ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความกังวลของพ่อแม่เมื่อทารกท้องป๋องและถ่ายอุจจาระมีเลือดปน

ภาวะที่ทารกมีอาการท้องป๋อง ท้องอืด ท้องกางร่วมกับมีเลือดปนในอุจจาระ ถือเป็นสัญญาณเตือนทางการแพทย์ที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรนิ่งนอนใจอย่างเด็ดขาด เนื่องจากระบบทางเดินอาหารของทารกวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มสมบูรณ์ ผิวเยื่อบุลำไส้มีความเปราะบางสูงมาก อาการเหล่านี้อาจเป็นเพียงความผิดปกติเล็กน้อยจากการแพ้อาหาร แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นอาการแสดงของโรคในระบบทางเดินอาหารที่มีความรุนแรงและต้องได้รับการวินิจฉัยรวมถึงการรักษาจากกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินอาหารอย่างเร่งด่วน

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการท้องป๋องและอุจจาระมีเลือดปนในทารก

อาการท้องป๋องเกิดจากการที่มีแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารและลำไส้ปริมาณมาก หรือมีภาวะลำไส้บวมอักเสบจนทำให้การเคลื่อนตัวของลำไส้ผิดปกติ ส่วนอาการถ่ายอุจจาระมีเลือดปนนั้นเกิดจากเยื่อบุลำไส้ถูกทำลายจนมีเส้นเลือดฝอยฉีกขาด สาเหตุหลักที่พบได้บ่อยในทางการแพทย์ประกอบด้วย:

  • การแพ้โปรตีนนมวัว (Cow Milk Protein Allergy): พบได้บ่อยที่สุดในทารกที่ดื่มนมผสม หรือทารกที่กินนมแม่แต่แม่รับประทานผลิตภัณฑ์จากนมวัว โปรตีนแปลกปลอมเหล่านี้จะไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในลำไส้ของทารก ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ท้องอืด ท้องป๋อง และมีเลือดสดหรือมูกเลือดปนในอุจจาระ
  • ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception): เป็นภาวะฉุกเฉินทางศัลยกรรมที่พบบ่อยในทารกอายุระหว่างหกเดือนถึงสามปี เกิดจากการที่ลำไส้ส่วนหนึ่งมุดเข้าไปในลำไส้ใหญ่อีกส่วนหนึ่ง ทำให้เกิดการอุดตัน เลือดไปเลี้ยงไม่สะดวก จนอุจจาระออกมามีลักษณะคล้ายเจลลี่ลูกเกดหรือมีเลือดปนร่วมกับอาการปวดท้องรุนแรงและท้องป๋อง
  • การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสในทางเดินอาหาร: เชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อแบคทีเรีย ซาลโมเนลลา หรือแคมไพโลแบคเตอร์ สามารถสร้างสารพิษที่ทำลายเยื่อบุลำไส้ ทำให้ลำไส้อักเสบ บวม มีแก๊สในท้องมาก และมีเลือดปนมากับอุจจาระเหลว
  • รอยแยกที่ทวารหนัก (Anal Fissure): เกิดจากอาการท้องผูกเรื้อรัง ทำให้เวลาทารกเบ่งอุจจาระก้อนแข็งเกิดแผลฉีกขาดบริเวณผิวหนังรอบทวารหนัก มักพบเลือดสดๆ ติดอยู่บริเวณ ภายนอกของอุจจาระ

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและการจัดการตามอาการ

การใช้ยาในทารกที่มีอาการท้องป๋องและถ่ายมีเลือดปนนั้น ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและสั่งจ่ายโดยกุมารแพทย์เท่านั้น ห้ามหาซื้อยามาให้ทารกรับประทานเองอย่างเด็ดขาด โดยกลุ่มยาหลักที่แพทย์อาจพิจารณาใช้ตามสาเหตุมีความ ละเอียด ดังนี้:

  • ยากลุ่มลดแก๊สและขับลม (Antiflatulent Drugs): เช่น ยาไซเมทิโคน (Simethicone) ในรูปแบบหยดสำหรับเด็ก เพื่อช่วยลดแรงตึงผิวของฟองแก๊สในทางเดินอาหาร ช่วยให้แก๊สรวมตัวกันได้ง่ายขึ้นและขับออกได้สะดวก ลดอาการท้องป๋องและแน่นท้อง
  • ยาปรับการทำงานของลำไส้ (Prokinetics): แพทย์อาจพิจารณาใช้ในกรณีที่ลำไส้เคลื่อน ไหว ช้า เพื่อช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ให้เป็นปกติ
  • ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): จะใช้ก็ต่อเมื่อผลการตรวจอุจจาระยืนยันชัดเจนว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดที่จำเป็นต้องได้รับยาฆ่าเชื้อเท่านั้น
  • อาหารสูตรพิเศษทางการแพทย์: ในกรณีที่วินิจฉัยว่าเกิดจากการแพ้โปรตีนนมวัว แพทย์จะแนะนำให้เปลี่ยนนมเป็นสูตรโปรตีนย่อยอย่างละเอียด (Extensively Hydrolyzed Formula) หรือสูตรกรดอะมิโนอิสระ (Amino Acid-Based Formula)
คำแนะนำจากคุณหมอ: การรักษาหลักของการแพ้โปรตีนนมวัวไม่ใช่การให้ยา แต่เป็นการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้อย่างเคร่งครัด หากคุณแม่ให้นมบุตรจะต้องงดผลิตภัณฑ์จากนมวัว นมถั่วเหลือง ไข่ และแป้งสาลีในอาหารของตนเองร่วมด้วย

ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัยสำหรับทารก

เนื่องจากน้ำหนักตัวและระบบการเผาผลาญของทารกมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างมาก การคำนวณขนาดยาจึงต้องอาศัยสูตรคำนวณตามน้ำหนักตัว (มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวกิโลกรัม) โดยแพทย์หรือเภสัชกรจะเป็นผู้กำหนดปริมาณที่แน่นอน

  • ยาหยดลดแก๊ส (Simethicone Drop): โดยทั่วไปสำหรับทารก มักใช้ตามปริมาณที่ระบุในฉลากยาหรือตามคำสั่งแพทย์ (มักอยู่ที่ประมาณศูนย์จุดสามถึงศูนย์จุดห้าซีซีต่อครั้ง วันละสามถึงสี่ครั้งเวลาที่มีอาการท้องอืด)
  • การใช้อุปกรณ์ตวงยา: ต้องใช้ไซริงค์ (Syringe) หรือหลอดหยดที่มาพร้อมกับ บรรจุภัณฑ์ ของยาเท่านั้น ห้ามใช้ช้อนชาหรือช้อนโต๊ะทั่วไปในการตวงยาเด็ดขาด เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของทารกได้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา

แม้ว่ายาที่ใช้รักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อส่วนใหญ่จะมีความปลอดภัยสูง แต่พ่อแม่ควรสังเกตอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น:

  • อาการแพ้ยา ได้แก่ ผื่นขึ้นตามผิวหนัง หน้าบวม หรือหายใจมีเสียงหวีด
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสียเพิ่มขึ้น อาเจียน หรือซึมลงหลังรับประทานยา
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากทารกมีอาการผิดปกติเหล่านี้หลังได้รับยา ให้หยุดยาและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองในทารกเด็ดขาด

มีกลุ่มยาหลายชนิดที่ห้ามซื้อให้ทารกรับประทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต:

  • ยาแก้ท้องเสียประเภทลดการบีบตัวของลำไส้ (Anti-motility drugs): เช่น ยาโลเพอราไมด์ (Loperamide) ห้ามใช้ในเด็กเล็กเด็ดขาด เพราะจะทำให้ลำไส้หยุดเคลื่อนไหว เกิดการ คั่ง ค้างของสารพิษและเชื้อโรคในลำไส้ นอก จากนี้ยังทำให้ลำไส้โป่งพองและอาจเกิดภาวะลำไส้ทะลุได้
  • ยาปฏิชีวนะซื้อกินเอง: การซื้อยาฆ่าเชื้อมาให้ลูกกินเองโดยไม่ทราบสาเหตุ นอกจากจะไม่ช่วยรักษาอาการแพ้หรือติดเชื้อไวรัสแล้ว ยังทำให้เกิดเชื้อดื้อยาและทำลายแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้
  • ยาแอสไพริน (Aspirin): ห้ามใช้ในทารกและเด็กเล็กเด็ดขาดเนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) ซึ่งมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

หากทารกมีอาการท้องป๋องและถ่ายมีเลือดปน ร่วมกับอาการเหล่านี้ พ่อแม่ต้องพาไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลโดยด่วน:

  • อาเจียนพุ่งเป็นสีเขียวหรือสีเหลืองเขียว
  • ร้องกวนโยเย งอแขาเข้าหาหน้าอกเป็นพักๆ จากอาการปวดท้องรุนแรง
  • ซึมมาก ไม่ยอมดูดนม ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่มีปัสสาวะเลยนานเกินหกชั่วโมง
  • ไข้สูงมาก หายใจหอบเหนื่อย หรือมีอาการชัก
  • อุจจาระมีลักษณะเป็นเลือดสดปนเมือกใสคล้ายเยลลี่ลูกเกด

วิธีป้องกันและการดูแลสุขภาพลำไส้ทารกในระยะยาว

การป้องกันปัญหาระบบทางเดินอาหารในทารกสามารถทำได้โดยการส่งเสริมภูมิคุ้มกันตั้งแต่แรกเกิด สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียวๆ อย่างน้อยหกเดือนเพราะนมแม่มีสารภูมิต้านทานที่ช่วยปกป้องเยื่อบุลำไส้ สำหรับคุณแม่ที่ให้นมบุตรควรสังเกตว่าอาหารชนิดใดที่รับประทานแล้วลูกมีอาการผิดปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารนั้นอย่างเหมาะสม และควรปรึกษากุมารแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มให้อาหารเสริมตามวัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down