ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ฝีคัณทะสูตรในหญิงตั้งครรภ์: อันตรายไหมและมีวิธีรักษายังไงให้ปลอดภัยต่อลูกในท้อง

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของผู้หญิงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งในด้านระบบฮอร์โมน ระบบไหลเวียนโลหิต และกายวิภาคของร่างกาย เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็อาจนำมา 1 ซึ่งปัญหาสุขภาพที่ไม่คาดคิด หนึ่งในโรคทางศัลยกรรมที่สร้างความเจ็บปวดและกังวลใจให้คุณแม่ตั้งครรภ์เป็นอย่างมากคือ โรคฝีคัณทะสูตร (Anal Fistula) ซึ่งมักมีจุดเริ่มต้นมาจากอาการฝีที่บริเวณทวารหนัก (Anal Abscess) บทความนี้จะพาท่านไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ ความรุนแรง และแนวทางการรักษาที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ตามหลักการแพทย์เฉพาะทาง

ทำความเข้าใจโรคฝีคัณทะสูตรและสาเหตุการเกิดในคนท้อง

ฝีคัณทะสูตร (Anal Fistula) คือ ภาวะที่มีทางเชื่อมผิดปกติระหว่างช่องทางด้านในของทวารหนักหรือลำไส้ตรง กับผิวหนังบริเวณรอบปากทวารหนัก มักมีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อของต่อมไขมันหรือต่อมเมือกที่อยู่ภายในทวารหนัก จนทำให้เกิดการอักเสบ บวม และกลายเป็นหนองสะสมกลายเป็นฝีที่ทวารหนัก (Anal Abscess) เมื่อฝีดังกล่าวแตกออกหรือได้รับการระบายหนองออกไปแล้ว แต่โพรงฝีด้านในไม่ยอมปิดสนิท จึงกลายเป็นท่อหรือทางเดินเรื้อรังที่เรียกว่า ฝีคัณทะสูตร

ในหญิงตั้งครรภ์ ความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้หรืออาการกำเริบจะมีมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากปัจจัยทางสรีรวิทยาหลายประการ ได้แก่:

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่หลั่งออกมาในช่วงตั้งครรภ์จะทำให้การทำงานของระบบทางเดินอาหารช้าลง ส่งผลให้เกิดอาการท้องผูก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดแรงเบ่งและแรงกดดันบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • แรงกดจากมดลูกที่ขยายใหญ่: เมื่อครรภ์มีอายุครรภ์มากขึ้น มดลูกจะมีขนาดใหญ่และไปกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ในช่องท้อง รวมถึงหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนัก ทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก เกิดภาวะคั่งของเลือด บวม และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
  • ภาวะท้องผูกเรื้อรัง: การขับถ่ายที่ต้องใช้แรงเบ่งมากๆ อาจทำให้เยื่อบุทวารหนักเกิดแผลฉีกขาด และเปิดทางให้แบคทีเรียจากอุจจาระเข้าไปฝังตัวในต่อมไขมันรอบทวารหนักจนเกิดเป็นฝี

อาการและสัญญาณเตือนของฝีคัณทะสูตรในหญิงตั้งครรภ์

อาการเริ่มต้นของคุณแม่อาจเริ่มจากความรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ บริเวณทวารหนัก คล้ายอาการของริดสีดวงทวาร แต่จะมีอาการอักเสบที่รุนแรงกว่า โดยอาการเด่นชัดของฝีคัณทะสูตรประกอบด้วย:

  • มีตุ่มหนองหรือรอยนูนบวมแดงบริเวณรอบปากทวารหนัก ซึ่งอาจมีอาการปวดตุบๆ ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลานั่ง เดิน หรือเวลาไอและจาม
  • มีน้ำหนอง น้ำเหลือง หรือมีเลือดปนหนองไหลซึมออกมาเปื้อนกางเกงในอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์และระคายเคืองผิวหนังรอบทวารหนัก
  • มีไข้หนสั่น อ่อนเพลีย หรือรู้สึกไม่สบายตัว ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย
  • อาการปวดจะทุเลาลงชั่วคราวเมื่อหนองแตกออก แต่จะกลับมาปวดบวมซ้ำอีกเมื่อทางเชื่อมเริ่มตันและมีหนองสะสมใหม่
สัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องพบแพทย์ทันที: หากคุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการไข้สูงหนาสั่นร่วมกับอาการปวดบวมแดงร้อนบริเวณทวารหนักอย่างรุนแรง จนไม่สามารถนั่งหรือเดินได้ หรือมีอาการซึม อ่อนเพลียมาก ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะการติดเชื้ออาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิตของแม่และทารกในครรภ์

ฝีคัณทะสูตรในหญิงตั้งครรภ์อันตรายไหม ส่งผลต่อลูกในท้องหรือไม่

คำถามที่คุณแม่กังวลมากที่สุดคือ โรคนี้จะอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์หรือไม่ ในทางการแพทย์ ฝีคัณทะสูตรโดยตรงไม่ได้เข้าไปอยู่ในมดลูกและไม่ได้สัมผัสกับตัวทารกโดยตรง อย่างไรก็ตาม ภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อรุนแรงถือเป็นภัยเงียบที่อันตรายมาก หากปล่อยให้มีการติดเชื้อลุกลามจนเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ร่างกายจะเกิดการตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำ เลือดไปเลี้ยงรกไม่เพียงพอ นำไปสู่ภาวะคลอดก่อนกำหนด หรือทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ได้ ดังนั้น การปล่อยให้อาการเรื้อรังโดยไม่รักษาจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ ศัลยแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดและตรวจร่างกายบริเวณทวารหนักอย่างระมัดระวัง โดยแพทย์จะพิจารณาความปลอดภัยของทารกในครรภ์เป็นสำคัญ การวินิจฉัยมักประกอบด้วย:

  • การตรวจร่างกายภายนอก เพื่อดูตำแหน่งของรูเปิด ตุ่มหนอง อาการบวมแดง และลักษณะของสิ่งคัดหลั่ง
  • การตรวจภายในหรือการใช้นิ้วคลำตรวจทางทวารหนัก (Digital Rectal Examination) อย่างนุ่มนวลเพื่อประเมินความลึกและทิศทางของทางเชื่อม
  • การอัลตราซาวนด์บริเวณทวารหนัก (Endoanal Ultrasound) ในบางกรณีที่จำเป็น เพื่อดูแนวทางของฝีคัณทะสูตรโดยไม่ต้องใช้รังสีเอกซเรย์ ซึ่งปลอดภัยต่อทารกในครรภ์

วิธีดูแลรักษาและการผ่าตัดที่ปลอดภัยต่อลูกในท้อง

การรักษาฝีคัณทะสูตรในหญิงตั้งครรภ์มีความท้าทายสูง เนื่องจากแพทย์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทารกและการใช้ยาชาหรือยาสลบ แนวทางการรักษาจึงแบ่งตามความรุนแรงและอายุครรภ์:

  • การรักษาด้วยยาและการประคับประคองในระยะตั้งครรภ์อ่อนๆ: หากยังเป็นฝีระยะเริ่มต้นและอาการไม่รุนแรงมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะที่ปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ ร่วมกับการทำความสะอาดแผล การแช่น้ำอุ่น (Sitz Bath) เพื่อลดอาการบวมและปวด และการให้ยาแก้ปวดที่เหมาะสม
  • การผ่าตัดระบายหนอง (Incision and Drainage): หากมีการสะสมของหนองและมีอาการปวดรุนแรง แพทย์จำเป็นต้องทำการผ่าตัดเล็กเพื่อเจาะระบายหนองออก ซึ่งสามารถทำได้ภายใต้การใช้ยาชาเฉพาะที่ โดยมีความปลอดภัยสูงต่อทารกในครรภ์
  • การผ่าตัดรักษาฝีคัณทะสูตรแบบถาวร: สำหรับการผ่าตัดเพื่อปิดทางเชื่อมของฝีคัณทะสูตรอย่างถาวร หากไม่ใชกรณีฉุกเฉิน ศัลยแพทย์มักจะแนะนำให้รอจนกระทั่งคลอดบุตรและร่างกายคุณแม่เข้าสู่ภาวะปกติเสียก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการใช้ยาสลบและการผ่าตัดใหญ่ในช่วงตั้งครรภ์ เว้นแต่ในกรณีที่การติดเชื้อรุนแรงมากจนเป็นอันตรายต่อชีวิต แพทย์จึงจะพิจารณาผ่าตัดด้วยความระมัดระวังสูงสุด
คำแนะนำจากคุณหมอ: การแช่น้ำอุ่น (Sitz Bath) วันละสามถึงสี่ครั้ง ครั้งละสิบถึงสิบห้าหนาที เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ และช่วยให้แผลระบายหนองได้ดีขึ้น ควรทำความสะอาดและซับให้แห้งสนิททุกครั้งหลังขับถ่าย

การป้องกันและการดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยง

การป้องกันการเกิดฝีคัณทะสูตรที่ดีที่สุดในหญิงตั้งครรภ์คือ การป้องกันไม่ให้เกิดอาการท้องผูกและการติดเชื้อบริเวณทวารหนัก โดยมีแนวทางปฏิบัติ, ดังนี้:

  • รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อช่วยให้อุจจาระนิ่มและขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน อย่างน้อยแปดถึงสิบแก้ว เพื่อป้องกันภาวะท้องผูกและช่วยระบบไหลเวียนโลหิต
  • หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ ควรลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อลดแรงกดดันบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • รักษาความสะอาดบริเวณทวารหนักอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการใช้กระดาษชำระที่แข็งถูแรงๆ และควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด พร้อมเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังขับถ่าย
  • ไม่อั้นอุจจาระเมื่อรู้สึกปวด เพื่อป้องกันอุจจาระตกค้างและแข็งตัว

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

  • สังเกตอาการปวดบวมแดง หรือมีตุ่มหนองซึมบริเวณทวารหนักอย่างสม่ำเสมอ
  • หากมีไข้ ปวดรุนแรง หรือมีหนองไหล ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะทานเองเด็ดขาด ให้รีบไปพบสูตินรีแพทย์และศัลยแพทย์ทันที
  • ดูแลสุขภาพลำไส้ ป้องกันอาการท้องผูกด้วยการทานอาหารกากใยสูงและดื่มน้ำมากๆ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และไปตรวจครรภ์ตามนัดทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down