ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เจาะลึกโรคเป็นงูสวัดที่หน้าลามถึงหน้าผากและแก้ม: ภัยเงียบจากเชื้อไวรัสที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

การเป็นงูสวัดที่หน้าลามถึงหน้าผากและแก้มถือเป็นภาวะทางการแพทย์ที่ต้องให้ความสำคัญและดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบริเวณใบหน้าเป็นจุดที่มีเส้นประสาทสมองสำคัญมาเลี้ยง โดยเฉพาะเส้นประสาทสมองคู่ที่ห้าและคู่ที่เจ็ด การเกิดโรคในบริเวณนี้จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะลุกลามไปยังดวงตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการมองเห็นได้อย่างถาวร โรคนี้เกิดจากการ reactivation หรือการกลับมาทำงานซ้ำของเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส (Chickenpox) โดยหลังจากที่ผู้ป่วยหายจากโรคอีสุกอีใสในวัยเด็ก เชื้อไวรัสนี้จะไม่ได้ถูกกำจัดออกจากร่างกายทั้งหมด แต่จะเดินทางไปหลบซ่อนตัวอยู่ตามปมประสาทไขสันหลังและปมประสาทสมองในสภาพสงบนิ่งเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งเมื่อภูมิคุ้มกันในร่างกายลดต่ำลง ไม่ว่าจะเป็นจากความเครียด ความเหนื่อยล้า อายุที่มากขึ้น หรือโรคประจำตัว เชื้อไวรัสจึงตื่นตัวขึ้นและเดินทางตามเส้นประสาทมาแสดงอาการที่ผิวหนังในรูปแบบของผื่นตุ่มน้ำใสที่มีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรง

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคเมื่อเชื้อไวรัสลุกลามสู่ใบหน้า

กลไกการเกิดโรคเริ่มต้นจากการที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง ทำให้เชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ที่แฝงตัวอยู่สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและเดินทางผ่านเส้นประสาทรับความรู้สึก (Sensory Nerve) ออกมาสู่ผิวหนังบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นงูสวัดที่หน้าลามถึงหน้าผากและแก้ม เชื้อไวืสจะเกาะกลุ่มไปตามแขนงของเส้นประสาทไตรเจมินัล (Trigeminal Nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่รับความรู้สึกบริเวณใบหน้า หนังศีรษะ หน้าผาก และแก้ม ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเส้นประสาทนี้เองที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดแปลบ ปวดแสบปวดร้อน หรือมีอาการเสียวแปลบใต้ผิวหนังก่อนที่จะปรากฏรอยผื่นแดงและตุ่มน้ำใสขึ้นตามแนวเส้นประสาทอย่างชัดเจน

อาการแสดงสำคัญและการดำเนินของโรคในแต่ละระยะ

การดำเนินของโรคจะแบ่งออกเป็นสามระยะหลัก โดยผู้ป่วยมักจะสังเกตอาการได้ดังนี้

  • ระยะก่อนเกิดผื่น (Prodromal Phase): ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน ปวดแปลบ หรือชาบริเวณผิวหนังที่หน้าผากและแก้มข้างใดข้างหนึ่ง บางรายอาจมีอาการคันร่วมด้วย ร่วมกับอาการไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตามตัว และอ่อนเพลีย ซึ่งอาการปวดนี้อาจเข้าใจผิดว่าเป็นอาการปวดไมเกรนหรือปวดกล้ามเนื้อทั่วไป
  • ระยะกำเริบของผื่นและตุ่มน้ำ (Acute Eruptive Phase): หลังจากมีอาการปวดได้สองถึงสามวัน จะเริ่มมีผื่นสีแดงขึ้นบริเวณหน้าผากลามลงมาที่แก้มตามแนวเส้นประสาท และจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสกลุ่มเล็กๆ ภายในเวลาอันรวดเร็ว ตุ่มน้ำเหล่านี้จะพองตัวและอาจมีหนองอยู่ภายใน ก่อนที่จะแตกออกและตกสะเก็ดแห้งไปในที่สุด ระยะนี้จะมีอาการปวดค่อนข้างรุนแรงและทรมาน
  • ระยะฟื้นตัวและอาการปวดปลายประสาท (Convalescent and Post-Herpetic Neuralgia Phase): แผลสะเก็ดจะค่อยๆ หลุดร่วงภายในสองถึงสามสัปดาห์ เหลือเพียงรอยดำหรือรอยแผลเป็นจางๆ อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อาจมีอาการปวดปลายประสาทหลงเหลืออยู่เป็นเวลานานหลายเดือนหรือเป็นปีแม้ว่าผิวหนังจะหายเป็นปกติแล้วก็ตาม
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบตุ่มน้ำใสของงูสวัดขึ้นที่บริเวณปลายจมูกหรือใกล้ดวงตา ร่วมกับการเป็นงูสวัดที่หน้าลามถึงหน้าผากและแก้ม ถือเป็นสัญญาณอันตรายขั้นวิกฤตที่ต้องพบแพทย์จักษุแพทย์และแพทย์ผิวหนังทันที เนื่องจากเชื้ออาจลุกลามเข้าสู่กระจกตา ทำให้เกิดแผลที่กระจกตา ม่านตากลมอักเสบ ต้อหิน หรือสูญเสียการมองเห็นได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ผู้ป่วยที่มีอาการงูสวัดบริเวณใบหน้าควรสังเกตอาการรอบด้านอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ต้องรีบเข้ารับการรักษาจากแพทย์โดยด่วน ห้ามปล่อยไว้เด็ดขาด

  • มีผื่นหรือตุ่มน้ำลุกลามเข้าใกล้ดวงตา เปลือกตา หรือบริเวณปลายจมูก
  • อาการปวดแสบปวดร้อนรุนแรงมากจนไม่สามารถนอนหลับหรือใช้ชีวิตประจำวันได้
  • มีไข้สูงหนาวสั่นร่วมกับอาการซึม หรือมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าข้างที่เกิดโรค
  • แผลที่ผิวหนังมีอาการบวมแดงร้อน มีหนองไหล ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคเป็นงูสวัดที่หน้าลามถึงหน้าผากและแก้มต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วภายในเจ็ดสัปดาห์แรกหรือช่วงที่เริ่มมีผื่นขึ้น เพื่อลดความรุนแรงและป้องกันภาวะแทรกซ้อน

  • การใช้ยาต้านไวรัส (Antiviral Medications): แพทย์จะพิจารณาให้รับประทานยาต้านไวรัส เช่น อาซิโคลเวียร์ (Acyclovir), วาลาซิโคลเวียร์ (Valacyclovir) หรือแฟมซิโคลเวียร์ (Famciclovir) เพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส ลดระยะเวลาการเกิดผื่นใหม่ และลดความเสี่ยงของการเกิดอาการปวดปลายประสาทเรื้อรัง
  • การรักษาตามอาการ: ให้ยาแก้ปวดตามความรุนแรงของอาการ เช่น ยาพาราเซตามอล หรือยากลุ่มบรรเทาอาการปวดปลายประสาท รวมถึงการใช้ยาทาเฉพาะที่ตามแพทย์สั่ง
  • การดูแลรักษาแผลที่ผิวหนัง: รักษาความสะอาดบริเวณแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซที่สะอาดและแห้ง ห้ามเจาะหรือแกะตุ่มน้ำใสเด็ดขาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
คำแนะนำจากคุณหมอ: การพบแพทย์เพื่อรับยาต้านไวรัสภายในเจ็ดสัปดาห์แรกนับตั้งแต่เริ่มมีผื่นขึ้น เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางสายตาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลแผล

การดูแลตัวเองระหว่างที่เป็นงูสวัดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการหายของโรค ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงดังต่อไปนี้

  • ห้ามใช้มือแกะ เกา หรือเจาะตุ่มน้ำใสโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้แผลลุกลามและเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนจนกลายเป็นแผลเป็นนูน
  • ห้ามใช้สมุนไพรพื้นบ้าน ยาพื้นล่าง ยาลูกกลอน หรือน้ำยาเคมีมาประคบหรือทาลงบนแผลเปิดโดยตรง เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอาการแพ้รุนแรงและติดเชื้อลุกลาม
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นสิด (NSAIDs) ติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของกระเพาะอาหารและไต

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีจึงเป็นเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด (Shingles Vaccine) ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนชนิด recombinant vaccine ที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโรคและลดอาการปวดปลายประสาทเรื้อรังในผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down