ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจภาวะความดันโลหิตสูงฉุกเฉินและอาการมึนงงที่เป็นสัญญาณเตือน

ภาวะความดันโลหิตสูงฉุกเฉิน (Hypertensive Emergency) เป็นภาวะวิกฤตทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างเร่งด่วน เนื่องจากระดับความดันโลหิตที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง มักมีค่าความดันโลหิตตัวบน (Systolic) มากกว่า 180 มิลลิเมตรปรอท และหรือความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic) มากกว่า 120 มิลลิเมตรปรอท ร่วมกับมีความเสียหายต่ออวัยวะเป้าหมาย (Target Organ Damage) เช่น สมอง หัวใจ ไต หรือหลอดเลือดแดงใหญ่ อาการมึนงง เวียนศีรษะ หรือบ้านหมุน จึงเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุดที่ผู้ป่วยและญาติไม่ควรละเลยเด็ดขาด

สถิติทางการแพทย์ระบุว่าผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง มักมีความเสี่ยงสูงหากขาดยา ควบคุมความดันได้ไม่ดี หรือมีความเครียดสะสม อาการมึนงงในกลุ่มคนเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าทั่วไป แต่เป็นตัวบ่งชี้ว่าการไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงสมองเริ่มมีความผิดปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตันได้ในเวลาอันรวดเร็ว

สาเหตุและกลไกการเกิดความดันโลหิตสูงฉุกเฉิน

กลไกหลักเกิดจากการที่หลอดเลือดทั่วร่างกายเกิดการหดตัวอย่างรุนแรงและฉับพลัน ทำให้แรงต้านทานในหลอดเลือดสูงขึ้นอย่างมาก หัวใจจึงต้องบีบตัวด้วยแรงที่มากขึ้นเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยได้แก่ การหยุดรับประทานยาลดความดันโลหิตด้วยตนเอง การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงจัด การใช้ยาบางชนิดที่มีฤทธิ์ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเซด (NSAIDs) หรือยาลดน้ำที่มีส่วนผสมของสารกระตุ้น รวมถึงภาวะความเครียดทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

อาการสำคัญและสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

อาการมึนงงที่เป็นสัญญาณของภาวะความดันโลหิตสูงฉุกเฉินมักมีความรุนแรงและมีอาการร่วมอื่นๆ ที่บ่งบอกถึงภาวะสมองขาดเลือดหรือความดันในกะโหลกศีรษะสูง ดังนี้

  • อาการมึนงง วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ทรงตัวไม่ได้
  • ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว
  • แขนขาอ่อนแรงชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือความเข้าใจภาษาลดลง
  • มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย ใจสั่น
  • คลื่นไส้ อาเจียนพุ่ง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากมีอาการมึนงงร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัด แม้เพียงชั่วครู่ ห้ามรอให้หายเองเด็ดขาด ต้องเรียกรถกระตุ้นการแพทย์ฉุกเฉินหรือนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีภายในเวลาไม่กี่นาที

วิธีรักษาและกลุ่มยาที่ใช้ในโรงพยาบาล

การรักษาภาวะความดันโลหิตสูงฉุกเฉินจะต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์ในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เท่านั้น เป้าหมายหลักคือการลดความดันโลหิตลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อสมองขาดเลือดไปเลี้ยงเพิ่มขึ้น โดยแพทย์จะใช้ยาลดความดันโลหิตชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (Intravenous Antihypertensive Drugs) ซึ่งออกฤทธิ์เร็วและสามารถปรับระดับยาได้อย่างแม่นยำ

กลุ่มยาหลักที่แพทย์ใช้ในการรักษา

  • กลุ่มยาขยายหลอดเลือด (Vasodilators): เช่น ยานิการดิปีน (Nicardipine) หรือยานิโตรปรัสไซด์ (Sodium Nitroprusside) ช่วยลดแรงต้านทานของหลอดเลือดโดยตรง
  • กลุ่มยาบล็อกเกอร์ (Beta Blockers): เช่น ยาลาเบทาลอล (Labetalol) ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและลดความดันโลหิตร่วมกัน
  • กลุ่มยาขับปัสสาวะชนิดออกฤทธิ์เร็ว (Loop Diuretics): เช่น ยาฟูโรเซไมด์ (Furosemide) ใช้ในกรณีที่มีภาวะน้ำเกินร่วมด้วย

ขนาดยาและวิธีการใช้ยาอย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์

เนื่องจากภาวะนี้เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ การใช้ยาจึงต้องกระทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ในสถานพยาบาลเท่านั้น ห้ามผู้ป่วยซื้อยารับประทานเองเด็ดขาด ตัวอย่างเช่น ยานิการดิปีนชนิดฉีด จะเริ่มด้วยอัตราการให้ยาทางหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องตามคำสั่งแพทย์ และปรับเพิ่มหรือลดขนาดทุกๆ สองถึงห้าบาทตามการตอบสนองของผู้ป่วยและความดันโลหิตเป้าหมายที่แพทย์กำหนด

คำแนะนำจากคุณหมอ: ความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุดคือการพยายามหาซื้อยาลดความดันชนิดเม็ดมารับประทานเองในปริมาณมากเมื่อมีอาการมึนงง เพราะการลดความดันโลหิตลงเร็วเกินไปในเวลาอันสั้น จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจไม่ทัน ส่งผลให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษา

การใช้ยาลดความดันโลหิตสูงฉุกเฉินอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่แพทย์ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เช่น ความดันโลหิตลดต่ำลงมากเกินไปจนเกิดอาการหน้ามืด เป็นลม ใจสั่น ปวดศีรษะจากยาขยายหลอดเลือด หรือการทำงานของไตที่อาจเปลี่ยนแปลงไปชั่วคราว แพทย์จึงต้องมีการตรวจติดตามสัญญาณชีพและตรวจเลือดอย่างต่อเนื่อง

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาด

ผู้ป่วยที่มีอาการมึนงงจากความดันโลหิตสูง ห้ามใช้ยาเหล่านี้เด็ดขาดหากแพทย์ไม่ได้สั่ง:

  • ยาเม็ดลดความดันใต้ลิ้น (Sublingual Nifedipine ชนิดแคปซูลเจาะบีบ) เนื่องจากปัจจุบันสมาคมแพทย์โรคหัวใจทั่วโลกแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้เพราะทำให้ความดันลดลงเร็วเกินไปจนเกิดอันตรายถึงชีวิต
  • ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเซด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือไดโคลฟีแนค (Diclofenac) เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและไตทำงานแย่ลง
  • ยากลุ่มสเตียรอยด์ที่ซื้อรับประทานเอง

วิธีป้องกันและการควบคุมความดันโลหิตในระยะยาว

การป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงฉุกเฉินที่ดีที่สุดคือการควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างสม่ำเสมอ ผู้ป่วยควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยการลดการบริโภคเกลือและอาหารรสเค็ม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงความเครียด งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินอาการและปรับยาอย่างต่อเนื่อง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down