เข้าใจภาวะความดันโลหิตสูงและอาการมึนงงที่บ้าน
การวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้านถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจ ภาวะความดันโลหิตที่สูงผิดปกติมักจะมาพร้อมกับอาการเตือนที่ร่างกายพยายามส่งสัญญาณให้เราทราบ หนึ่งในอาการที่พบบ่อยและสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ป่วยและคนในครอบครัวคืออาการมึนงง วิงเวียนศีรษะ ทรงตัวได้ไม่ดี หรือรู้สึกเหมือนบ้านหมุน ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤตที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที
เช็กความดันที่บ้านเท่าไหร่ถึงเรียกว่าอันตรายและทำให้เกิดอาการมึนงง
ค่าความดันโลหิตที่วัดได้จากเครื่องวัดความดันที่บ้านจะแบ่งออกเป็นสองค่า ได้แก่ ค่าความดันโลหิตช่วงบน (Systolic) และค่าความดันโลหิตช่วงล่าง (Diastolic) โดยตามหลักการแพทย์สากล ค่าความดันปกติควรอยู่ที่ประมาณหนึ่งร้อยยี่สิบถึงหนึ่งร้อยสามสิบเก้า ส่วนค่าล่างอยู่ที่แปดสิบถึงแปดสิบเก้ามิลลิเมตรปรอท หากวัดที่บ้านแล้วพบว่าค่าความดันพุ่งสูงเกินกว่าหนึ่งร้อยสี่สิบส่วนเก้าสิบมิลลิเมตรปรอทขึ้นไปถือว่าเริ่มสูง แต่หากตัวเลขพุ่งสูงเกินกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบส่วนหนึ่งร้อยสิบมิลลิเมตรปรอท (180/110 mmHg) ร่วมกับมีอาการมึนงงศีรษะอย่างรุนแรง จะจัดอยู่ในกลุ่มภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่ออวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ และหลอดเลือด
กลไกการเกิดอาการมึนงงจากความดันโลหิตผิดปกติ
อาการมึนงงที่เกิดขึ้นเมื่อความดันโลหิตสูงหรือต่ำเกินไป มีสาเหตุมาจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่สม่ำเสมอ ในภาวะที่ความดันโลหิตสูงมากๆ หลอดเลือดในสมองอาจเกิดการหดตัวอย่างรุนแรง หรือมีการเปลี่ยนแปลงของแรงดันภายในกะโหลกศีรษะ ทำให้เซลล์สมองได้รับออกซิเจนและสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกมึนงง ปวดศีรษะตุๆ ตาพร่ามัว หรือรู้สึกคลื่นไส้ร่วมด้วย ในทางตรงกันข้าม หากความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างกะทันหัน เลือดจะไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียน หรือเป็นลมได้เช่นกัน
ขั้นตอนการดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อเกิดอาการมึนงงจากความดัน
เมื่อมีอาการมึนงงและตรวจสอบพบว่าความดันโลหิตที่บ้านสูงผิดปกติ การจัดการอย่างถูกวิธีในนาทีวิกฤตจะช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลามกลายเป็นโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน โดยมีแนวปฏิบัติที่สำคัญดังนี้
- หยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ทันที นั่งลงหรือนอนราบในท่าที่สบายเพื่อป้องกันการล้มและอุบัติเหตุจากการทรงตัว
- อยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก คลายเสื้อผ้าให้หลวม ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป
- ผ่อนคลายลมหายใจเข้าและออกลึกๆ ช้าๆ เพื่อช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและช่วยให้ความดันโลหิตลดลงสู่ภาวะปกติ
- ดื่มน้ำเปล่าสะอาดในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อช่วยปรับสมดุลของระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย
- วัดความดันโลหิตซ้ำหลังจากได้พักผ่อนอย่างสงบเป็นเวลาสิบถึงสิบห้านาที เพื่อประเมินสถานการณ์
สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการจัดการความดันสูงที่บ้าน
การดูแลผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและมีอาการมึนงงที่บ้าน จำเป็นต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากความเข้าใจผิดอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้
- สิ่งที่ควรทำ: ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ควบคุมการบริโภคโซเดิมในอาหาร งดอาหารเค็มจัด อาหารหมักดอง และอาหารสำเร็จรูป
- ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามซื้อยาลดความดันโลหิตมารับประทานเองโดยเด็ดขาดหากแพทย์ไม่ได้สั่งจ่าย เพราะการที่ความดันลดลงเร็วเกินไปอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทันและเกิดภาวะสมองขาดเลือดได้
- ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามออกกำลังกายอย่างหนัก สูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อมีอาการมึนงงและมีความดันสูง
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
หากผู้ป่วยมีอาการมึนงงร่วมกับอาการอื่นๆ ดังต่อไปนี้ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
- มีอาการแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ชาตามใบหน้าหรือลำตัวอย่างกะทันหัน
- พูดไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง หรือฟังผู้อื่นไม่เข้าใจ
- ปวดศีรษะรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว
- มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือใจสั่นร่วมด้วย
การป้องกันและการควบคุมความดันโลหิตในระยะยาว
การรักษาระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญในการป้องกันอาการมึนงงและภาวะแทรกซ้อนอันตราย ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนไขมันต่ำ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงภาวะความเครียดเรื้อรัง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว