ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความดันโลหิตสูงทำให้มึนหัวจริงหรือ ไขข้อข้องใจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

อาการมึนศีรษะ วิงเวียนศีรษะ หรือรู้สึกโคลงเคลง เป็นหนึ่งในอาการทางกายที่ผู้ป่วยมักพบเจอได้บ่อย และคำถามที่แพทย์มักได้รับจากผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงอยู่เสมอคือ อาการมึนหัวนั้นเกิดจากความดันโลหิตสูงจริงหรือไม่ ในทางการแพทย์ ความดันโลหิตสูงมักถูกเรียกว่า ฆาตกรเงียบ (Silent Killer) เนื่องจากในระยะเริ่มต้นผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ เลย อย่างไรก็ตาม เมื่อระดับความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน หรืออยู่ในภาวะวิกฤต (Hypertensive Crisis) ระบบการไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงสมองอาจเกิดความแปรปรวน ส่งผลให้เกิดอาการมึนศีรษะ ปวดศีรษะตุบๆ บริเวณท้ายทอย ตาพร่ามัว หรือรู้สึกบ้านหมุนได้จริง

แม้ว่าอาการมึนหัวอาจไม่ได้เกิดจากความดันโลหิตสูงเสมอไป แต่อาจมีสาเหตุมาจากโรคของหูชั้นใน น้ำในหูไม่เท่ากัน ภาวะเครียด หรือระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรังจำเป็นต้องสังเกตอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าหลอดเลือดสมองเริ่มทำงานหนักเกินไป การทำความเข้าใจกลไกของโรคและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเฉพาะการควบคุมโภชนาการทางการแพทย์ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องหลอดเลือดและฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้กลับมาสมดุลได้อย่างยั่งยืน

กลไกการเกิดโรคและความเชื่อมโยงระหว่างความดันโลหิตสูงกับอาการมึนหัว

เพื่อความเข้าใจที่ถ่องแท้ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าความดันโลหิตคือแรงดันของกระแสเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือดแดง ซึ่งเกิดจากการบีบตัวของหัวใจ เมื่อร่างกายมีภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension) หัวใจจะต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือด และผนังหลอดเลือดจะเริ่มมีความหนาตัวและสูญเสียความยืดหยุ่น

ผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตในสมอง

สมองเป็นอวัยวะที่ต้องการออกซิเจนและสารอาหารจากเลือดอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ร่างกายมีระบบอัตโนมัติในการควบคุมการไหลเวียนของเลือดในสมอง (Cerebral Autoregulation) เพื่อให้สมองได้รับเลือดในปริมาณที่เหมาะสมไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบทใด แต่เมื่อความดันโลหิตสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานเป็นเวลานาน กลไกการปรับตัวนี้อาจเริ่มทำงานผิดพลาด ส่งผลให้แรงดันเลือดที่ไปเลี้ยงสมองมีความผันผวน บางจังหวะอาจเกิดภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอชั่วขณะ หรือในทางตรงกันข้าม แรงดันที่สูงเกินไปอาจทำให้เส้นเลือดฝอยในสมองเกิดการตึงตัวและขยายตัวผิดปกติ ซึ่งทั้งสองกรณีนี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกมึนหัว วิงเวียน หรือรู้สึกไม่สบายศีรษะ

กลุ่มเสี่ยงและปัจจัยกระตุ้นที่ควรระวัง

โรคความดันโลหิตสูงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่สามารถพบได้ในทุกช่วงวัย โดยมีปัจจัยเสี่ยงและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ดังนี้

  • ผู้สูงอายุ ตั้งแต่วัย 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีความเสื่อมตามธรรมชาติของผนังหลอดเลือด
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวสายตรงป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคหัวใจ
  • ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ซึ่งทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือด
  • ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารรสจัด เค็มจัด อาหารแปรรูป และอาหารที่มีโซเดียมสูง
  • ผู้ที่มีความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ และขาดการออกกำลังกาย
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง และโรคไตเรื้อรัง

อาการเตือนและสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

อาการมึนหัวจากความดันโลหิตสูงอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ผู้ป่วยและคนใกล้ชิดควรสังเกตสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่บ่งบอกถึงภาวะฉุกเฉินทางสมองและหัวใจ หากพบอาการเหล่านี้ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

  • อาการปวดศีรษะรุนแรงอย่างเฉียบพลันและไม่เคยเป็นมาก่อน
  • อาการมึนหัวร่วมกับบ้านหมุนอย่างรุนแรงจนทรงตัวไม่ได้
  • มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า แขน หรือขา ข้างใดข้างหนึ่งอย่างฉับพลัน
  • พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือไม่เข้าใจคำพูดของผู้อื่น
  • ตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือสูญเสียการมองเห็นชั่วขณะ
  • มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย ใจสั่น หรือเหงื่อแตกท่วมตัว
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต (Hypertensive Emergency) ที่มีค่าความดันโลหิตสูงกว่า 180 ส่วน 120 มิลลิเมตรปรอท ร่วมกับอาการทางระบบประสาท ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางทันทีเพื่อป้องกันภาวะหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตัน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการมึนหัวและความดันโลหิตสูง แพทย์จะมีกระบวนการวินิจฉัยที่ละเอียดรอบคอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด เกี่ยวกับระยะเวลาของอาการ ระดับความดันโลหิตเดิม ประวัติการใช้ยา และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
  • การตรวจร่างกายทั่วไป รวมถึงการวัดความดันโลหิตซ้ำในท่านั่ง ท่านอน และท่ายืน เพื่อดูความผิดปกติของความดันโลหิตตามอิริยาบถ
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ เพื่อประเมินระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด การทำงานของไต และความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram - EKG) เพื่อประเมินการทำงานของหัวใจและภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว
  • การตรวจอื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ เช่น การเอกซเรย์ปอด การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดแดงที่คอ หรือการตรวจทางระบบประสาทเพิ่มเติม

โภชนาการทางการแพทย์ที่เหมาะสมสำหรับการฟื้นฟูร่างกาย

การปรับเปลี่ยนโภชนาการถือเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดในการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง อาหารที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยลดความดันโลหิต แต่ยังช่วยลดการอักเสบในร่างกายและบำรุงสุขภาพหลอดเลือดให้แข็งแรง

หลักการโภชนาการแดช (DASH Diet)

อาหารแดช (Dietary Approaches to Stop Hypertension) เป็นรูปแบบการรับโภชนาการที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ทั่วโลกในการช่วยลดความดันโลหิต โดยเน้นการรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียมสูง ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยในการขยายหลอดเลือดและขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย

อาหารที่ควรรับประทานเพื่อฟื้นฟูเร็ว

  • ผักใบเขียวและผลไม้สดหลากหลายสี เช่น กล้วย ส้ม มะเขือเทศ อะโวคาโด และบล็อคโคลี่ ซึ่งอุดมไปด้วยโพแทสเซียม
  • ธัญพืชไม่ขัดสี ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต และข้าวโอ๊ต ที่มีใยอาหารสูงช่วยควบคุมระดับไขมันและน้ำตาล
  • โปรตีนไขมันต่ำ เช่น ปลาเนื้อขาว ปลาแซลมอนที่มีกรดไขมันโอเมก้าสาม เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และถั่วต่างๆ
  • ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำหรือนมพร่องมันเนยที่มีปริมาณแคลเซียมสูง

อาหารแสลงและอาหารระคายเคืองที่ควรเลี่ยงเด็ดขาด

การควบคุมความดันโลหิตจะไม่ประสบผลสำเร็จเลยหากผู้ป่วยยังคงรับประทานอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นให้อาการแย่ลง มีอาหารและกลุ่มสารอาหารที่แพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยงอย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • อาหารที่มีโซเดียมสูง ทั้งเกลือ น้ำปลา ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารหมักดอง และอาหารแปรรูปต่างๆ โซเดียมส่วนเกินจะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำและเพิ่มแรงดันในหลอดเลือด
  • อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงและไขมันทรานส์ เช่น อาหารทอด น้ำมันปาล์ม เนยเทียม เนื้อสัตว์ติดมัน และเบเกอรี่ ซึ่งเร่งกระบวนการเสื่อมของหลอดเลือด
  • เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง เช่น กาแฟเข้มข้น ชา หรือเครื่องดื่มชูกำลัง เนื่องจากคาเฟอีนสามารถกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจและทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วชั่วขณะ
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ซึ่งส่งผลเสียโดยตรงต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ

การรักษาสมดุลเกลือแร่และการดื่มน้ำที่ถูกต้อง

เกลือแร่ในร่างกาย โดยเฉพาะ โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมการหดตัวและคลายตัวของหลอดเลือด รวมถึงการนำกระแสประสาท ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมักมีปัญหาเรื่องการขับโซเดียมออกทางไตได้ไม่ดีเท่าที่ควร

การรักษาสมดุลจึงทำได้โดยการจำกัดปริมาณโซเดียมในอาหารไม่ให้เกินเกณฑ์ที่แนะนำต่อวัน พร้อมทั้งเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงเพื่อสร้างความสมดุล นอกจากนี้ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน (ประมาณ 1.5 ถึง 2 ลิตร เว้นแต่แพทย์จะมีข้อจำกัดเรื่องโรคไตหรือโรคหัวใจ) จะช่วยรักษาปริมาตรเลือดในร่างกายให้คง ป้องกันภาวะเลือดหนืด และช่วยลดอาการมึนหัวที่เกิดจากภาวะขาดน้ำได้เป็นอย่างดี

คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูงต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ทั้งการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง การควบคุมอาหาร การออกกำลังกายแต่พอควร และการวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ พร้อมจดบันทึกค่าที่ได้เพื่อนำมาปรึกษาแพทย์ในทุกนัดหมาย

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล

เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติตัวและนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถยึดถือแนวทางปฏิบัติสำคัญดังต่อไปนี้

  • วัดความดันโลหิตทุกวันในเวลาเดียวกัน (เช่น ช่วงเช้าหลังตื่นนอน) และจดบันทึกค่าความดันอย่างสม่ำเสมอ
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามหยุดยาหรือปรับลดขนาดยาเองเด็ดขาดแม้ว่าอาการมึนหัวจะหายไปแล้ว
  • เลือกรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการแดช เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช และลดอาหารเค็มจัด
  • หลีกเลี่ยงคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และนอนหลับพักผ่อนให้สนิทอย่างน้อย 7 ถึง 8 ชั่วโมงต่อคืน
  • ออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดินเร็ว การว่ายน้ำ หรือการปั่นจักรยาน อย่างสม่ำเสมอครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 4 ถึง 5 ครั้ง
  • สังเกตอาการผิดปกติและรีบมาพบแพทย์ทันทีหากมีอาการเตือนอันตราย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down