ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความรู้จักกับภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ

ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ (Hypothermia) เป็นภาวะทางการแพทย์ที่ฉุกเฉินและอันตรายมาก เกิดขึ้นเมื่อร่างกายสูญเสียความร้อนเร็วกว่าที่ร่างกายจะสามารถผลิตขึ้นมาทดแทนได้ ทำให้อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายลดลงต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส (95 องศาฟาเรนไฮต์) แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับปัญหาสองจิตสองใจเรื่องไข้สูง แต่ภาวะตัวเย็นเฉียบนี้กลับสร้างความเสียหายต่อระบบอวัยวะภายในอย่างรุนแรง และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวหรือเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก เนื่องจากศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ รวมถึงผู้สูงอายุที่มีการเผาผลาญพลังงานลดลง และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะตัวเย็นเฉียบ

กลไกหลักของร่างกายในการรักษาอุณหภูมิให้คงที่คือการสร้างความร้อนจากการเผาผลาญและการหดตัวของหลอดเลือดเพื่อลดการสูญเสียความร้อน เมื่อต้องเผชิญกับปัจจัยกระตุ้น ร่างกายจะล้มเหลวในการรักษาอุณหภูมิ สาเหตุหลักแบ่งออกเป็น

  • การสัมผัสกับสภาพอากาศหนาวเย็นจัดเป็นเวลานาน หรือการสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่เพียงพอต่อสภาพแวดล้อม
  • การแช่อยู่ในน้ำเย็นจัดเป็นเวลานาน ซึ่งน้ำจะนำพาความร้อนออกจากร่างกายได้เร็วกว่าอากาศหลายเท่า
  • ภาวะช็อก การติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาสลบ ยาระงับประสาท หรือยาต้านซึมเศร้าที่ส่งผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
  • โรคประจำตัวบางประการ เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย (Hypothyroidism) หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

อาการและลำดับขั้นความรุนแรงของโรค

อาการของภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติจะแสดงออกตามระดับความรุนแรงที่ลดลงของอุณหภูมิร่างกาย โดยแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

ระยะเริ่มแรก (Mild Hypothermia)

อุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ประมาณ 32 ถึง 35 องศาเซลเซียส ผู้ป่วยจะมีอาการตัวสั่นอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการสร้างความร้อน ผิวหนังซีดเซียว เย็นเฉียบ มีอาการชาตามมือและเท้า เริ่มรู้สึกสับสน มึนงง และการตัดสินใจช้าลง

ระยะปานกลาง (Moderate Hypothermia)

อุณหภูมิร่างกายลดลงเหลือ 28 ถึง 32 องศาเซลเซียส อาการตัวสั่นจะหยุดลงเนื่องจากกล้ามเนื้อหมดแรงและระบบประสาทเริ่มล้มเหลว ผู้ป่วยจะมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด พูดจาไม่ชัดเจน หายใจช้าลง ชีพจรเต้นช้าและเบามาก สูญเสียการทรงตัวและควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ได้

ระยะรุนแรง (Severe Hypothermia)

อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่า 28 องศาเซลเซียส ถือเป็นภาวะวิกฤตถึงชีวิต ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัวหรือหมดสติ รูม่านตาขยายและไม่ตอบสนองต่อแสง ชีพจรและลมหายใจแผ่วเบาจนแทบจับไม่ได้ หรืออาจเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง (Ventricular Fibrillation)

สัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที: ผู้ป่วยหมดสติ ปลุกไม่ตื่น หายใจช้าผิดปกติหรือหยุดหายใจ ชีพจรเต้นอ่อนมากหรือคลำไม่พบ ผิวหนังเขียวคล้ำหรือเย็นจัดทั่วร่าง และมีอาการชักเกร็ง ซึ่งต้องได้รับการช่วยเหลือและกู้ชีพขั้นสูงในสถานพยาบาลโดยด่วน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะทำการประเมินอาการอย่างเร่งด่วน โดยใช้ปรอทวัดไข้ชนิดพิเศษที่สามารถวัดอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย (Core Body Temperature) ได้แม่นยำ เช่น การวัดทางทวารหนักหรือทางหลอดอาหาร นอกจากนี้ยังมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อประเมินความเสียหายของอวัยวะ ได้แก่ การตรวจเลือดเพื่อดูระดับเกลือแร่ การทำงานของไต และภาวะความเป็นกรดด่างในเลือด รวมถึงการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อเฝ้าระวังภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติต้องทำด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดเย็นจากส่วนปลายไหลกลับสู่หัวใจอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ แนวทางการรักษาประกอบด้วย

  • การย้ายผู้ป่วยออกจากสภาพแวดล้อมที่หนาวเย็นทันที ถอดเสื้อผ้าที่เปียกออก และเช็ดตัวให้แห้งสนิท
  • การให้ความอบอุ่นภายนอกแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น การห่มด้วยผ้าห่มอุ่น การใช้แผ่นให้ความอบอุ่นบริเวณหน้าอก รัก และขาหนีบ
  • การให้สารน้ำอุ่นผ่านทางหลอดเลือดดำ และการให้อิเจนอุ่นที่ผ่านการให้ความชื้น
  • ในรายที่มีภาวะรุนแรงมาก อาจจำเป็นต้องใช้วิธีการล้างเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือการใช้เครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) เพื่ออุ่นเลือดจากภายนอกร่างกาย
คำแนะนำจากคุณหมอเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น: ห้ามถูหรือนวดผิวหนัง แขน หรือขาของผู้ป่วยอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้หลอดเลือดฝอยเสียหายและส่งผลให้เลือดเย็นไหลเข้าสู่หัวใจเร็วเกินไป ห้ามให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้ป่วยเด็ดขาดเนื่องจากจะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสูญเสียความร้อนมากขึ้น หากผู้ป่วยรู้สึกตัวดี สามารถให้จิบน้ำอุ่นหรือเครื่องดื่มอุ่นที่ไม่มีแอลกอฮอล์ได้

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

การให้ความอบอุ่นแก่ผู้ป่วยต้องทำอย่างนุ่มนวลและค่อยเป็นค่อยไป ห้ามใช้ความร้อนสูงจัด เช่น การแช่น้ำร้อนจัดหรือการใช้กระเป๋าน้ำร้อนสัมผัสผิวหนังโดยตรง เพราะอาจทำให้ผิวหนังไหม้พองและเกิดอาการช็อกจากการขยายตัวของหลอดเลือดอย่างกะทันหัน นอกจากนี้ ห้ามละเลยอาการซึมหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติของผู้ป่วยในสภาพอากาศหนาวเย็น เนื่องจากผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤต

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติทำได้โดยการเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่หนาวเย็น สวมใส่เสื้อผ้าหลายชั้นเพื่อกักเก็บความร้อน เลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน รับประทานอาหารที่มีพลังงานเพียงพอเพื่อให้ร่างกายเผาผลาญสร้างความอบอุ่น และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนออกไปในที่อากาศหนาวเย็น นอกจากนี้ควรดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็กและผู้สูงอายุ ไม่ให้เผชิญกับความหนาวเย็นเป็นเวลานานเกินไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down