เช็คให้ชัวร์ก่อนซื้อ: แนวทางการใช้ยา ขนาดยาที่ถูกต้อง และข้อควรระวังสำคัญทางการแพทย์
การใช้ยาในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นยาบรรเทาอาการสามัญประจำบ้าน หรือยาที่ได้รับคำแนะนำจากเภสัชกร ถือเป็นกระบวนการดูแลสุขภาพที่ใกล้ตัวและมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการใช้ยา ขนาดที่เหมาะสม หรือความเข้าใจผิดว่ายาทุกชนิดสามารถหาซื้อมาทานเองได้โดยไม่มีอันตราย อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต บทความฉบับนี้จึงรวบรวมแนวทางการใช้ยาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อให้ผู้อ่านและครอบครัวสามารถดูแลตนเองได้อย่างปลอดภัยสูงสุด
กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและการจำแนกประเภท
ในทางการแพทย์ การจำแนกประเภทยามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
- ยาสสามัญประจำบ้าน: เป็นยาที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา มีความปลอดภัยสูงหากใช้ตามคำแนะนำ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้แพ้ลดน้ำมูก ยาแก้ไอขับเสมหะ
- ยาอันตราย: เป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือจ่ายโดยเภสัชกรเท่านั้น เนื่องจากมีผลข้างเคียงสูงหรือต้องมีการปรับขนาดตามน้ำหนักตัวและโรคประจำตัว เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาลดความดันโลหิต
- ยาควบคุมพิเศษ: เป็นยาที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทหรือมีความเสี่ยงสูงต่อการติดยาและการนำไปใช้ในทางที่ผิด ต้องมีใบสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัย
ความปลอดภัยในการใช้ยาไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของยาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับขนาดยา (Dosage) และความถี่ในการบริหารยาด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีระบบการเผาผลาญยาแตกต่างจากวัยผู้ใหญ่ทั่วไป
หลักการคำนวณขนาดยาในเด็ก
การให้ยาในเด็กไม่อาจกะประมาณด้วยสายตาได้ จำเป็นต้องคำนวณตามน้ำหนักตัว (Weight-based dosing) เป็นหลัก ตัวอย่างที่สำคัญที่สุดคือการใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ซึ่งขนาดยาที่ปลอดภัยคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการไข้ หากคำนวณผิดพลาดอาจทำให้เกิดความเป็นพิษต่อตับ (Hepatotoxicity) ได้
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา
ยาทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นยาแผนปัจจุบันหรือยาสมุนไพรล้วนมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและมีโอกาสเกิดผลข้างเคียง (Side Effects) ได้ทั้งสิ้น ตั้งแต่อาการเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงนอน ผื่นคัน ไปจนถึงอาการรุนแรง เช่น ภาวะแพ้ยารุนแรง (Anaphylaxis) ที่ทำให้หายใจไม่ออก ความดันโลหิตต่ำ และช็อก ผู้ใช้ยาจึงควรสังเกตอาการผิดปกติหลังรับประทานยาอย่างใกล้ชิด
ยาอันตรายที่ห้ามซื้อมาทานเองเด็ดขาด
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการเดินไปร้านขายยาแล้วซื้อยาชุดหรือยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเมื่อมีอาการเจ็บป่วย ซึ่งมีข้อควรระวังที่เด็ดขาดดังนี้
- ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ทานเองเมื่อเป็นหวัด: การติดเชื้อส่วนใหญ่ในทางเดินหายใจส่วนบนเกิดจากไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัส การทานพร่ำเพรื่อจะนำไปสู่ปัญหาเชื้อดื้อยา (Antimicrobial Resistance)
- ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก: ยากลุ่มนี้จะไปยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดออกง่ายและเป็นอันตรายถึงชีวิต
- ห้ามใช้ยาสเตียรอยด์ (Steroids) ซี้ซั้ว: การซื้อยากลุ่มนี้ทานเองเพื่อแก้ปวดหรือแก้อักเสบเรื้อรัง จะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ เกิดแผลในกระเพาะอาหาร และกดการทำงานของต่อมหมวกไต
วิธีปฏิบัติตัวเมื่อต้องซื้อยาและจัดเก็บยา
การเลือกซื้อและการจัดเก็บยาในบ้านมีผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาโดยตรง
- ตรวจสอบฉลากยา วันหมดอายุ และเลขทะเบียนตำรับยาให้ชัดเจนทุกครั้งก่อนซื้อ
- เก็บรักษาไว้ในที่แห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดและความชื้น และเก็บให้พ้นมือเด็กเล็ก
- ไม่ควรเก็บยาที่เหลือจากการรักษาครั้งก่อนไว้ใช้เองในอนาคต โดยเฉพาะยาน้ำหรือยาหยอดตาที่มีอายุการใช้งานสั้นหลังเปิดใช้