ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจอาการลูกเป็นไข้สูงแต่ปลายมือปลายเท้าเย็นเฉียบ

อาการที่เด็กมีไข้สูงแต่กลับมีปลายมือปลายเท้าเย็นเฉียบ มักสร้างความตกใจและกังวลใจให้กับพ่อแม่เป็นอย่างมาก อาการเช่นนี้ในทางการแพทย์เรียกว่าอาการไข้ขึ้นสูงแบบเฉียบพลันที่มีการกระจายตัวของเลือดในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากร่างกายของเด็กเมื่อเผชิญกับเชื้อโรค ระบบประสาทอัตโนมัติจะพยายามรักษาอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย (Core Body Temperature) ให้คงที่ เลือดจึงถูกดึงกลับไปหล่อเลี้ยงอวัยวะภายในสำคัญ เช่น สมองและหัวใจ ส่งผลให้บริเวณปลายมือ ปลายเท้า และผิวหนังส่วนปลายรู้สึกเย็นเฉียบ ขณะที่หน้าผากและลำตัวร้อนจัด ซึ่งภาวะนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญก่อนที่เด็กจะมีอาการชักจากไข้สูง (Febrile Seizure) ได้ หากไม่ได้รับการดูแลและบริหารยาอย่างถูกต้องทันท่วงที

กลไกการเกิดอาการไข้และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกาย

เมื่อเชื้อโรคไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะหลั่งสารกระตุ้นความร้อนที่เรียกว่า ไพโรเจน (Pyrogens) ไปยังส่วนไฮโพทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเทอร์โมสตัทหรือตัวควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย สมองจะสั่งการให้ตั้งจุดอุณหภูมิเป้าหมายให้สูงขึ้น ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกหนาวสั่นและเกิดการหดตัวของหลอดเลือดส่วนปลาย เพื่อลดการสูญเสียความร้อน นี่คือสาเหตุว่าทำไมเด็กจึงมีอาการหนาวสั่นและมือเท้าเย็นในระยะที่ไข้กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่ออุณหภูมิภายในร่างกายถึงจุดที่สมองตั้งไว้แล้ว อาการหนาวสั่นจะลดลง แต่ความร้อนจะสะสมอยู่ภายใน ส่งผลให้ตัวร้อนจัดทั่วร่างกาย

วิธีใช้ยาและการคำนวณขนาดยาที่ถูกต้องปลอดภัย

การบริหารยาเพื่อลดไข้ในเด็กที่มีอาการไข้สูงร่วมกับปลายมือปลายเท้าเย็น จำเป็นต้องทำด้วยความระมัดระวังสูงสุด โดยยาลดไข้หลักที่ปลอดภัยและแนะนำให้ใช้เป็นอันดับแรกคือ ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ซึ่งต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวของเด็กอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดพิษต่อตับ

คำแนะนำจากคุณหมอ: ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องสำหรับเด็กคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ให้กินทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการไข้ และควรเว้นระยะห่างตามเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ห้ามให้ยาถี่เกินไปเด็ดขาด

วิธีการคำนวณขนาดยาพาราเซตามอลชนิดน้ำเชื่อม (ตัวยาสำคัญ 120 มิลลิกรัม ต่อ 5 มิลลิลิตร) สามารถทำได้โดยนำน้ำหนักตัวเด็กคูณด้วย 10 หรือ 15 จะได้ปริมาณยาเป็นมิลลิกรัม จากนั้นแปลงเป็นปริมาณมิลลิลิตรตามความเข้มข้นของยาที่ระบุบนฉลากขวด เพื่อความแม่นยำควรใช้ช้อนตวงหรือกระบอกฉีดยา (Syringe) ที่มากับ 3 ยาเท่านั้น ห้ามใช้ช้อนรับประทานอาหารทั่วไปตักยาเด็ดขาด

กลุ่มยาอันตรายและข้อควรระวังสำคัญที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในสถานการณ์ที่ลูกมีไข้สูง มีข้อควรระวังทางการแพทย์ที่สำคัญมากซึ่งพ่อแม่ต้องรู้และปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตของเด็ก

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กที่มีไข้สูงโดยเด็ดขาด จนกว่าจะได้รับการวินิจฉัยแน่ชัดจากแพทย์ว่าไม่ใช่โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) หรือโรคติดเชื้อที่เสี่ยงต่อภาวะเลือดออกผิดปกติ เนื่องจากยาในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) จะไปกัดกระเพาะอาหาร และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร รวมถึงทำให้เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กและวัยรุ่นเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซีนด์รม (Reye Syndrome) ซึ่งส่งผลให้ตับและสมองบวมอย่างรุนแรง

หลีกเลี่ยงการเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็ง เพราะจะยิ่งทำให้หลอดเลือดส่วนปลายหดตัวมากกว่าเดิม อาการมือเท้าจะยิ่งเย็นลง และทำให้เด็กหนาวสั่นมากขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางร่างกายยิ่งสูงขึ้นไปอีก วิธีที่ถูกต้องคือการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เช็ดตามซอกพับ หน้าผาก และลำตัว เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาลูกไปพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการไข้สูงร่วมกับอาการอื่นๆ ดังต่อไปนี้ ถือเป็นสัญญาณวิกฤตที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด:

  • ไข้สูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน หรือไข้ไม่ยอมลดลงเลยแม้จะได้รับประทานยาลดไข้แล้ว
  • มีอาการชักเกร็ง ตาค้าง หรือหมดสติจากไข้สูง
  • ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือไม่ยอมดื่มนมและน้ำ
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอ
  • มีภาวะขาดน้ำ ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้ง กระหม่อมยุบ (ในทารก) หรือปัสสาวะไม่ออกนานเกิน 6 ชั่วโมง
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ผื่นขึ้นตามตัวร่วมกับอาเจียนรุนแรง

การดูแลพยาบาลเบื้องต้นและการป้องกันอาการชักจากไข้

ในระหว่างที่รอให้ยาลดไข้เริ่มออกฤทธิ์ พ่อแม่สามารถช่วยเหลือลูกน้อยด้วยการเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น (Tepid Sponge) ให้เด็กสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบระบายอากาศได้ดี อยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และหมั่นป้อนน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือน้ำสะอาดบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ หากเด็กมีประวัติเคยชักจากไข้สูง ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับยาต้านชักชนิดเหน็บทวารติดบ้านไว้ใช้ในยามฉุกเฉินตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down