ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

รับมืออย่างไรเมื่อลูกน้อยอาเจียนและท้องเสียร่วมกับมีไข้สูง

อาการเจ็บป่วยในเด็กเล็กมักสร้างความวิตกกังวลให้กับคุณพ่อคุณแม่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อลูกน้อยมีอาการอาเจียน ท้องเสีย และมีไข้สูงเกิดขึ้นพร้อมกัน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร หรือที่มักเรียกว่าโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ (Gastroenteritis) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย การเข้าใจถึงกลไกการเกิดโรค อาการเตือนภัย และแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคระบบทางเดินอาหารอักเสบในเด็ก

โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเฉียบพลันในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยเชื้อที่เป็นสาเหตุหลักอันดับหนึ่งคือ โรตาไวรัส (Rotavirus) รองลงมาคือโนโรไวรัส (Norovirus) ซึ่งเชื้อไวรัสเหล่านี้มีความสามารถในการติดต่อสูงมากผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่ง อุจจาระ หรือการรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อน นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ซัลโมเนลลา (Salmonella) หรือแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) ซึ่งมักมากับอาหารที่ไม่สะอาดหรือปรุงไม่สุก

เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย จะเข้าไปทำลายเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้ ส่งผลให้ความสามารถในการดูดซึมน้ำและสารอาหารลดลง เกิดกระบวนการอักเสบจนทำให้ลำไส้บีบตัวมากกว่าปกติ นำไปสู่อาการท้องเสียน้ำและอาเจียนอย่างรุนแรง ส่วนอาการไข้สูงนั้นเกิดจากกระบวนการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่พยายามกำจัดสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคที่รุกรานเข้ามา

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินของโรค

การสังเกตอาการของลูกน้อยในแต่ละระยะจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ประเมินความรุนแรงและให้การดูแลได้อย่างทันท่วงที โดยทั่วไปโรคนี้จะมีลำดับการดำเนินอาการดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: ลูกน้อยมักเริ่มมีไข้ต่ำถึงสูงปานกลาง เบื่ออาหาร ซึมลงเล็กน้อย และอาจมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด: จะมีอาการอาเจียนพุ่งอย่างต่อเนื่องในช่วงหนึ่งถึงสองวันแรก ตามมาด้วยอาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำหลายครั้งต่อวัน ไข้ยังคงสูง และอาจมีอาการปวดท้องบิดร่วมด้วย
  • ระยะฟื้นตัว: อาการอาเจียนจะค่อยๆ ลดลงและหยุดไปก่อน ส่วนอาการท้องเสียอาจยังคงหลงเหลืออยู่บ้างแต่ความถี่จะลดลงเรื่อยๆ จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในห้าถึงเจ็ดวัน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: สิ่งที่อันตรายที่สุดในเด็กเล็กที่มีอาการอาเจียนและท้องเสียร่วมกับไข้สูง คือ ภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ (Dehydration) เนื่องจากร่างกายสูญเสียของเหลวอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะช็อกและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการชดเชยน้ำอย่างเหมาะสม

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาลูกพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรพาไปพบกุมารแพทย์หรือห้องฉุกเฉินทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้าน

  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท กระหม่อมบุ๋มลึกในเด็กทารก ปัสสาวะไม่ออกหรือมีสีเข้มจัดเกินกว่าห ชั่วโมง
  • อาเจียนพุ่งทุกครั้งที่รับประทานน้ำหรืออาหาร ไม่สามารถกินอะไรได้เลย
  • มีไข้สูงต่อเนื่องเกินสามวัน หรือมีอาการชักจากไข้ร่วมด้วย
  • ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ตอบสนอง หรือมีอาการอ่อนแรง
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน หรือมีอาการปวดท้องรุนแรงผิดปกติ

วิธีดูแลรักษาและการพยาบาลที่บ้าน

การรักษาหลักจะเป็นการรักษาตามอาการและการป้องกันภาวะขาดน้ำ เนื่องจากส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งยาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาได้

  • การชดเชยน้ำและเกลือแร่: ให้จิบสารละลายเกลือแร่สำหรับเด็ก (Oral Rehydration Salts - ORS) บ่อยๆ ทีละน้อยแต่สม่ำเสมอ เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการอาเจียนและท้องเสีย ห้ามใช้น้ำเปล่าธรรมดาหรือน้ำเกลือแร่สำหรับนักกีฬาเพราะความเข้มข้นไม่เหมาะสม
  • การดูแลเรื่องอาหาร: ในช่วงที่อาเจียนมากให้งดอาหารชั่วคราวจนกว่าจะหยุดอาเจียนอย่างน้อยสองชั่วโมง จากนั้นจึงเริ่มให้ออาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มโจ๊ก ซุปใส หรือนมแม่สำหรับทารก โดยให้ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง
  • การลดไข้: เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อลดความร้อนในร่างกายร่วมกับการให้รับประทานยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ
คำแนะนำจากคุณหมอ: ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องสำหรับเด็กคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ และห้ามซื้อยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะให้เด็กรับประทานเองโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เชื้อโรคคั่งค้างในร่างกายและเป็นอันตรายยิ่งขึ้น

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

คุณพ่อคุณแม่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการเลือกใช้ยาและการดูแลรักษา ดังนี้

  • ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye syndrome) ซึ่งมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
  • n
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟนในระยะที่มีอาการอาเจียนและท้องเสียร่วมกับภาวะขาดน้ำ เพราะอาจเพิ่มภาระการทำงานของไต
  • n
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง นมวัวรสหวานจัด หรือน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เพราะจะทำให้อาการท้องเสียแย่ลง

วิธีป้องกันเชิงรุกและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้ลูกน้อยป่วยเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสุขภาพ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

  • การสร้างสุขอนามัยที่ดี: ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนเตรียมอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ รวมถึงการทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัสสม่ำเสมอ
  • n
  • การรับวัคซีนป้องกัน: ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโรตาไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของท้องเสียรุนแรงในเด็ก สามารถปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับวัคซีนหยอดตั้งแต่เด็กอายุยังน้อย
  • n
  • โภชนาการและภูมิคุ้มกัน: ส่งเสริมให้ทารกกินนมแม่ล้วนอย่างน้อยหกเดือนแรก เพื่อรับภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ และเมื่อเด็กโตขึ้นให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบหหมู่เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายที่แข็งแรง

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ดูแล

เมื่อลูกน้อยมีอาการอาเจียน ท้องเสีย และมีไข้สูง ผู้ดูแลควรตั้งสติ ประเมินความรุนแรงของอาการ เน้นการให้ดื่มเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ สังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิด และรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีหากพบอาการผิดปกติ การป้องกันผ่านสุขอนามัยที่ดีและการรับวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down