่นยำยิ่งขึ้น

  • ระยะเริ่มต้น (วันแรกถึงวันที่สาม): เด็กมักมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา เช่น มีไข้ต่ำถึงปảngกลาง น้ำใสไหล ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะเล็กน้อย เจ็บคอ และงอแงมากกว่าปกติ
  • ระยะอาการเด่นชัด (วันที่สามถึงวันที่ห้า): ไข้เริ่มสูงขึ้น อาการไอจะรุนแรงมากขึ้น และเริ่มมีอาการหายใจเร็ว หายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด (Wheezing) หรือเสียงครืดคราดในลำคอ เด็กอาจกินนมน้อยลงเพราะเหนื่อยหอบขณะดูดนม
  • ระยะฟื้นตัว (หลังจากวันที่ห้าเป็นต้นไป): หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ไข้จะค่อยๆ ลดลง อาการไอและหอบจะดีขึ้นตามลำดับ แต่เด็กอาจยังคงมีอาการไอหลงเหลืออยู่บ้างเป็นเวลาหนึ่งถึงสองสัปดาห์

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบอาการเหล่านี้ในเด็ก ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ฉุกเฉินทันที หรอรอช้าไม่ได้
  • หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ท้องกระแทก หรือปีกจมูกบานเวลาหายใจ
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึ่งแสดงว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • มีอาการซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือมีอาการชักร่วมกับไข้สูง
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งแห้ง แร้งตารึก ปัสสาวะไม่อยู่หรือไม่มีปัสสาวะเลยนานเกินหกชั่วโมง
  • ไข้สูงมากติดต่อกันเกินสามวัน หรือไข้ไม่ยอมลดลงเลยแม้จะให้ยาลดไข้แล้ว

วิธีดูแลรักษาและพยาบาลที่บ้านอย่างถูกวิธี

ในกรณีที่เด็กมีอาการไม่รุนแรงและแพทย์อนุญาตให้ดูแลที่บ้านได้ การพยาบาลที่ถูกต้องจะช่วยบรรเทาอาการและช่วยให้เด็กสบายตัวขึ้น

คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลเด็กป่วยโรคระบบทางเดินหายใจต้องเน้นความชุ่มชื้นของร่างกายและการช่วยขับเสมหะ เพื่อลดอาการอุดกั้นในทางเดินหายใจ
  • การเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponge): ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เช็ดตามซอกพับ หน้าผาก และลำตัว เพื่อระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเด็ดขาดเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและไข้สูงขึ้นกว่าเดิม
  • การให้ยาลดไข้ที่ถูกต้อง: ให้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง (สิบถึงสิบห้า มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้) ห้ามให้ยาเกินขนาดเด็ดขาด
  • การให้น้ำเกลือแร่หรือนม: ให้เด็กดื่มน้ำสะอาด นม หรือสารละลายเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยละลายเสมหะในคอให้ขับออกง่ายขึ้น
  • การจัดท่านอน: ให้เด็กนอนในท่าศีรษะสูงเล็กน้อย เพื่อช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กป่วย

การใช้ยาหรือการปฏิบัติตัวบางอย่างที่เข้าใจผิดอาจส่งผลอันตรายต่อชีวิตเด็กได้

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่มีไข้สูงโดยยังไม่แน่ชัดว่าป่วยเป็นไข้เลือดออกหรือไม่ เพราะอาจทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการรายน์ซินโดรม (Reye Syndrome) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ให้เด็กทานเองเด็ดขาด เนื่องจากอาการไข้ ไอ หอบส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีฤทธิ์รักษาเชื้อไวรัส การใช้ยาโดยไม่จำเป็นจะทำให้เกิดเชื้อดื้อยาในอนาคต
  • ห้ามให้เด็กกินยาแก้ไอหรือยาลดน้ำมูกชนิดกดประสาท ในเด็กอายุต่ำกว่าสองปีโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์ เพราะอาจทำให้เสมหะเหนียวข้นและอุดตันทางเดินหายใจส่วนล่างได้มากขึ้น

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

  • พาเด็กรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (PCV) และวัคซีนเสริมสำหรับป้องกันไวรัสอาร์เอสวีในกลุ่มเสี่ยง
  • รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจ
  • สวมหน้ากากอนามัยและแยกของใช้ส่วนตัวหากมีสมาชิกในครอบครัวป่วย
  • ส่งเสริมโภชนาการที่ครบถ้วน ทานอาหารปรุงสุกใหม่ สะอาด และมีประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down