ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความสำคัญและภาพรวมของภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ

ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ (Hypothermia) คือภาวะทางการแพทย์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายสูญเสียความร้อนเร็กว่าความร้อนที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นได้ ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายลดลงต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส (95 องศาฟาเรนไฮต์) แม้ภาวะนี้มักพบได้บ่อยในผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตภูมิอากาศหนาวเย็น แต่ในประเทศไทยก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ทารกแรกเกิดและเด็กเล็กที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิร่างกายยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ผู้สูงอายุที่มีการไหลเวียนโลหิตลดลงและมีการรับรู้ความรู้สึกต่อความหนาวเย็นลดลง รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism) ภาวะทุพโภชนาการ และผู้ที่อยู่ในภาวะหมดสติหรือมึนเมาสุรา ภาวะนี้หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ความผิดปกติของการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ สมอง และไต จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค

กลไกหลักของการเกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถรักษาดุลยภาพความร้อน (Thermal Equilibrium) ไว้ได้ โดยแบ่งสาเหตุออกเป็นปัจจัยหลัก ดังนี้:

  • การสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่เย็นจัดเป็นเวลานาน เช่น การอยู่ในน้ำเย็นจัด ลมหนาวพัดแรง หรือเสื้อผ้าเปียกชื้น
  • ภาวะที่ร่างกายผลิตความร้อนลดลง เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ภาวะต่อมไร้ท่อทำงานบกพร่อง และความเหนื่อยล้าขั้นรุนแรง
  • ภาวะที่ร่างกายสูญเสียความร้อนเพิ่มขึ้น เช่น การขยายตัวของหลอดเลือดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยาบางชนิดที่ส่งผลต่อศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมอง (Hypothalamus)
  • ความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติที่ไม่สามารถสั่งการให้กล้ามเนื้อสั่นเพื่อสร้างความร้อน (Shivering) ได้ตามปกติ

อาการแสดงสำคัญและระยะของโรค

อาการของภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติจะแสดงออกตามระดับความรุนแรงของการลดลงของอุณหภูมิร่างกาย โดยแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้:

ระยะเริ่มต้น (Mild Hypothermia)

อุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ประมาณ 32 ถึง 35 องศาเซลเซียส ผู้ป่วยจะมีอาการหนาวสั่นอย่างรุนแรง ผิวหนังซีดเย็น มีอาการชาตามปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า เริ่มมีความสับสนทางความคิด การตัดสินใจลดลง พูดไม่ชัด และอาจมีความรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด

ระยะปานกลาง (Moderate Hypothermia)

อุณหภูมิร่างกายลดลงอยู่ที่ 28 ถึง 32 องศาเซลเซียส อาการหนาวสั่นจะเริ่มหยุดลงเนื่องจากพลังงานของร่างกายหมดไป กล้ามเนื้อเริ่มแข็งเกร็ง ผู้ป่วยจะมีอาการซึมลงอย่างมาก ความจำสับสนเพ้อคลั่ง ชีพจรเต้นช้าลงและไม่สม่ำเสมอ การหายใจแผ่วเบาและช้าลง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบไหลเวียนโลหิตเริ่มล้มเหลว

ระยะรุนแรง (Severe Hypothermia)

อุณหภูมิต่ำกว่า 28 องศาเซลเซียส ผู้ป่วยจะหมดสติไม่รู้สึกตัว ม่านตาขยายและไม่ตอบสนองต่อแสง ชีพจรและ ภาวะการหายใจแทบตรวจไม่พบหรือหยุดหายใจ ภาวะนี้ถือเป็นภาวะวิกฤตฉุกเฉินสูงสุดที่ต้องได้รับการกู้ชีพทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามทำการนวด ถูตัว หรือให้ผู้ป่วยในระยะปานกลางและรุนแรงทำกิจกรรมที่ใช้แรงเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เลือดเย็นจากปลายมือปลายเท้าไหลกลับสู่หัวใจและสมองอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากพบผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ และมีอาการร่วมดังต่อไปนี้ จำเป็นต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลหรือโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันที:

  • หมดสติ ซึมมาก ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกหรือการกระตุ้น
  • หายใจช้ามาก หอบเหนื่อย หรือหยุดหายใจ
  • ริมฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้าเขียวคล้ำ (Cyanosis)
  • ชีพจรเต้นอ่อนมาก เต้นช้าผิดปกติ หรือคลำชีพจรไม่ได้
  • มีความสับสนทางจิตใจอย่างรุนแรง พูดจาไม่รู้เรื่อง พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาถึงสถานพยาบาล แพทย์จะทำการประเมินและวินิจฉัยด้วยเครื่องมือและกระบวนการทางการแพทย์ที่แม่นยำ ดังนี้:

  • การวัดอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย (Core Body Temperature) ด้วยปรอทวัดไข้ชนิดพิเศษทางทวารหนักหรือทางหลอดอาหาร เนื่องจากปรอทวัดไข้ทั่วไปไม่สามารถวัดอุณหภูมิที่ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติมากๆ ได้
  • การซักประวัติระยะเวลาที่สัมผัสความเย็น สภาพแวดล้อม และโรคประจำตัวจากญาติหรือผู้ดูแล
  • การตรวจร่างกายระบบประสาท ระบบหัวใจและหลอดเลือดอย่างละเอียด
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจวิเคราะห์ก๊าซในเลือด (Blood Gas Analysis) การตรวจระดับเกลือแร่และน้ำตาลในเลือด รวมถึงการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อประเมินภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยมีแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ดังนี้:

  • การเพิ่มอุณหภูมิร่างกายภายนอกแบบค่อยเป็นค่อยไป (Passive and Active External Rewarming) ในผู้ป่วยอาการน้อย โดยการย้ายเข้าสู่ที่อบอุ่น ถอดเสื้อผ้าเปียกชื้นออก ห่มด้วยผ้าห่มอุ่น หรือใช้อุปกรณ์ให้ความอบอุ่นภายนอก
  • การให้สารน้ำอุ่นทางหลอดเลือดดำ (Warmed IV Fluids) และการให้ออกซิเจนที่ผ่านความชื้นและอุ่น เพื่อช่วยเพิ่มอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายจากภายใน
  • การเพิ่มอุณหภูมิร่างกายภายในขั้นสูง (Active Internal Rewarming) ในผู้ป่วยอาการรุนแรง เช่น การล้างกระเพาะหรือกระเพาะปัสสาวะด้วยน้ำเกลืออุ่น หรือในบางรายอาจต้องใช้เครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) เพื่ออุ่นเลือดนอกร่างกาย
คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้น้ำอุ่นจัดหรือแช่น้ำร้อนทันทีเพื่อแก้ความหนาวเย็นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากความร้อนที่สูงเกินไปจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวอย่างฉับพลัน ดึงความดันโลหิตให้ลดต่ำลงและเป็นอันตรายต่อหัวใจ ควรเน้นการเพิ่มอุณหภูมิอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายใต้การดูแลของแพทย์

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ไม่ถูกวิธีอาจสร้างความเสียหายและเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้ มีข้อควรระวังที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ได้แก่:

  • ห้ามให้ผู้ป่วยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อแก้หนาวเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเร่งการสูญเสียความร้อนออกจากร่างกายมากยิ่งขึ้น
  • ห้ามใช้ความร้อนสูงประคบโดยตรง เช่น กระเป๋าน้ำร้อนจัด หรือการให้ผู้ป่วยแช่น้ำร้อนจัด เพราะอาจทำให้ผิวหนังไหม้และเกิดภาวะช็อกจากการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิตอย่างรวดเร็ว
  • ห้ามปล่อยให้ผู้ป่วยนอนนิ่งในที่เย็นหรือปล่อยทิ้งไว้ตามลำพัง

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดสามารถทำได้โดยการเตรียมตัวและปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม:

  • สวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ หากต้องออกไปในที่อากาศเย็นจัดควรสวมใส่เสื้อผ้าหลายชั้นเพื่อเก็บความอบอุ่น และสวมหมวก ถุงมือ ถุงเท้าให้มิดชิด
  • หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน หากเปียกฝนหรือเปียกน้ำควรเปลี่ยนเสื้อผ้าแห้งทันที
  • รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนและดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอในการผลิตความร้อน
  • ดูแลเอาใจใส่กลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุและเด็กเล็กเป็นพิเศษ ไม่ปล่อยให้อยู่ในห้องแอร์ที่เย็นจัดเกินไปโดยไม่มีเครื่องนุ่งห่มที่อบอุ่น

ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติเป็นภัยเงียบที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ อาการเตือน และวิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ จะช่วยชีวิตและป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากพบผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติ ควรรีบนำส่งสถานพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down