ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงและอาการมึนหัวตอนลุกขึ้นเร็ว

โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นภาวะเรื้อรังที่พบได้บ่อยในประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ และมักถูกเรียกว่าฆาตกรเงียบเนื่องจากผู้ป่วยหลายคนไม่มีอาการเตือนล่วงหน้าชัดเจน อย่างไรก็ตาม อาการมึนหัว หน้ามืด หรือวิงเวียนศีรษะขณะเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น การลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วจากท่านอนหรือท่านั่ง (Orthostatic Hypotension หรือ Postural Hypotension) มักสร้างความสับสนให้กับผู้ป่วยจำนวนมากว่าอาการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับภาวะความดันโลหิตสูงที่กำลังเผชิญอยู่หรือไม่ ในความเป็นจริง อาการมึนหัวตอนลุกขึ้นเร็วนั้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากกลไกการปรับตัวของหลอดเลือดที่ทำงานช้าลง ผลข้างเคียงจากยาลดความดันโลหิตที่รับประทานอยู่ หรือภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่าที่มักเกิดร่วมกับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีการควบคุมระดับยาไม่เหมาะสม การทำความเข้าใจกลไกและแนวทางการจัดการที่ถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุและการพลัดตกหกล้มที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการมึนหัวตอนลุกขึ้นเร็วในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

เมื่อร่างกายเปลี่ยนจากท่านอนหรือนั่งเป็นยืน แรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงเลือดให้ไหลลงไปสะสมบริเวณส่วนล่างของร่างกาย ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่ไหลกลับเข้าสู่หัวใจและสมองลดลงชั่วขณะ ในสภาวะปกติ ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) และหลอดเลือดจะมีการปรับตัวอย่างรวดเร็วโดยการหดตัวของหลอดเลือดและเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่เสถียรและหล่อเลี้ยงสมองได้อย่างเพียงพอ แต่ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง กลไกการตอบสนองนี้อาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

  • ผลข้างเคียงจากยาลดความดันโลหิต (Antihypertensive Medications): ยาบางกลุ่ม เช่น ยาขับปัสสาวะ (Diuretics) หรือยาขยายหลอดเลือด (Vasodilators) อาจทำให้ปริมาณเลือดใน

    อาการสำคัญและสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

    อาการมึนหัวตอนลุกขึ้นเร็วมักมีลักษณะเฉพาะคือ อาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ โคลงเคลง หรือรู้สึกเหมือนจะเป็นลมทันทีหลังจากลุกขึ้นยืน แต่โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะดีขึ้นและหายไปได้เองภายในไม่กี่วินาทีเมื่อผู้ป่วยหยุดยืนนิ่งๆ หรือนั่งพัก อย่างไรก็ตาม หากอาการดังกล่าวมีความรุนแรงร่วมกับอาการอื่นๆ ผู้ป่วยควรสังเกตสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่บ่งบอกถึงภาวะวิกฤตทางระบบประสาทหรือระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์โดยด่วน ได้แก่

    • อาการหน้ามืดเป็นลมหมดสติ (Syncope) จนล้มกระแทกพื้นหรือได้รับบาดเจ็บทางศีรษะ
    • อาการเจ็บแน่นหน้าอก ร้าวไปที่กราม คอ หรือแขนข้างซ้าย ร่วมกับหายใจลำบาก
    • อาการชาที่ใบหน้า แขน หรือขาซีกใดซีกหนึ่งอย่างฉับพลัน ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือสูญเสียการทรงตัว
    • อาการใจสั่นรุนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือชีพจรเต้นเร็วและอ่อนผิดปกติ
    • อาการมึนหัวเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้นแม้จะนั่งพัก หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยตลอดเวลา
    ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมีอาการมึนหัวร่วมกับความดันโลหิตที่สูงปรี๊ดเกิน 180 และ 120 มิลลิเมตรปรอท ห้ามพยายามลุกขึ้นเดินไปไหนมาไหนด้วยตนเองเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตันเฉียบพลัน ควรนอนพักในท่าที่ศีรษะสูงเล็กน้อยและรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

    กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาความดันโลหิตสูงและกลไกที่เกี่ยวข้องกับอาการมึนหัว

    การรักษาโรคความดันโลหิตสูงจำเป็นต้องอาศัยการแพทย์แผนปัจจุบันและการใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด ยาลดความดันโลหิตแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มหลัก ซึ่งแต่ละกลุ่มมีกลไกการออกฤทธิ์และผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน โดยกลุ่มยาที่มักเกี่ยวข้องกับอาการมึนหัวตอนลุกขึ้นเร็ว ได้แก่

    • กลุ่มยาขับปัสสาวะ (Diuretics): เช่น ไฮโดรคลอโรไธอาไซด์ (Hydrochlorothiazide) ออกฤทธิ์ช่วยขับเกลือและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย ส่งผลให้ปริมาณเลือดในระบบไหลเวียนลดลง หากร่างกายขาดน้ำหรือปรับตัวไม่ทัน อาจทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่าและมีอาการมึนหัวได้ง่าย
    • กลุ่มยาบล็อกเกอร์ช่องแคลเซียม (Calcium Channel Blockers): เช่น แอมโลดิปีน (Amlodipine) ออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดง ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคืออาการหน้าแดง วิงเวียนศีรษะ และมึนหัวในช่วงแรกของการเริ่มรับยาหรือเมื่อมีการปรับเพิ่มขนาดยา
    • กลุ่มยาเอซีอีอินฮิบิเตอร์ (ACE Inhibitors) และแองจิโอเทนซินรีเซปเตอร์บล็อกเกอร์ (ARBs): เช่น อีนาลาพริล (Enalapril) หรือโลซาร์แทน (Losartan) ออกฤทธิ์ยับยั้งฮอร์โมนที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว ช่วยให้หลอดเลือดคลายตัวและลดความดันโลหิต แต่อาจทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำชั่วขณะเมื่อลุกขึ้นยืน
    • กลุ่มยาบีตาบล็อกเกอร์ (Beta-Blockers): เช่น เมโทโพรลอล (Metoprolol) ออกฤทธิ์ลดอัตราการเต้นของหัวใจและแรงบีบตัวของหัวใจ ซึ่งอาจส่งผลให้การปรับตัวของความดันโลหิตช้าลงเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ

    ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัยเพื่อป้องกันอาการมึนหัว

    การใช้ยาลดความดันโลหิตให้มีความปลอดภัยและลดโอกาสการเกิดอาการมึนหัวตอนลุกขึ้นเร็ว มีแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ที่สำคัญดังนี้

    • เริ่มต้นด้วยขนาดยาต่ำสุด (Start Low and Go Slow): แพทย์มักจะเริ่มสั่งจ่ายยาลดความดันโลหิตด้วยขนาดยาที่ต่ำที่สุด เพื่อให้ร่างกายของผู้ป่วยค่อยๆ ปรับตัวและลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำเฉียบพลัน
    • รับประทานยาตามเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด: ห้ามปรับเพิ่มหรือลดขนาดยาเองตามใจชอบ และห้ามหยุดรับประทานยาเองแม้ว่าอาการมึนหัวจะหายไปแล้วก็ตาม
    • การปรับเวลาการทานยา: หากยาบางชนิดทำให้เกิดอาการง่วงนอนหรือมึนหัวมาก แพทย์อาจพิจารณาแนะนำให้รับประทานก่อนนอนแทนตอนเช้า เพื่อลดผลกระทบระหว่างวัน
    • การติดตามระดับความดันโลหิตสม่ำเสมอ: ผู้ป่วยควรบันทึกค่าความดันโลหิตที่วัดได้ที่บ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมในการปรับขนาดยา
    คำแนะนำจากคุณหมอ: วิธีปฏิบัติที่ช่วยลดอาการมึนหัวตอนลุกขึ้นเร็วในชีวิตประจำวันคือ การฝึกเปลี่ยนท่าทางอย่างช้าๆ โดยเมื่อตื่นนอนให้นอนตะแคงก่อน ค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่งขอบเตียงค้างไว้ประมาณหนึ่งถึงสองนาที ขยับขาไปมาเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด แล้วจึงค่อยๆ ยืนขึ้นอย่างมั่นคง หลีกเลี่ยงการลุกพรวดพราดเด็ดขาด

    ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาด

    นอกเหนือจากอาการมึนหัวตอนลุกขึ้นยืนแล้ว ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงยังต้องระวังผลข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากยา เช่น อาการบวมที่ข้อเท้า (จากยากลุ่มแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์) อาการไอแห้งเรื้อรัง (จากยากลุ่มเอซีอีอินฮิบิเตอร์) หรือภาวะเกลือแร่ในร่างกายไม่สมดุล (จากยาขับปัสสาวะ) สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ ห้ามซื้อยาลดความดันโลหิตมารับประทานเองเด็ดขาด ห้ามแบ่งยาของผู้อื่นมาทาน และห้ามใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเซดส์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือไดโคลฟีแนค (Diclofenac) ติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากยาเหล่านี้จะไปต้านฤทธิ์ของยาลดความดันโลหิต ทำให้ความดันสูงขึ้นและอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของไตอย่างรุนแรง

    กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้ดูแล

    • เปลี่ยนอิริยาบถจากนอนหรือนั่งเป็นยืนให้ช้าลงเสมอ เพื่อป้องกันอาการมึนหัวและอุบัติเหตุจากการล้ม
    • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน (ประมาณแปดถึงสิบแก้ว) เว้นแต่มีโรคประจำตัวที่ต้องจำกัดน้ำ
    • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเกิดอาการมึนหัวมากขึ้น
    • พกรายชื่อยาที่กำลังรับประทานติดตัวไว้เสมอ เพื่อประโยชน์ในการรักษาฉุกเฉิน
    • มาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้ยา
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down