ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกพ่นยาดูดเสมหะบ่อยจนแม่กังวล คลินิกนัดถี่แบบนี้เป็นการเลี้ยงไข้หรือเปล่า

คุณแม่หลายท่านมักมีความกังวลใจเมื่อพาลูกน้อยไปรักษาที่คลินิกหรือโรงพยาบาล แล้วพบว่าแพทย์นัดติดตามอาการบ่อยครั้ง หรือมีการพ่นยาและดูดเสมหะต่อเนื่องหลายวัน จนเกิดคำถามในใจว่า ลูกพ่นยาดูดเสมหะบ่อยจนแม่กังวล คลินิกนัดถี่แบบนี้เป็นการเลี้ยงไข้หรือเปล่า ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ขออธิบายให้คลายความสงสัยว่า ในทางการแพทย์เด็ก การที่เด็กเล็กป่วยและต้องพ่นยาหรือดูดเสมหะถี่ๆ ในช่วงที่โรคกำลังกำเริบนั้น มีเหตุผลทางการแพทย์ที่อธิบายได้จากธรรมชาติของโรคระบบทางเดินหายใจ ไม่ใช่การพยายามยืดเยื้อการรักษาแต่อย่างใด

ธรรมชาติของโรคทางเดินหายใจในเด็กเล็กและสาเหตุที่ต้องพ่นยาบ่อย

ระบบทางเดินหายใจของทารกและเด็กเล็กมีความบอบบางและมีขนาดเล็กมาก หลอดลมยังตีบแคบได้ง่าย เมื่อเกิดการติดเชื้อไวรัส เช่น เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus - RSV) หรือเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza) จะทำให้เยื่อบุหลอดลมบวมอักเสบ มีการสร้างเสมหะหรือเมือกออกมาจำนวนมาก กลไกการไอของเด็กเล็กยังไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะขับเสมหะเหนียวข้นเหล่านี้ออกมาได้เอง

การพ่นยาขยายหลอดลม (Bronchodilator) หรือการพ่นยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ จะช่วยลดอาการบวมเกร็งของกล้ามเนื้อหลอดลม ทำให้หลอดลมขยายตัว และช่วยให้เสมหะที่เหนียวข้นหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น ส่วนการดูดเสมหะ (Suction) เป็นการช่วยเคลียร์ทางเดินหายใจส่วนบน เพื่อให้เด็กหายใจได้โล่งขึ้น ป้องกันภาวะพร่องออกซิเจน อย่างไรก็ตาม ฤทธิ์ของยาพ่นขยายหลอดลมมักจะอยู่ได้ประมาณสี่ถึงหกชั่วโมงเท่านั้น เมื่อยาหมดฤทธิ์ อาการหอบเหนื่อยหรือเสมหะที่คั่งค้างจึงกลับมาอีก ทำให้ในช่วงที่โรคอยู่ในระยะวิกฤต แพทย์จึงมีความจำเป็นต้องนัดมาพ่นยาซ้ำทุกวันหรือวันละหลายครั้ง เพื่อประเมินอาการและช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด

ไขข้อข้องใจ: คลินิกนัดถี่เป็นการเลี้ยงไข้จริงหรือไม่

คำว่า เลี้ยงไข้ ในความเข้าใจของประชาชนหมายถึงการจงใจรักษาให้หายช้า เพื่อให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์บ่อยและเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่ในทางการแพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์ โรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก เช่น โรคหลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis) หรือโรคหอบหืดกำเริบ (Asthma Exacerbation) มีช่วงเวลาที่เรียกว่า พีค (Peak) ของโรค ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่สามถึงวันที่ห้าของการป่วย

ในระยะนี้ อาการของเด็กสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง จากเด็กที่ดูร่าเริงอาจกลับมามีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หรือออกซิเจนในเลือดต่ำลงอย่างกะทันหัน การที่แพทย์นัดถี่จึงเป็นมาตรฐานความปลอดภัย (Standard of Care) เพื่อติดตามอัตราการหายใจ ฟังเสียงปอด และปรับแผนการรักษาให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายของเด็กในแต่ละวัน ไม่ได้เกิดจากเจตนาอื่น

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณแม่มีความไม่สบายใจเรื่องค่าใช้จ่ายหรือสงสัยในแนวทางการรักษา สามารถพูดคุยและสอบถามเหตุผลจากแพทย์ผู้ดูแลได้โดยตรง แพทย์ยินดีอธิบายเป้าหมายการรักษาและเกณฑ์ในการพ่นยาแต่ละครั้งให้เข้าใจอย่างโปร่งใส

สัญญาณอันตรายที่ต้องพาลูกกลับไปพบแพทย์ก่อนกำหนด

แม้ว่าแพทย์จะนัดหมายในวันพรุ่งนี้ แต่หากระหว่างอยู่ที่บ้านเด็กมีอาการเปลี่ยนแปลงในทางที่แย่ลง ผู้ปกครองต้องรีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด ได้แก่

  • หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง หายใจมีเสียงดังหวีด หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือไหปลาร้าบุ๋ม
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้าเปลี่ยนเป็นสีเขียว (Cyanosis) ซึ่งแสดงถึงภาวะขาดออกซิเจน
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือไม่ยอมดูดนมและน้ำ
  • มีไข้สูงต่อเนื่องเกินสามวัน หรือไข้กลับมาสูงอีกครั้งหลังจากที่เคยลดไปแล้ว
  • มีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงมากหรือไม่อัสสาวะเลยนานกว่าหกชั่วโมง

วิธีดูแลรักษาและการป้องกันเพื่อลดความถี่ในการป่วย

การดูแลรักษาเด็กที่ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ นอกเหนือจากการพ่นยาและการดูดเสมหะที่คลินิกแล้ว การดูแลต่อเนื่องที่บ้านมีความสำคัญอย่างยิ่ง

  • การให้น้ำอุ่นหรือนมในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้เสมหะในคอเจือจางลงและขับออกได้ง่ายขึ้น
  • การทำความสะอาดโพรงจมูกด้วยน้ำเกลือหยอดจมูก (Normal Saline Solution) เพื่อช่วยลดน้ำมูกที่ไหลลงคอและลดการเกิดเสมหะ
  • การจัดท่าให้เด็กนอนศีรษะสูงเล็กน้อย เพื่อช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้หลอดลมตีบ เช่น ควันบุหรี่ ควันธูป ฝุ่นละออง หรืออากาศที่เย็นจัดจากเครื่องปรับอากาศ

สำหรับการป้องกันในระยะยาว ควรสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ นอกจากนี้การรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามกำหนดและวัคซีนเสริมอื่นๆ ตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ สามารถช่วยลดความรุนแรงของโรคและการนอนโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาละลายเสมหะหรือยาแก้ไอให้เด็กกินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่าสองปี เนื่องจากยาบางชนิดอาจทำให้เด็กไม่สามารถขับเสมหะออกมาได้เอง และส่งผลให้เสมหะอุดตันทางเดินหายใจจนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

สรุปแนวปฏิบัติสำหรับผู้ปกครอง

การที่ลูกต้องพ่นยาและดูดเสมหะบ่อยครั้ง พร้อมกับการนัดหมายที่ถี่ของคลินิก เป็นกระบวนการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์เพื่อความปลอดภัยของตัวเด็กเองในช่วงที่โรคทางเดินหายใจกำลังกำเริบ ผู้ปกครองควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และหากมีข้อสงสัยควรปรึกษากุมารแพทย์ผู้ดูแลเพื่อความสบายใจและประโยชน์สูงสุดของลูกน้อย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down