ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความวิตกกังวลของพ่อแม่เมื่อลูกรักต้องพ่นยาและดูดเสมหะ

การที่ลูกน้อยต้องเผชิญกับอาการไอ หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงวี๊ด และต้องมารักษาด้วยการพ่นยา ขยายหลอดลม รวมถึงการดูดเสมหะตามแพทย์นัดอย่างต่อเนื่อง ย่อมสร้างความวิตกกังวลและคำถามมากมายในใจของพ่อแม่ผู้ปกครองหลายท่าน ว่าอาการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ของลูกน้อยนั้นจะสามารถรักษาให้หายขาดได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการประคับประคองอาการไปเรื่อยๆ จนเกิดความสงสัยว่ากำลังถูกเลี้ยงไข้จากสถานพยาบาลหรือไม่ ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจในเด็ก ขอยืนยันด้วยหลักการแพทย์และข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า โรคทางเดินหายใจเรื้อรังหรือภาวะหลอดลมอักเสบไวรัสในเด็กเล็ก เช่น โรคหอบหืด (Asthma) หรือการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus) นั้น มีกลไกการเกิดโรคที่ชัดเจนตามหลักการแพทย์ ซึ่งการพ่นยาและการดูดเสมหะตามแพทย์นัดไม่ใช่การเลี้ยงไข้ แต่เป็นการรักษาที่ตรงจุดเพื่อป้องกันภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวและช่วยชีวิตเด็กในยามวิกฤต

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคและการพ่นยาขยายหลอดลม

หลายครอบครัวมักเข้าใจผิดว่าการพ่นยาบ่อยๆ จะทำให้เด็กติดยาหรือทำให้โรคแย่ลง ความจริงแล้วยาพ่นขยายหลอดลม (Bronchodilator) และยาสเตียรอยด์ชนิดสูดพ่นเพื่อลดการอักเสบเฉพาะที่ (Inhaled Corticosteroid) เป็นมาตรฐานการรักษาทั่วโลกที่มีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากยาออกฤทธิ์เฉพาะที่บริเวณหลอดลม ทำให้มีปริมาณยาเข้าสู่กระแสเลือดน้อยมากเมื่อเทียบกับการกินหรือการฉีด ข้อสงสัยที่ว่าทำไมเด็กบางคนต้องพ่นยาต่อเนื่องยาวนานหลายเดือนหรือเป็นปี นั่นเป็นเพราะธรรมชาติของหลอดลมในเด็กเล็กมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูง (Airway Hyperresponsiveness) เมื่อสัมผัสกับไวรัส ฝุ่นละออง หรืออากาศเปลี่ยน หลอดลมจะเกิดการหดเกร็งและมีเสมหะปริมาณมาก การพ่นยาและการดูดเสมหะจึงเป็นการช่วยเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง เพื่อให้เด็กสามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้อย่างปกติและป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อปอดได้รับความเสียหายจากการขาดออกซิเจน

คำแนะนำจากคุณหมอ: การพ่นยาตามแพทย์นัดเป็นการควบคุมโรคให้สงบ ไม่ให้อาการกำเริบจนต้องนอนโรงพยาบาล เด็กส่วนใหญ่ที่มีอาการหอบจากภูมิแพ้หรือหลอดลมไว เมื่อโตขึ้นขนาดของหลอดลมจะใหญ่ขึ้นและระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ทำให้อาการดีขึ้นและหายขาดได้เมื่อเข้าสู่วัยเรียน

ขั้นตอนการดูแลและพ่นยา ดูดเสมหะที่บ้านอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

การดูแลเด็กที่มีภาวะไอหอบและมีเสมหะเหนียวข้นที่บ้านอย่างถูกสุขลักษณะ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้เด็กฟื้นตัวได้รวดเร็วและลดความจำเป็นในการไปห้องฉุกเฉิน ผู้ปกครองควรปฏิบัติิอย่างเคร่งครัดตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • จัดเตรียมอุปกรณ์การพ่นยาให้พร้อมและสะอาดอยู่เสมอ ล้างมือให้สะอาดก่อนเตรียมยาและหน้ากากพ่นยา (Face Mask) ทุกครั้ง
  • จัดให้เด็กอยู่ในท่านั่งหรือกึ่งนั่งกึ่งนอน เพื่อช่วยให้กระบังลมขยายตัวได้ดีและช่วยให้ยาสูดเข้าสู่ปอดลึกที่สุด
  • ครอบหน้ากากให้แนบสนิทกับใบหน้าของเด็ก โดยคลุมทั้งจมูกและปาก ไม่ให้มีช่องว่าง เพื่อป้องกันยาฟุ้งกระจายออกด้านนอก
  • สังเกตจังหวะการหายใจของเด็กขณะพ่นยา จนกระทั่งละอองยาหมด ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณหนาทีถึงสิบนาที
  • ภายหลังการพ่นยาเสร็จสิ้น จำเป็นต้องให้เด็กบ้วนปากและดื่มน้ำสะอาดตามทันที เพื่อล้างคราบยาที่ตกค้างในช่องปาก ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดเชื้อราในปากและอาการเสียงแหบ
  • สำหรับการดูดเสมหะ ควรทำเมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น เด็กมีเสมหะในคอมากหายใจมีเสียงคร่อกแคร่ก ดูดนมลำบาก หรือหลังพ่นยาขยายหลอดลมเพื่อให้เสมหะที่หลุดออกมาถูกกำจัดออกไปได้ง่ายขึ้น
  • การใช้ลูกยางแดงหรือเครื่องดูดเสมหะไฟฟ้า ต้องทำด้วยความนุ่มนวล หลอดดูดหรือปลายสายยางต้องไม่สอดลึกเกินไปเพื่อไม่ให้เยื่อบุทางเดินหายใจบอบช้ำหรือมีเลือดออก

สิ่งสำคัญที่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลเด็กไอหอบ

การจัดการอาการที่บ้านต้องอาศัยความระมัดระวังอย่างสูง เนื่องจากเด็กเล็กมีความเปราะบางสูงมาก ผู้ปกครองจึงต้องตระหนักถึงสิ่งปฏิบัติที่ถูกต้องและข้อห้ามที่ไม่ควรทำอย่างเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามหยุดยาพ่นป้องกันการอักเสบของลูกเองตามอำเภอใจ แม้ว่าเด็กจะอาการดีขึ้นไม่มีหอบแล้วก็ตาม เพราะจะทำให้หลอดลมกลับมาอักเสบซ้ำและเกิดอาการหอบรุนแรงฉับพลันได้
  • สิ่งที่ควรทำ: เพิ่มความชุ่มชื้นในร่างกายให้แก่เด็กด้วยการให้ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ หรือดื่มนมในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยละลายเสมหะให้มีความเหนียวลดลงและขับออกได้ง่ายขึ้น รักษาบรรยากาศภายในห้องให้ปลอดโปร่ง ปราศจากควันบุหรี่ ฝุ่นละออง ไรฝุ่น และกลิ่นฉุน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นหลอดลมตีบ
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามซื้อยาละลายเสมหะหรือยาแก้ไอกดอาการให้เด็กกินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่าสองปี เนื่องจากยาแก้ไอระงับอาการไออาจทำให้เสมหะคั่งค้างอยู่ในหลอดลมและปอดมากขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะปอดอตามมาได้ นอกจากนี้ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กที่มีไข้เด็ดขาด เพื่อป้องกันกลุ่มอาการรายส์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่อตับและสมอง

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาเด็กไปพบแพทย์ทันที

แม้ผู้ปกครองจะดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดที่บ้านแล้วก็ตาม แต่หากพบอาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณวิกฤตที่ต้องรีบพาเด็กไปโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉินโดยด่วน

  • อาการหอบเหนื่อยรุนแรง หายใจลำบาก หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ไหปลาร้าบุ๋ม หรือท้องกระเพื่อมอย่างเห็นได้ชัด
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึ่งแสดงถึงภาวะร่างกายขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง
  • เด็กมีอาการซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือมีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกนานเกินหกชั่วโมง
  • มีไข้สูงลอยเกินสามร้อยแปดสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ยอมลดแม้ว่าจะเช็ดตัวและกินยาลดไข้ตามขนาดที่แพทย์กำหนดแล้ว
  • อาเจียนพุ่งทุกครั้งที่ดื่มน้ำหรือกินนม ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือยาพ่นทางปากได้ตามปกติ

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เด็กกลับมามีอาการไอหอบซ้ำ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลสุขภาพระยะยาว ผู้ปกครองสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการสร้างสุขอนามัยที่ดี ล้างมือให้เด็กบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุดเพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานตามธรรมชาติ จัดหาอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ และที่สำคัญคือการพาเด็กเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี รวมถึงวัคซีนเสริมอื่นๆ ตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ เพื่อลดความรุนแรงของการติดเชื้อทางเดินหายใจที่อาจไปกระตุ้นอาการหอบกำเริบ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down