ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กุญแจสำคัญในการดูแลลูกน้อยเมื่อมีไข้สูงและการเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้อง

อาการไข้ในเด็กและทารกเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกังวลใจมากที่สุด ไข้ไม่ใช่โรคแต่เป็นกลไกการตอบสนองตามธรรมชาติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่กำลังต่อ ู้กับเชื้อโรคไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือแบคทีเรีย การทำความเข้าใจวิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์จึงเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยบรรเทาอาการอึดอัด ป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอย่างอาการชักจากไข้สูง และช่วยให้เด็กฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

กลไกการเกิดไข้และทำไมร่างกายจึงต้องมีอุณหภูมิสูงขึ้น

เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะหลั่งสารกระตุ้นความร้อนที่เรียกว่าไพโรเจน (Pyrogens) ไปยังศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ทำให้จุดตั้งรับอุณหภูมิของร่างกายถูกปรับให้สูงขึ้น ร่างกายจึงพยายามสร้างและกักเก็บความร้อน ส่งผลให้เด็กมีอาการหนาวสั่น ตัวร้อนจัด และชีพจรเต้นเร็ว การเช็ดตัวลดไข้ที่มีประสิทธิภาพต้องทำเพื่อช่วยระบายความร้อนส่วนเกินออกจากร่างกายผ่านการระเหยของน้ำ ไม่ใช่การทำให้ร่างกายเย็นลงอย่างฉับพลันด้วยน้ำเย็นจัด

ขั้นตอนการเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponge Bath) ต้องใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเด็ดขาดเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้ และอาจทำให้เด็กเกิดอาการหนาวสั่นมากขึ้น

  • เตรียมน้ำอุ่นใส่กะละมัง โดยทดสอบความอุ่นให้พอดีกับผิวหนังส่วนในของผู้ดูแล
  • ถอดเสื้อผ้าเด็กออกให้หมดเพื่อให้ผิวหนังสัมผัสกับอากาศและความชื้นได้เต็มที่
  • ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำและบิดให้หมาดพอประมาณ ไม่ให้เปียกชุ่มจนเกินไป
  • เริ่มเช็ดบริเวณใบหน้าและลำคอพักไว้ เพื่อให้หลอดเลือดสมองปรับตัว
  • เริ่มเช็ดจากบริเวณจุดชีพจรใหญ่ เช่น รักแร้ ซอกคอ ขาหนีบ เนื่องจากบริเวณเหล่านี้มีเส้นเลือดใหญ่ผ่าน ทำให้เลือดที่ไหลผ่านเย็นลงและลดอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายได้ดี
  • เช็ดเข้าหาลำตัวและหัวใจเสมอ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
  • ใช้เวลาเช็ดตัวประมาณสิบหนาวถึงสิบห้านาที จากนั้นใช้ผ้าแห้งซับตัวให้แห้งและสวมเสื้อผ้าโปร่งสบาย
คำแนะนำจากคุณหมอ: ระหว่างการเช็ดตัว หากเด็กมีอาการหนาวสั่น ปากเขียว หรือตัวลาย ให้หยุดเช็ดทันทีและห่มผ้าให้ความอบอุ่น เนื่องจากร่างกายกำลังพยายามสร้างความร้อน การฝืนเช็ดต่อจะยิ่งทำให้ไข้สูงขึ้น

ขนาดยาพาราเซตามอลที่ปลอดภัยและการคำนวณตามน้ำหนักตัว

การให้ยาลดไข้ควรใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ชนิดน้ำเชื่อมสำหรับเด็ก โดยคำนวณจากน้ำหนักตัวจริงของเด็กเป็นหลัก ขนาดยาที่ถูกต้องคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้สูง ห้ามให้ยาถี่เกินกำหนดเพราะอาจส่งผลกระทบต่อตับของเด็กได้

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเพื่อลดไข้เด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงในการเกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทางสมองและตับที่อันตรายถึงชีวิต และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเองเนื่องจากการติดเชื้อส่วนใหญ่ในเด็กเกิดจากไวรัส

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

แม้ว่าไข้ส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่มีอาการบางประการที่เป็นสัญญาณเตือนว่าเด็กอาจติดเชื้อรุนแรงหรือมีภาวะวิกฤต ซึ่งผู้ปกครองต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด

  • ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ยอมลดลงเลยแม้นจะได้รับยาลดไข้และเช็ดตัวแล้ว
  • มีอาการชักเกร็ง ตาค้าง หรือหมดสติ
  • ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือร้องกวนตลอดเวลาผิดปกติ
  • หายใจหอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน หน้าอกบุ๋ม หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
  • มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ผื่นขึ้นกระจายตัวเร็ว หรือคอแข็งร่วมด้วย

มาตรการป้องกันการเกิดโรคและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การป้องกันเชิงรุกเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความถี่และความรุนแรงของการเจ็บป่วยในเด็ก การสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเริ่มต้นจากโภชนาการที่ครบถ้วน การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ และการได้รับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามกำหนดเวลาของกุมารแพทย์ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (PCV) และวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) นอกจากนี้การฝึกสุขอนามัยที่ดีในครอบครัว เช่น การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์ การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด และการหลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในสถานที่ปิดทึบช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ จะช่วยลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down