ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจ ประจำเดือนขาดกี่วันถึงตรวจปัสสาวะแล้วเจอความจริง

สำหรับผู้หญิงหลายคนที่กำลังรอคอยสมาชิกใหม่ หรือมีความกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อม คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ เมื่อประจำเดือนขาดหายไป ควรตรวจการตั้งครรภ์เมื่อไหร่จึงจะให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด การตรวจปัสสาวะหาการตั้งครรภ์อาศัยหลักการตรวจหาฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าฮอร์โมนเอชซีจี ซึ่งร่างกายจะเริ่มสร้างขึ้นหลังจากตัวอ่อนฝังตัวผนังมดลูก โดยทั่วไปฮอร์โมนนี้จะเริ่มขับออกมาทางปัสสาวะในปริมาณที่ชุดตรวจสามารถจับได้เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาที่ควรจะมาของประจำเดือน หรือประมาณสัปดาห์ที่สองหลังการปฏิสนธิ

ดังนั้น ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ชนิดหยดหรือจุ่มปัสสาวะคือ หลังจากที่ประจำเดือนขาดหายไปประมาณ 10 ถึง 14 วัน หรือนับจากวันที่คาดว่าน่าจะมีการไข่ตกและมีเพศสัมพันธ์ประมาณสองสัปดาห์ หากตรวจเร็วเกินไปในขณะที่ประจำเดือนเพิ่งขาดไปเพียง 1 ถึง 2 วัน ปริมาณฮอร์โมนเอชซีจียังมีระดับต่ำเกินไป อาจทำให้ชุดตรวจแสดงผลเป็นลบปลอม หรือขีดจางมากจนสร้างความสับสนได้ หากผลเป็นลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา แนะนำให้รออีก 3 ถึง 7 วันแล้วทำการตรวจซ้ำในตอนเช้า เนื่องจากปัสสาวะช่วงเช้าตรู่จะมีระดับฮอร์โมนเข้มข้นที่สุด

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและการจัดการเมื่อพบการตั้งครรภ์

เมื่อผลการตรวจปัสสาวะยืนยันการตั้งครรภ์ สิ่งสำคัญคือการดูแลสุขภาพและการใช้ยาอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์ ในกรณีที่ตั้งครรภ์และต้องการดูแลครรภ์ให้สมบูรณ์ แพทย์จะพิจารณาจ่ายกลุ่มยาที่จำเป็น ดังนี้

  • วิตามินโฟลิก (Folic Acid): เป็นวิตามินที่สำคัญอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ขนาดยามาตรฐานคือ 400 ไมโครกรัมต่อวัน เพื่อป้องกันความพิการแต่กำเนิดของระบบประสาทและไขสันหลังของทารก
  • ยากลุ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone): ในกรณีที่มารดามีประวัติแท้ง ภาวะเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ หรือมีความเสี่ยง แพทย์อาจพิจารณาให้ฮอร์โมนเสริมเพื่อช่วยพยุงการตั้งครรภ์
  • ยาลดอาการแพ้ท้อง: เช่น กลุ่มวิตามินบี 6 หรือยาต้านอาเจียนที่แพทย์ประเมินแล้วว่าปลอดภัยต่อทารกในครรภ์
คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาใดๆ ก็ตามในช่วงตั้งครรภ์ระยะแรกถือเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่อวัยวะสำคัญของทารกกำลังสร้างตัว ห้ามซื้อยาตามร้านขายยารับประทานเองเด็ดขาดโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัยในช่วงตั้งครรภ์

การใช้ยาในช่วงตั้งครรภ์ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากยาหลายชนิดสามารถผ่านรกและส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของทารกได้ โดยเฉพาะในกลุ่มยาแก้ปวดลดไข้ ยาปฏิชีวนะ และวิตามินเสริมต่างๆ

  • พาราเซตามอล (Paracetamol): หากมีอาการปวดศีรษะหรือมีไข้ สามารถรับประทานพาราเซตามอลได้ตามขนาดยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ และไม่ควรทานติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไปโดยไม่จำเป็น
  • ธาตุเหล็ก (Iron Supplement): แพทย์จะเริ่มพิจารณาให้รับประทานในช่วงไตรมาสที่สองเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น เพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางในมารดา

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

ในช่วงที่ฮอร์โมนเอชซีจีและฮอร์โมนเพศหญิงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังการปฏิสนธิ ร่างกายจะแสดงอาการต่างๆ ที่เป็นสัญญาณเตือนของการตั้งครรภ์ ซึ่งผู้หญิงควรทำความเข้าใจเพื่อจะได้ไม่ตื่นตระหนก

  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะในช่วงเช้า (Morning Sickness)
  • อาการคัดตึงเต้านมและเต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • รู้สึกอ่อนเพลีย ง่วงนอนตลอดเวลาเนื่องจากร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสร้างรก
  • อารมณ์แปรปรวนจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้นเนื่องจากมดลูกเริ่มขยายตัวไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาดระหว่างตั้งครรภ์

มีกลุ่มยาอันตรายหลายประเภทที่ห้ามซื้อรับประทานเองเด็ดขาดหากทราบว่าตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าตนเองอาจจะตั้งครรภ์ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้ทารกพิการ อวัยวะไม่พัฒนา หรือเกิดภาวะแท้งบุตร

  • ยากลุ่มเอ็นเซดส์ (NSAIDs): เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) แอสไพริน (Aspirin) นาพรอกเซน (Naproxen) ยาเหล่านี้ห้ามใช้เด็ดขาดในไตรมาสที่สามเพราะอาจทำให้เส้นเลือดหัวใจของทารกปิดก่อนกำหนดและทำให้ตกเลือดหลังคลอด
  • ยากลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids): ยารักษาสิวทั้งชนิดรับประทานและชนิดทาภายนอกที่มีส่วนผสมของวิตามินเอขนาดสูง มีฤทธิ์ทำให้ทารกพิการอย่างรุนแรง
  • ยาปฏิชีวนะบางชนิด: เช่น เตไซคลิน (Tetracycline) และฟลูออโรควิโนโลเนส (Fluoroquinolones) ซึ่งมีผลต่อกระดูกและฟันของทารก
  • ยาสมุนไพรและยาขับประจำเดือน: ยาจีน ยาไทย หรือสมุนไพรโบราณที่มีสรรพคุณขับเลือดหรือขับประจำเดือน ห้ามรับประทานเด็ดขาดหากตั้งครรภ์เพราะเสี่ยงต่อการแท้งบุตรและตกเลือดเป็นอันตรายถึงชีวิต
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากท่านมีโรคประจำตัวและต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง เช่น ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคเบาหวาน หรือยากลุ่มจิตเวช ห้ามหยุดยาเองทันทีเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ แต่ต้องรีบนำยาไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับเปลี่ยนชนิดของยาให้มีความปลอดภัยต่อทารกในครรภ์มากที่สุด

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ในกรณีที่ตรวจพบการตั้งครรภ์แล้ว หากมีอาการผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้น ถือเป็นภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์ที่ต้องรีบเดินทางไปโรงพยาบาลทันที

  • มีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงข้างใดข้างหนึ่ง ร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของท้องนอกมดลูก
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดปริมาณมาก คล้ายประจำเดือนหรือมากกว่า ร่วมกับมีลิ่มเลือดหลุดออกมา
  • มีไข้สูงหนาวสั่น คอแข็ง หรือมีอาการปวดแสบเวลาปัสสาวะร่วมด้วย
  • มีอาการบวมตามใบหน้า มือ และเท้าอย่างรวดเร็ว ร่วมกับมีอาการปวดศีรษะรุนแรงหรือตาพร่ามัว

การดูแลสุขภาพและการปฏิบัติตนเมื่อตั้งครรภ์

การดูแลสุขภาพครรภ์ในระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญมาก นอกจากการรับประทานยาและวิตามินตามที่แพทย์สั่งแล้ว ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม ดังนี้

  • การรับประทานอาหาร: เน้นทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ สะอาด ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารดิบ อาหารหมักดอง และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมถึงงดการสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด
  • การพักผ่อน: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน หลีกเลี่ยงความเครียด
  • การออกกำลังกาย: สามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้ เช่น โยคะคนท้องหรือการเดินช้าๆ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
  • การฝากครรภ์: เมื่อตรวจพบการตั้งครรภ์และแน่ใจแล้ว ควรรีบไปฝากครรภ์กับสูตินรีแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการตรวจเลือดคัดกรองโรคและอัลตราซาวด์ดูอายุครรภ์ที่แน่นอน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down