ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจอาการลูกหายใจเร็วซี่โครงบานและสัญญาณเตือนอันตราย

อาการหายใจเร็วและมีซี่โครงบาน (Chest Retraction or Subcostal Recession) ในเด็กเล็กและทารกถือเป็นสัญญาณเตือนทางการแพทย์ที่สำคัญมากว่าระบบทางเดินหายใจของเด็กกำลังทำงานหนักผิดปกติ ทารกและเด็กเล็กมีความยืดหยุ่นของผนังทรวงอกสูงและกล้ามเนื้อช่วยหายใจยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่อเกิดภาวะทางเดินหายใจส่วนล่างตีบตัน ปอดอักเสบ หรือมีการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย เด็กจะต้องใช้กล้ามเนื้อบริเวณซี่โครงและหน้าอกช่วยในการดึงอากาศเข้าสู่ปอด ส่งผลให้เห็นซี่โครงบุ๋มหรือซี่โครงบานชัดเจนเวลาหายใจ ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะพร่องออกซิเจนและหัวใจล้มเหลวได้

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการหายใจเร็วและซี่โครงบาน

ภาวะหายใจเร็วซี่โครงบานไม่ได้เป็นโรคในตัวเอง แต่เป็นอาการแสดงของโรคในระบบทางเดินหายใจหลายชนิด สาเหตุที่พบบ่อยในเด็ก ได้แก่ การติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจเฉียบพลัน เช่น เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus - RSV) โรคหลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis) โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) โรคหอบหืดกำเริบ (Asthma Exacerbation) หรือภาวะกล่องเสียงและหลอดลมบวมอักเสบ (Croup) กลไกของร่างกายเกิดขึ้นเมื่อทางเดินหายใจแคบลงจากเสมหะหรือการบวมอักเสบ ร่างกายจึงต้องหายใจเร็วและแรงขึ้นเพื่อชดเชยปริมาณออกซิเจนที่ลดลง ทำให้กล้ามเนื้อระหว่างซี่โครงต้องทำงานหนักจนเกิดอาการซี่โครงบานตามมา

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและการจัดการตามหลักการแพทย์

การใช้ยาเพื่อรักษาอาการหายใจเร็วและซี่โครงบานต้องอยู่ภายใต้การดูแลของกุมารแพทย์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากต้องรักษาที่สาเหตุหลัก ไม่ใช่เพียงแค่ลดอาการ โดยกลุ่มยาที่แพทย์มักพิจารณาใช้ตามความเหมาะสมของโรคมีดังนี้

  • ยาขยายหลอดลม (Bronchodilators): เช่น ยาซาลบิวทามอล (Salbutamol) ในรูปแบบพ่นหรือพ่นผ่านเครื่องละอองยา ใช้ในเด็กที่มีอาการหลอดลมเกร็งตัวแคบ เช่น โรคหอบหืดหรือหลอดลมฝอยอักเสบ
  • ยาสตอรอยด์ลดการอักเสบ (Corticosteroids): ทั้งแบบรับประทานหรือแบบฉีด ใช้เพื่อลดอาการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจในหลอดลมหรือกล่องเสียง
  • ยาละลายเสมหะและขับเสมหะ: ช่วยให้เสมหะที่มีความเหนียวข้นขับออกมาได้ง่ายขึ้น แต่ต้องระวังการใช้ยาแก้ไอระงับอาการไอในเด็กเล็กเพราะอาจทำให้เสมหะคั่งค้าง
  • ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): จะใช้ก็ต่อเมื่อแพทย์วินิจฉัยแน่ชัดแล้วว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบจากแบคทีเรีย หูน้ำหนวก หรือต่อมทอนซิลอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามหาซื้อยาขยายหลอดลมหรือยาสตอรอยด์มาให้เด็กใช้เองโดยเด็ดขาด เนื่องจากขนาดยาที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ใจสั่น หรือเกิดผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดได้

ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัยตามน้ำหนักตัว

การให้ยาในเด็กมีความละเอียดอ่อนสูงมาก เพราะต้องคำนวณตามน้ำหนักตัว (มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวกิโลกรัม) เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา

  • ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): สำหรับลดไข้และบรรเทาอาการปวด ขนาดยาที่ถูกต้องคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการไข้ ห้ามให้เกินขนาดและต้องเว้นระยะห่างให้ถูกต้อง
  • ยาพ่นขยายหลอดลม: ต้องพ่นตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยใช้อุปกรณ์ร่วมกับกระบอกพ่นยา (Spacer) ที่เหมาะสมตามช่วงวัยของเด็ก เพื่อให้ตัวยาเข้าสู่หลอดลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา

ผู้ปกครองควรสังเกตอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเด็กได้รับยา หากพบอาการผิดปกติควรแจ้งแพทย์ทันที

  • ยาพ่นขยายหลอดลมอาจทำให้เด็กมีอาการใจสั่น มือสั่น กระวนกระวาย หรือนอนไม่หลับชั่วคราว
  • การใช้ยาสตอรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและระดับน้ำตาลในเลือด
  • การใช้ยาพาราเซตามอลเกินขนาดอาจทำให้เกิดพิษต่อตับอย่างรุนแรง

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาดในเด็กที่มีอาการหายใจเร็ว

ข้อควรระวังทางการแพทย์: มีกลุ่มยาหลายชนิดที่ห้ามซื้อให้เด็กกินเองเด็ดขาดเมื่อมีอาการไข้ร่วมกับหายใจเร็วซี่โครงบาน ได้แก่
  • ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) และยาแอสไพริน (Aspirin): ห้ามใช้ในเด็กที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออกหรือโรคไข้หวัดใหญ่ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติและกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • ยาแก้ไอระงับอาการไอ (Antussives): ห้ามใช้ในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 2 ปี เพราะจะทำให้ร่างกายไม่สามารถขับเสมหะออกมาได้ ส่งผลให้ทางเดินหายใจอุดตันและอาการหายใจเร็วแย่ลง
  • ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ): ห้ามซื้อกินเองเมื่อเด็กป่วยเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่หรืออาร์เอสวี เพราะยาปฏิชีวนะไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ การใช้พร่ำเพรื่อจะทำให้เกิดเชื้อดื้อยา

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

หากเด็กมีอาการหายใจเร็วซี่โครงบานร่วมกับอาการเหล่านี้ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  • ริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้า หรือเล็บมีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึ่งแสดงถึงภาวะขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง
  • เด็กซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่มีปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง
  • มีเสียงหายใจผิดปกติ เช่น เสียงหวีด (Wheezing) หรือเสียงครอดแคลดรุนแรง
  • หน้าอกบุ๋มลึกมาก หายใจแรงจนศีรษะโยกตามจังหวะการหายใจ

การดูแลเบื้องต้นและการป้องกันระยะยาว

การดูแลเด็กที่บ้านระหว่างรอพบแพทย์หรือในช่วงพักฟื้น ควรให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ จิบบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยจัดท่าให้เด็กอยู่ในท่านั่งหรือนอนศีรษะสูงเพื่อช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น สำหรับการป้องกันระยะยาว ควรสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด และพาเด็กมารับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันตามกำหนดของกุมารแพทย์ เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันโรคอาร์เอสวี

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down