ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

บทนำและภาพรวมของโรคไข้หวัดในทารกแรกเกิด

ภาวะไข้หวัดในทารกแรกเกิดเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเด็กในช่วงวัยนี้มีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ เยื่อบุทางเดินหายใจมีความบอบบาง และมีขนาดช่องทางเดินหายใจที่เล็กมาก เมื่อติดเชื้อไวรัสเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เกิดอาการคัดจมูก มีน้ำมูก และหายใจคร่าคราได้อย่างรวดเร็ว ในทางการแพทย์ การดูแลทารกแรกเกิดที่มีอาการหวัดจึงต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ ทั้งในแง่ของการประเมินอาการอย่างใกล้ชิด การใช้ยาอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ และการหลีกเลี่ยงการใช้ยาพ่นหรือยาขยายหลอดลมโดยไม่จำเป็น เนื่องจากทารกแต่ละรายมีความรุนแรงของโรคและสาเหตุที่แตกต่างกัน การเข้าใจแนวทางการรักษาที่ถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจในทารก

โรคไข้หวัดในทารกส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่วนบน (Upper Respiratory Infection) เช่น ไรโนไวรัส (Rhinovirus) อะดิโนไวรัส (Adenovirus) และเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus หรือ RSV) ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้ติดต่อผ่านทางการสัมผัสสารละลายจากทางเดินหายใจ เช่น น้ำลาย น้ำมูก หรือการไอจามใส่กัน เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของทารกผ่านทางจมูกหรือปาก จะทำให้เกิดการอักเสบ บวม และมีการสร้างเมือกหรือเสมหะจำนวนมาก เนื่องจากทารกแรกเกิดยังไม่สามารถสั่งน้ำมูกหรือขับเสมหะออกเองได้ เมือกเหล่านี้จึงไปอุด and กั้นทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้เกิดอาการหายใจมีเสียงครืดคราด หายใจลำบาก และดูดนมได้น้อยลงตามมา

อาการสำคัญและการดำเนินของโรคไข้หวัดในทารก

อาการเริ่มต้นของไข้หวัดในทารกมักเริ่มจากการมีน้ำมูกใสๆ ไหลออกมา จมูกบวม คัดจมูก ทำให้ทารกหงุดหงิด งอแง และนอนหลับไม่สนิท ต่อมาในระยะที่สอง น้ำมูกอาจเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียวข้น ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของภูมิคุ้มกันร่างกาย ไม่ได้แปลว่าต้องได้รับยาปฏิชีวนะเสมอไป ในทารกบางรายอาจมีไข้ต่ำร่วมด้วย อาการจะเริ่มดีขึ้นและหายได้เองภายในเจ็ดถึงสิบวันหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่หากทารกมีอาการไอถี่ หายใจเร็ว หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกว่าการอักเสบลามลงสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินซ้ำโดยกุมารแพทย์

คำแนะนำจากคุณหมอ: ไข้หวัดในทารกส่วนใหญ่หายได้เองด้วยการรักษาตามอาการ พ่อคุณแม่ควรเน้นการทำความสะอาดโพรงจมูกด้วยน้ำเกลือหยอดจมูกเพื่อช่วยให้ลูกหายใจสะดวกขึ้น และให้ทารกดูดนมแม่บ่อยๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ไข้หวัดในทารกแรกเกิดต้องพ่นยาทุกครั้งจริงหรือ

คำถามที่พบบ่อยมากคือ เมื่อทารกเป็นไข้หวัดจะต้องพ่นยาหรือใช้ยาขยายหลอดลมทุกครั้งเลยหรือไม่ คำตอบทางการแพทย์คือ ไม่จำเป็นต้องพ่นยาทุกครั้ง การพ่นยา (ไม่ว่าจะเป็นยาขยายหลอดลม ยาสเตียรอยด์พ่น หรือการพ่นน้ำเกลือละลายเสมหะ) มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนทางการแพทย์ หากทารกเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา มีน้ำมูกใส และหลอดลมไม่ได้ตีบแคบ การพ่นยาขยายหลอดลมจะไม่มีประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น และอาจทำให้ทารกได้รับยาเกินความจำเป็น ยาพ่นขยายหลอดลมมักใช้ในกรณีที่แพทย์ตรวจพบเสียงหายใจผิดปกติ เช่น เสียงวี๊ด (Wheezing) ซึ่งเกิดจากหลอดลมตีบตัวจากการติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสอาร์เอสวี หรือโรคหลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis) ดังนั้น การตัดสินใจพ่นยาจึงต้องอาศัยการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากกุมารแพทย์เท่านั้น

สัญญาณไหนบอกว่าหมอนัดถี่เกินจำเป็น และแนวทางการสังเกตอาการที่บ้าน

ในบางสถานการณ์ เมื่อทารกเริ่มมีอาการดีขึ้น น้ำมูกเริ่มแห้ง และสามารถดูดนมได้ตามปกติ แต่ผู้ปกครองอาจยังมีความกังวลและพาไปพบแพทย์บ่อยเกินความจำเป็น การนัดหมายติดตามอาการที่ถี่จนเกินไปอาจสร้างความเครียดทั้งแก่ตัวทารกและครอบครัว รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคอื่นๆ จากโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น สัญญาณที่บ่งบอกว่าทารกสามารถพักFผ่อนและดูแลต่อที่บ้านได้โดยไม่ต้องพบแพทย์ถี่เกินไป ได้แก่:

  • ทารกกินนมได้ดีตามปกติ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์
  • ไม่มีไข้สูงติดต่อกัน หรือไข้ลดลงแล้ว
  • อัตราการหายใจปกติ ไม่มีอาการหายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม หรือปีกจมูกบาน
  • ทารกตื่นมาเล่นสดใส ไม่ซึม ร้องปลอบโยนแล้วหยุด
  • ไม่มีอาการไอสำลักหรืออาเจียนรุนแรงหลังกินนม

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษา ขนาดยา และวิธีใช้อย่างปลอดภัย

การใช้ยาในทารกแรกเกิดต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งจ่ายโดยกุมารแพทย์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากอวัยวะภายใน เช่น ตับและไต ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ การขับยาออกจากร่างกายจึงช้ากว่าเด็กโต กลุ่มยาที่แพทย์อาจพิจารณาใช้ตามความเหมาะสม ได้แก่:

  • ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): ใช้สำหรับลดไข้ ขนาดยาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์คือสิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม (10-15 mg/kg) ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้สูง ห้ามคำนวณปริมาณยาเองโดยไม่ชั่งน้ำหนักลูก
  • น้ำเกลือหยอดจมูก (Normal Saline Solution): ใช้หยอดจมูกเพื่อละลายน้ำมูกเหนียวข้นให้จมูกโล่งขึ้น
  • ยาพ่นขยายหลอดลม (Bronchodilator): ใช้เฉพาะกรณีที่แพทย์ตรวจพบภาวะหลอดลมตีบแคบเท่านั้น ผ่านอุปกรณ์พ่นยาและหน้ากากที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับทารก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ ยาลดน้ำมูก หรือยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ให้ทารกแรกเกิดรับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากยาลดน้ำมูกบางชนิดอาจทำให้เสมหะเหนียวข้นขึ้นจนอุดกั้นทางเดินหายใจ และยาปฏิชีวนะไม่มีผลต่อการรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาพ่นและยาปฏิชีวนะ

การใช้ยาพ่นขยายหลอดลมโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ อาจทำให้ทารกเกิดผลข้างเคียง เช่น หัวใจเต้นเร็ว มือสั่น กระสับกระส่าย และนอนไม่หลับ ส่วนการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น นอกจากจะไม่ได้ผลในการรักษาโรคหวัดจากไวรัสแล้ว ยังส่งผลเสียระยะยาว ทำให้เกิดเชื้อดื้อยา แบคทีเรียในลำไส้ที่จำเป็นต่อร่างกายถูกทำลาย และอาจเกิดอาการแพ้ยาที่รุนแรงได้ ดังนั้น การใช้ยาทุกชนิดต้องผ่านการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

แม้ว่าไข้หวัดส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่หากทารกแรกเกิดมีอาการดังต่อไปนี้ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที:

  • ไข้สูงมากไม่ยอมลด หรือทารกแรกเกิดที่มีอายุต่ำกว่าสองเดือนแล้วมีไข้สูงเกินสามสิบแปดองศาเซลเซียส
  • หายใจเร็วผิดปกติ หายใจแรงจนซี่โครงยุบ หรือมีเสียงหายใจดังหวีดร่วมด้วย
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis)
  • ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดูดนม หรืออาเจียนพุ่ง
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น รกระหม่อมบุ๋มลึก ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา และปัสสาวะน้อยลงกว่าปกติ

วิธีป้องกันการติดเชื้อไวรัสในทารกแรกเกิด

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา การดูแลทารกแรกเกิดให้ห่างไกลจากโรคไข้หวัดสามารถทำได้โดย:

  • ส่งเสริมให้ทารกกินนมแม่สม่ำเสมอ เพราะนมแม่มีภูมิต้านทานโรค (Antibodies) ที่ช่วยปกป้องลูกน้อย
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนอุ้มหรือสัมผัสตัวทารก
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม
  • งดให้บุคคลภายนอกหอมแก้มหรือสัมผัสใกล้ชิดทารกในช่วงวัยแรกเกิด
  • ดูแลสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้สะอาด ปราศจากควันบุหรี่และฝุ่นละออง

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

การดูแลทารกแรกเกิดที่เป็นไข้หวัดต้องอาศัยความใจเย็นและการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด พ่อแม่ควรยึดหลักปฏิบัติดังนี้:

  • สังเกตอาการทางเดินหายใจและการกินนมเป็นหลัก หากลูกกินได้ นอนหลับดี และไม่มีอาการหอบเหนื่อย สามารถดูแลตามอาการที่บ้านได้
  • ใช้น้ำเกลือหยอดจมูกและเช็ดตัวลดไข้เมื่อจำเป็น หลีกเลี่ยงการใช้ยาพ่นหรือยาปฏิชีวนะเองโดยเด็ดขาด
  • จดบันทึกอุณหภูมิร่างกายและปริมาณนมที่ลูกกินในแต่ละวัน เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์ประเมินอาการได้อย่างแม่นยำ
  • หากพบสัญญาณอันตราย เช่น หายใจหอบ ซึมลง หรือไม่ยอมดูดนม ควรรีบพาไปพบแพทย์ฉุกเฉินทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down