ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติและความสำคัญทางการแพทย์

ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ (Hypothermia) เป็นภาวะทางการแพทย์ที่ฉุกเฉินและมีความรุนแรงสูง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อร่างกายสูญเสียความร้อนเร็วกว่าที่ร่างกายจะสามารถผลิตขึ้นมาได้ ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย (Core Body Temperature) ลดลงต่ำกว่าสามสิบห้าองศาเซลเซียส (35°C) ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย แต่กลุ่มเสี่ยงที่มีความเปราะบางและต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษได้แก่ เด็กทารกและเด็กเล็ก เนื่องจากระบบควบคุมอุณหภูมิในสมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ รวมถึงผู้สูงอายุที่มีการตอบสนองต่อความหนาวเย็นลดลง มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบางลง และมักมีโรคประจำตัวร่วมด้วย ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแล การใช้ยา และข้อควรระวังจึงเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยชีวิตและป้องกันภาวะแทรกซ้อนอันตราย

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ

กลไกการเกิดภาวะนี้เกี่ยวข้องกับการสูญเสียความร้อนของร่างกายผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ การนำความร้อน (Conduction) การพาความร้อน (Convection) การแผ่รังสี (Radiation) และการระเหย (Evaporation) ปัจจัยกระตุ้นหลักประกอบด้วยการสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่หนาวเย็นจัดเป็นเวลานาน การสวมใส่เสื้อผ้าเปียกชื้น การอยู่ในน้ำเย็น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสูญเสียความร้อนอย่างรวดเร็ว รวมถึงโรคประจำตัวบางชนิด เช่น ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ (Hypothyroidism) โรคเบาหวาน การติดเชื้อในกระแสเลือด และการใช้ยาบางประเภทที่กดระบบประสาทส่วนกลาง

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและการจัดการทางการแพทย์

การรักษาภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกตินั้นขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล การใช้ยาในกลุ่มนี้มุ่งเน้นไปที่การรักษาโรคที่เป็นสาเหตุร่วมและการกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต

  • ยูกลูโคสหรือสารน้ำทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Fluids): ในผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำร่วมด้วย ซึ่งมักพบได้บ่อยในทารกและผู้สูงอายุ แพทย์จะพิจารณาให้สารน้ำที่มีส่วนผสมของเดกซ์โทรส (Dextrose) ร่วมกับการอุ่นสารน้ำให้มีอุณหภูมิเหมาะสมก่อนให้เข้าสู่ร่างกาย
  • ฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement): หากสาเหตุเกิดจากภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย แพทย์อาจพิจารณาให้ฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทนตามความเหมาะสม
  • ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): ใช้ในกรณีที่ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นสาเหตุทุติยภูมิที่พบบ่อย

ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัย

เนื่องจากภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติไม่ใช่โรคที่รักษาด้วยการกินยาแก้หนาวโดยตรง แต่เป็นการรักษาตามสาเหตุและการประคับประคอง ขนาดยาและการบริหารยาจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด

  • การให้สารน้ำอุ่นทางหลอดเลือดดำต้องคำนวณปริมาณตามน้ำหนักตัวและอายุของผู้ป่วย เพื่อป้องกันภาวะน้ำเกินหรือภาวะหัวใจล้มเหลว
  • การใช้ยาฉีดหรือฮอร์โมนทดแทนต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยระดับสารเคมีในเลือดอย่างแม่นยำก่อนเริ่มการรักษาทุกครั้ง
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามพยายามให้ผู้ป่วยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อแก้หนาวเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้หลอดเลือดฝอยขยายตัวและเร่งการสูญเสียความร้อนออกจากแกนกลางร่างกายมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ผลข้างเคียงและปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษา

กระบวนการอุ่นร่างกายผู้ป่วยและการใช้ยาทางการแพทย์อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนที่แพทย์ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • ภาวะความดันโลหิตลดลงจากการอุ่นร่างกาย (Rewarming Shock): เกิดจากการที่หลอดเลือดส่วนปลายขยายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับความร้อน ส่งผลให้เลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจลดลงและความดันโลหิตตกอย่างกะทันหัน
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmias): หัวใจที่เย็นจัดมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูง การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือการอุ่นร่างกายที่รวดเร็วเกินไปอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นพลิ้ว (Ventricular Fibrillation) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

ยาอันตรายและข้อควรระวังสำคัญที่ห้ามทำเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแก้ปวดลดไข้หรือยากดประสาทบางชนิดในผู้ป่วยที่มีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติโดยไม่จำเป็น เนื่องจากยาเหล่านี้อาจไปกดการทำงานของศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองและทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานแย่ลง นอกจากนี้ ห้ามใช้วิธีการอุ่นร่างกายที่รวดเร็วเกินไป เช่น การแช่น้ำร้อนจัดทันที เพราะจะทำให้เกิดภาวะช็อกและอันตรายต่อหัวใจ

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการดูแลที่บ้านอย่างถูกวิธี

หากพบผู้ป่วยที่มีอาการในระยะเริ่มต้น (Mild Hypothermia) เช่น มีอาการตัวสั่น ชาตามปลายประสาท และยังมีสติสัมปชัญญะดี สามารถดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้นได้ดังนี้

  • นำผู้ป่วยออกจากสภาพแวดล้อมที่หนาวเย็นทันที และพาเข้าไปในที่ร่มหรืออาคารที่อบอุ่น
  • ถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออกให้หมด และเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่แห้งและหนานุ่ม
  • ห่อหุ้มร่างกายด้วยผ้าห่มอุ่น หรือใช้กระเป๋าน้ำร้อนห่อด้วยผ้าหนาประคบบริเวณลำตัว หน้าอก และรักแร้ (หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังโดยตรงเพื่อป้องกันผิวหนังไหม้)
  • หากผู้ป่วยมีสติและกลืนได้ดี ให้จิบเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่ไม่มีส่วนผสมของคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ เช่น น้ำอุ่น หรือนมอุ่น

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ฉุกเฉินทันที

หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  • มีอาการซึมลง สับสน พูดไม่ชัด หรือหมดสติ
  • อาการตัวสั่นหยุดลง แม้ว่าร่างกายจะยังเย็นจัด (แสดงว่าศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองเริ่มล้มเหลว)
  • หายใจช้าและตื้น ชีพจรเต้นอ่อนมากหรือไม่สม่ำเสมอ
  • มีอาการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down