เข้าใจความกังวลของพ่อแม่เมื่อลูกรักป่วยหนัก
อาการเจ็บป่วยเฉียบพลันในเด็กเล็กถือเป็นความท้าทายและสร้างความวิตกกังวลให้แก่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อลูกน้อยอาเจียน ท้องเสีย และมีไข้สูงเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน อาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณเตือนของการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร หรือที่นิยมเรียกว่าโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่อักเสบ ซึ่งนอกจากจะสร้างความอ่อนเพลียให้กับเด็กแล้ว ยังมีความเสี่ยงสำคัญคือภาวะขาดน้ำรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงทีและถูกวิธีตามหลักการแพทย์
สาเหตุและกลไกการเกิดโรคระบบทางเดินอาหารอักเสบในเด็ก
การที่เด็กมีอาการอาเจียน ท้องเสีย และมีไข้สูงพร้อมกัน ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน รวมถึงการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อโรคแล้วนำมือเข้าปาก
เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุหลัก
- โรตาไวรัส เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของอาการท้องเสียรุนแรงและอาเจียนในทารกและเด็กเล็ก มักมีไข้สูงร่วมด้วย
- โนโรไวรัส สามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายเหลวเป็นน้ำ
- เชื้อแบคทีเรีย เช่น ซาลโมเนลลา หรือแคมไพโลแบคเตอร์ มักพบจากการรับประทานอาหารที่ไม่สุกสะอาด ทำให้มีไข้สูงและถ่ายมีมูกเลือดปน
อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินโรค
อาการของเด็กมักเริ่มจากการมีไข้สูงเฉียบพลัน ตามด้วยอาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระยะแรกเด็กจะไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้เลย หลังจากนั้นจะเริ่มมีอาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำหลายครั้งต่อวัน อาการอาเจียนมักจะเป็นอยู่ประมาณหนึ่งถึงสามวันและค่อยๆ ดีขึ้น แต่ท้องเสียอาจดำเนินต่อไปได้นานถึงเจ็ดวัน หากระบบทางเดินอาหารยังไม่คืนสู่สภาพปกติ
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที
ผู้ปกครองต้องสังเกตอาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณอันตรายเหล่านี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
- ภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท กระหม่อมบุ๋มลงไปในทารก และไม่ปัสสาวะนานเกินหกชั่วโมง
- ซึมลงปลุกยาก หรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท
- อาเจียนพุ่งทุกครั้งที่ดื่มน้ำหรือทานอาหาร ไม่สามารถรับประทานอะไรได้เลย
- มีไข้สูงเกินสามวัน หรือไข้สูงร่วมกับมีอาการชัก
- ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน หรือมีอาการปวดท้องรุนแรงมาก
วิธีดูแลรักษาและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่บ้าน
เมื่อลูกมีอาการอาเจียนและท้องเสีย สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันภาวะขาดน้ำและการจัดการกับไข้สูงอย่างถูกวิธี
การให้น้ำเกลือแร่
ควรให้เด็กจิบสารละลายเกลือแร่ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เช่น ให้จิบครั้งละหนึ่งถึงสองช้อนชาทุกๆ ห้าถึงสิบนาที เพื่อป้องกันการกระตุ้นให้อาเจียนซ้ำ ห้ามให้ดื่มน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬาเพียวๆ เพราะสัดส่วนเกลือแร่และน้ำตาลไม่เหมาะสมกับเด็กท้องเสีย
วิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้อง
การเช็ดตัวลดไข้ช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
- ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็ง
- ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดตามซอกพับ หน้าผาก ลำคอ รักแร้ และขาหนีบ
- เช็ดวนย้อนรูขุมขนเพื่อให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังและระบายความร้อนได้ดีขึ้น
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กท้องเสียและอาเจียน
- ห้ามซื้อยาหยุดถ่ายให้เด็กรับประทานเอง เพราะจะทำให้เชื้อโรคและสารพิษค้างอยู่ในลำไส้ ส่งผลให้อาการแย่ลงและเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้
- ห้ามบังคับให้เด็กกินอาหารมื้อใหญ่ในคราวเดียว ควรให้รับประทานอาหารอ่อนย่อยง่ายปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง เช่น ข้าวต้มปลาโจ๊ก หรือกล้วยหอม
- ห้ามละเลยสัญญาณเตือนภาวะขาดน้ำ เพราะอาจทำให้เด็กช็อกและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว
การป้องกันสามารถทำได้โดยการปลูกฝังสุขอนามัยที่ดี ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ดื่มน้ำที่สะอาดและรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ นอกจากนี้ในเด็กเล็กสามารถรับวัคซีนป้องกันโรคท้องเสียจากเชื้อโรตาไวรัสตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ เพื่อลดความรุนแรงของโรคหากได้รับเชื้อในอนาคต