ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการวัดอุณหภูมิร่างกายในเด็กและการทำความเข้าใจกลไกการเกิดไข้

การมีไข้ในเด็กและทารกถือเป็นกลไ2กการป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย เมื่อระบบภูมิคุ้มกันตรวจพบสิ่งแปลกปลอม เช่น เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย สมองส่วนไฮโปทาลามัสจะสั่งการให้ร่างกายเพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้นเพื่อสร้างสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคเหล่วงนี้ อย่างไรก็ตาม การประเมินอุณหภูมิด้วยการสัมผัสหน้าผากหรือลำตัวด้วยมือเปล่ามักมีความคลาดเคลื่อนสูงและไม่สามารถระบุตัวเลขที่แม่นยำได้ การใช้อุปกรณ์วัดไข้ที่ได้มาตรฐานและการเลือกประเภทของปรอทวัดไข้ให้เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็กจึงเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินความรุนแรงของโรค เพื่อให้พ่อแม่สามารถดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

สาเหตุและกลไกการเกิดไข้ในเด็ก

ไข้ไม่ใช่โรคแต่เป็นอาการแสดงของความผิดปกติในร่างกาย โดยสาเหตุหลักส่วนใหญ่มาจากการติดเชื้อ ได้แก่:

  • การติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคอาร์เอสวี และโรคโควิดสิบเก้า
  • การติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคท้องร่วงจากไวรัสโรตา
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น คออักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • ปฏิกิริยาหลังการได้รับวัคซีนตามวัย ซึ่งมักจะมีไข้ต่ำและหายได้เองภายในสองถึงสามวัน

การเลือกประเภทของปรอทวัดไข้ให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย

การเลือกใช้เครื่องมือวัดอุณหภูมิร่างกายที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ช่วยให้แพทย์และผู้ปกครองประเมินอาการป่วยได้อย่างแม่นยำที่สุด โดยแบ่งตามช่วงวัยดังนี้:

ทารกแรกเกิดถึงอายุสองปี

ในช่วงวัยนี้ การวัดอุณหภูมิทางทวารหนักถือเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด เนื่องจากสะท้อนอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายได้ดีที่สุด ควรใช้ปรอทวัดไข้ดิจิทัลที่มีปลายยืดหยุ่น ทาเจลหล่อลื่นที่ละลายน้ำได้ และสอดเข้าไปลึกประมาณหนึ่งถึงครึ่งเซนติเมตร หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์วัดทางหูในทารกแรกเกิดเนื่องจากช่องหูยังเล็กมากและมีขี้หูขวางกั้นทำให้ค่าที่อ่านได้ไม่แม่นยำ

เด็กอายุสองปีถึงห้าปี

เด็กในวัยนี้เริ่มให้ความร่วมมือมากขึ้น สามารถใช้วิธีการวัดทางหูด้วยเครื่องวัดอินฟราเรดทางช่องหู หรือการวัดทางรักแร้ด้วยปรอทวัดไข้ดิจิทัล การวัดทางหูมีความสะดวกรวดเร็วแต่ต้องดึงใบหูของเด็กขึ้นและไปข้างหลังให้ถูกต้องเพื่อให้ลำแสงอินฟราเรดส่องตรงไปยังเยื่อแก้วหู ส่วนการวัดทางรักแร้ต้องแนบหัววัดสนิทกับผิวหนังและหนีบแขนให้แน่นเป็นเวลาตามที่เครื่องกำหนด

เด็กอายุห้าปีขึ้นไปและวัยรุ่น

สามารถใช้วิธีการวัดทางปาก ทางรักแร้ หรือการวัดทางหูได้อย่างแม่นยำ การวัดทางปากให้วางปลายปรอทไว้ใต้ลิ้น ปิดปากให้สนิทและหายใจทางจมูก ห้ามวัดทางปากทันทีหลังจากเด็กทานอาหารร้อนหรือเย็นจัดเพราะจะทำให้ค่าอุณหภูมิผิดเพี้ยน

คำแนะนำจากคุณหมอ: อุณหภูมิร่างกายปกติจะอยู่ที่ประมาณสามสิบห-กจุดห้าถึงสามสิบเจ็ดจุดห้าองศาเซลเซียส หากวัดทางทวารหนักหรือทางหูแล้วพบว่าอุณหภูมิสูงกว่าสามองศาเซลเซียส หรือวัดทางรักแร้สูงกว่าสามสิบเจ็ดจุดห้าองศาเซลเซียส ถือว่าเด็กมีไข้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการไข้ร่วมกับอาการเหล่านี้ พ่อแม่ควรพาไปพบแพทย์ในทันที:

  • ทารกอายุต่ำกว่าสามเดือนที่มีไข้สูงตั้งแต่สามสิบแปดองศาเซลเซียสขึ้นไป แม้จะไม่มีอาการอื่นร่วมด้วยก็ตาม
  • ไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียสและไม่ลดลงหลังจากให้ยาลดไข้และการเช็ดตัว
  • เด็กมีอาการซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ ปัสสาวะน้อยลงหรือมีสีเข้มจัด ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนอกบุ๋ม หรือมีเสียงผิดปกติในลำคอ
  • มีอาการชักจากไข้ อาเจียนพุ่งตลอดเวลา หรือมีผื่นขึ้นตามตัวร่วมด้วย

วิธีดูแลรักษาและลดไข้ที่บ้านอย่างถูกต้อง

การดูแลเด็กมีไข้ที่บ้านเน้นการประคับประคองอาการเพื่อให้เด็กสบายตัวขึ้น:

  • การให้ยาลดไข้พาราเซตามอลอย่างถูกต้องตามน้ำหนักตัว โดยคำนวณจากขนาดสิบถึงสิบห้าสิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้
  • การเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย
  • การให้เด็กดื่มน้ำเกลือแร่หรือนมอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ไม่ห่มผ้าหนาจนเกินไปเพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดี
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการรายน์ซึ่งเป็นภาวะสมองและตับอักเสบรุนแรง และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กทานเองโดยเด็ดขาดหากยังไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุของไข้ทำได้โดยการส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ และรับวัคซีนป้องกันโรคตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขอย่างครบถ้วน

สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ดูแล

  • เลือกปรอทวัดไข้ให้ตรงกับช่วงวัยของเด็ก
  • วัดอุณหภูมิซ้ำเพื่อยืนยันความถูกต้องเมื่อเด็กมีอาการตัวร้อน
  • ให้ยาลดไข้และดูแลตามอาการ พร้อมสังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิด
  • รีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีหากพบอาการผิดปกติหรือมีภาวะวิกฤต
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down