ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคไข้หวัดในทารกแรกเกิด

ทารกแรกเกิดถึงอายุสามเดือนถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่อทารกเริ่มมีอาการคัดจมูก น้ำใสไหลออกมา หรือมีอาการไอเล็กน้อย มักสร้างความวิตกกังวลให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เป็นอย่างมาก หลายครอบครัวมีความเชื่อว่าเมื่อลูกน้อยเป็นไข้หวัดจะต้องได้รับการพ่นยาขยายหลอดลมหรือพ่นยาสเตียรอยด์ทุกครั้งเพื่อป้องกันอาการรุนแรง ซึ่งในทางการแพทย์แล้วความเข้าใจนี้ไม่ถูกต้องเสมอไป การรักษาทารกแรกเกิดมีความละเอียดอ่อนสูงและต้องอาศัยการวินิจฉัยจากกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเด็ก

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจในทารก

โรคไข้หวัดในทารกส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไรโนไวรัส (Rhinovirus) หรือไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus - RSV) เชื้อโรคเหล่านี้ติดต่อผ่านทางการสัมผัสสารละลายจากทางเดินหายใจ น้ำลาย หรือการไอจามใส่กัน เนื่องจากทารกแรกเกิดมีทางเดินหายใจส่วนบนที่แคบมากและมีต่อมสร้างเสมหะมากกว่าผู้ใหญ่ เมื่อเกิดการติดเชื้อจึงทำให้เยื่อบุจมูกบวมและมีเสมหะปริมาณมากขวางกั้นทางเดินหายใจ ทำให้ทารกหายใจลำบาก ดื่มนมไม่ได้ และส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ

ไข้หวัดในทารกแรกเกิดต้องพ่นยาทุกครั้งจริงหรือ

การพ่นยาไม่ใช่วิธีการรักษามาตรฐานสำหรับทารกที่เป็นไข้หวัดทุกราย การพ่นยาขยายหลอดลมหรือการพ่นยาสเตียรอยด์จะใช้ก็ต่อเมื่อแพทย์ตรวจพบภาวะหลอดลมตีบตัว มีเสียงหายใจมีเสียงวี๊ด (Wheezing) หรือมีภาวะทางเดินหายใจอักเสบรุนแรง เช่น โรคหลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis) หรือโรคหืดในเด็กที่มีข้อบ่งชี้ หากทารกเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาจากเชื้อไวรัส การพ่นยาจะไม่มีประโยชน์ในการรักษาแถมยังอาจทำให้เด็กได้รับยาเกินความจำเป็น แนวทางหลักในการดูแลคือการรักษาตามอาการและการใช้น้ำเกลือหยอดจมูกเพื่อละลายน้ำมูกร่วมกับการดูดน้ำมูกออกอย่างถูกวิธี

คำแนะนำจากคุณหมอ: การพ่นยาต้องอยู่ภายใต้คำสั่งและการประเมินของกุมารแพทย์เท่านั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรหาซื้อเครื่องพ่นยามาทำเองที่บ้านโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากตัวยาหรือทำให้การประเมินอาการที่แท้จริงของทารกคลาดเคลื่อนได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ทารกแรกเกิดมีความสามารถในการซ่อนอาการป่วยได้แนบเนียน และอาการสามารถทรุดหนักลงได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง หากลูกน้อยมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงเกินสามสิบแปดองศาเซลเซียสในทารกอายุต่ำกว่าสามเดือนถือเป็นภาวะเร่งด่วน
  • หายใจหอบเร็วกว่าปกติ หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ท้องบุ๋ม หรือมีเสียงครางในลำคอขณะหายใจ
  • ริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis)
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมตื่นมากินนม หรือดื่มนมได้น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณปกติ
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้ง กระหม่อมบุ๋มลึก และผ้าอ้อมเปียกปัสสาวะน้อยกว่าหกผืนต่อวัน

สัญญาณไหนบอกว่าหมอนัดถี่เกินจำเป็น

เมื่อทารกหายจากอาการไข้หวัดและอาการทางเดินหายใจดีขึ้นเป็นปกติแล้ว คุณพ่อคุณแม่อาจมีความกังวลและอยากให้แพทย์นัดติดตามอาการบ่อยครั้งเกินไป ในทางการแพทย์ หากทารกไม่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ไม่มีภาวะแทรกฝากทางปอด และพัฒนาการเติบโตเป็นปกติ การนัดหมายเพื่อติดตามอาการไข้หวัดธรรมดาที่หายดีแล้วถือเป็นการพบแพทย์ที่ถี่เกินความจำเป็น ซึ่งอาจสร้างความเครียดให้แก่ครอบครัวและเพิ่มความเสี่ยงให้ทารกรับเชื้อโรคอื่นๆ เพิ่มเติมจากการเดินทางไปโรงพยาบาล แพทย์จะพิจารณานัดหมายตามความเหมาะสมของโรคและความเสี่ยงของเด็กแต่ละบุคคล

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแก้ไอหรือยาแก้แพ้ลดน้ำมูกชนิดกดประสาทในทารกอายุต่ำกว่าสองปีเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เสมหะเหนียวข้นจนอุดGกั้นทางเดินหายใจส่วนล่างและเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ การใช้ยาพาราเซตามอลลดไข้ต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวเด็กอย่างเคร่งครัด (สิบถึงสิบห้ามิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง) และห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเพื่อป้องกันกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Rye Syndrome)

วิธีการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อทารกแรกเกิดป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการเริ่มต้น ระยะเวลา การกินนม และสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก ร่วมกับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ฟังเสียงปอดและหัวใจ หากพบว่ามีอาการรุนแรงแพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งในโพรงจมูกเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสจำเพาะ เช่น อาร์เอสวี หรือไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ตรวจเลือดเพื่อดูภาวะการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือการถ่ายภาพรังสีทรวงอก (Chest X-ray) เพื่อประเมินภาวะปอดอักเสบ

วิธีดูแลรักษาและพยาบาลทารกที่บ้านอย่างถูกวิธี

การดูแลทารกแรกเกิดที่เป็นไข้หวัดเน้นการประคับประคองตามอาการเพื่อให้ร่างกายของเด็กฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติ

  • การหยอดจมูกด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline Solution) เพื่อช่วยละลายน้ำมูกที่แห้งกรังให้หลุดออกมาได้ง่ายขึ้น
  • การใช้ลูกยางซิลิโคนหรือเครื่องดูดน้ำมูกชนิดแรงดันอ่อนโยนดูดน้ำมูกออกก่อนมื้อนม เพื่อให้ทารกสามารถดูดนมและหายใจได้สะดวกขึ้น
  • การให้ทารกกินนมแม่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนมแม่มีสารภูมิต้านทาน (Antibodies) และสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้อย่างยอดเยี่ยม
  • การปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้ถ่ายเทสะดวก ปราศจากควันบุหรี่ ควันธูป ฝุ่นละออง และสารก่อภูมิแพ้

มาตรการป้องกันเชิงรุกและการเสริมภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่ต้นทางเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด เนื่องจากภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของเด็กยังไม่สมบูรณ์

  • สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียวๆ อย่างน้อยหกเดือนแรก เพื่อส่งผ่านภูมิคุ้มกันจากแม่สู่ลูก
  • จำกัดการเยี่ยมทารกแรกเกิดจากบุคคลภายนอกในช่วงสามเดือนแรก เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคจากภายนอก
  • ผู้ดูแลทุกคนต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนอุ้มหรือสัมผัสตัวทารก
  • สวมหน้ากากอนามัยและงดเข้าใกล้ทารกทันทีหากสมาชิกในครอบครัวมีอาการไอ จาม หรือเป็นหวัด
  • รับวัคซีนเสริมตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในสมาชิกในครอบครัวและผู้ดูแลใกล้ชิด (Cocooning Effect)

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ดูแลทารก

การดูแลทารกแรกเกิดที่เป็นไข้หวัดต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ทารกไม่ได้จำเป็นต้องพ่นยาทุกครั้งที่มีอาการหวัด การดูแลรักษาตามอาการ การใช้น้ำเกลือหยอดจมูก และการสังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิดคือหัวใจสำคัญ หากพบอาการผิดปกติหรือมีสัญญาณเตือนอันตรายควรนำตัวทารกพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาที่ปลอดภัยและเหมาะสม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down