ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทารกท้องป๋องร่วมกับอาเจียนพุ่งเป็นสีเขียว สัญญาณวิกฤตที่ต้องพบแพทย์ทันที

อาการทารกท้องป๋องร่วมกับอาเจียนพุ่งเป็นสีเขียวถือเป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์สูงสุดในทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องระบบทางเดินอาหารทั่วไป เช่น ท้องอืดหรือแหวะนมธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงความผิดปกติร้ายแรงในช่องท้อง เช่น ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception) ภาวะลำไส้บิดหมุนผิดปกติ (Malrotation with Midgut Volvulus) หรือภาวะลำไส้อุดตันแต่กำเนิด (Intestinal Obstruction) ซึ่งหากปล่อยไว้ช้าอาจนำไปสู่ภาวะลำไส้เน่าตายและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาเจียนพุ่งที่เป็นสีเขียว (Bile-stained Vomitus) ถือเป็นธงแดงทางการแพทย์ (Red Flag) ห้ามรอสังเกตอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะอาจต้องได้รับการผ่าตัดฉุกเฉิน

กลไกการเกิดโรคและสาเหตุสำคัญของอาการท้องป๋องร่วมกับอาเจียนพุ่งสีเขียว

สีเขียวในอาเจียนของทารกคือน้ำดี (Bile) ซึ่งเป็นของเหลวที่ผลิตจากตับและถูกปล่อยลงสู่ลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenum) การที่ทารกอาเจียนพุ่งออกมาเป็นสีเขียวแสดงว่ามีการอุดตันของทางเดินอาหารที่อยู่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ท่อน้ำดีเปิดเข้าสู่ลำไส้ หากตำแหน่งการอุดตันอยู่สูง จะทำให้เกิดแรงดันสะสมจนทารกอาเจียนพุ่งออกมาอย่างรุนแรง ร่วมกับอาการท้องป๋อง (Abdominal Distension) เนื่องจากมีลมและของเหลวคั่งค้างอยู่ในทางเดินอาหารส่วนต้น

สาเหตุที่พบบ่อยในทางการแพทย์ ได้แก่

  • ภาวะลำไส้บิดหมุนผิดปกติร่วมกับลำไส้พันกัน (Malrotation with Midgut Volvulus): เป็นภาวะฉุกเฉินที่พบได้บ่อยในทารกช่วงสัปดาห์แรกหรือเดือนแรกของชีวิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงลำไส้ไม่พอและเกิดการอุดตันอย่างรุนแรง
  • ภาวะลำไส้อุดตันแต่กำเนิด (Congenital Intestinal Atresia or Stenosis): ความผิดปกติของการพัฒนาการทางเดินอาหารตั้งแต่ในครรภ์
  • โรคหิร์ชสปรุง (Hirschsprung Disease): ภาวะที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายไม่มีเซลล์ประสาทมาเลี้ยง ทำให้ลำไส้ไม่สามารถบีบตัวและขับอุจจาระได้ เกิดการอุดตัน ท้องป๋อง และอาเจียน
  • ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception): มักพบในทารกอายุ 3 ถึง 12 เดือน โดยลำไส้ส่วนหนึ่งมุดเข้าไปในลำไส้อีกส่วนหนึ่ง ทำให้เกิดการอุดตันและขาดเลือด

อาการเด่นชัดและลำดับความรุนแรงของโรค

อาการจะเริ่มจากการที่ทารกมีภาวะท้องอืด ท้องป๋องตึง ร้องกวน งอแง และไม่ยอมดูดนม ตามมาด้วยอาการแหวะนมที่เปลี่ยนเป็นอาเจียนพุ่ง (Projectile Vomiting) และมีสีเขียวเขียวปนออกมาอย่างชัดเจน ในระยะต่อมาทารกจะมีอาการซึมลง อุณหภูมิร่างกายอาจไม่คงที่ ไม่ถ่ายอุจจาระหรือผายลม และหากปล่อยให้มีภาวะขาดน้ำและความดันโลหิตต่ำ ทารกจะเข้าสู่ภาวะช็อก ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากพ่อแม่พบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องรีบพาไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

  • อาเจียนพุ่งเป็นสีเขียวหรือสีเหลืองเขียวทุกครั้งหลังให้นม
  • ท้องป๋องตึงแน่น ผิวน้องตึงใสและมีเส้นเลือดขอดเด่นชัด
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยากหรือไม่ยอมดูดนมเลย
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น กระหม่อมบุ๋ม ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงหรือผ้าอ้อมไม่เปียกเลยเกิน 6 ชั่วโมง
  • มีไข้ร่วมกับหน้าท้องแข็งเกร็งหรือร้องกวนเวลาสัมผัสโดนหน้าท้อง
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในกรณีที่มีอาการอาเจียนพุ่งเป็นสีเขียว ห้ามให้ยาลดกรด ยาแก้อาเจียน หรือยาขับลมรับประทานเองเด็ดขาด เพราะจะเป็นการบดบังอาการและทำให้การวินิจฉัยโรคทางศัลยกรรมล่าช้า

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ในโรงพยาบาล

เมื่อทารกมาถึงโรงพยาบาล แพทย์เฉพาะทางด้านกุมารศัลยกรรมและกุมารแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน ได้แก่

  • การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด: ประเมินลักษณะการอาเจียน สีของอาเจียน ระยะเวลา และการขับถ่ายของทารก ร่วมกับการคลำหน้าท้อง
  • การถ่ายภาพรังสีส่วนช่องท้อง (Abdominal X-ray): เพื่อดูระดับการอุดตันของลมและน้ำในลำไส้
  • การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound): ใช้ตรวจหาภาวะลำไส้กลืนกันหรือความผิดปกติของตำแหน่งลำไส้
  • การตรวจเลือด (Blood Tests): เพื่อประเมินภาวะเกลือแร่ในร่างกายเสียสมดุล ภาวะกรดด่างในเลือด และการติดเชื้อ

วิธีรักษาตามหลักการแพทย์

การรักษาภาวะทารกท้องป๋องร่วมกับอาเจียนพุ่งเป็นสีเขียวขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค โดยส่วนใหญ่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของกุมารศัลยแพทย์อย่างใกล้ชิด

  • การงดน้ำและอาหารทางปาก (NPO): เพื่อให้ระบบทางเดินอาหารได้พักผ่อนและป้องกันการสำลัก
  • การใส่สายยางทางจมูกลงสู่กระเพาะอาหาร (Nasogastric Tube): เพื่อระบายลมและของเหลวสีเขียวออกจากกระเพาะอาหาร ลดแรงดันในช่องท้อง
  • การให้สารน้ำและเกลือแร่ทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Fluids): เพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำและรักษาสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย
  • การรักษาด้วยการผ่าตัด (Surgical Treatment): ในกรณีที่มีภาวะลำไส้อุดตัน ลำไส้บิดหมุน หรือลำไส้กลืนกันที่ไม่สามารถดันออกได้ด้วยวิธีสวน แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเพื่อแก้ไขความผิดปกติและตัดเนื้อลำไส้ส่วนที่เน่าตายออกในรายที่มีภาวะแทรกซ้อน

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและขนาดยาอย่างปลอดภัย

การใช้ยาในทารกที่มีภาวะนี้จะเป็นไปตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น โดยไม่มีการใช้ยาเพื่อรักษาอาการหลักโดยตรง แต่จะเป็นการให้ยาเพื่อประคับประคองอาการ ได้แก่

  • ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำในกรณีที่มีความเสี่ยงของการติดเชื้อในช่องท้องหรือภาวะลำไส้เน่าตาย โดยขนาดยาจะถูกคำนวณตามน้ำหนักตัวของทารกอย่างแม่นยำโดยกุมารแพทย์
  • ยาแก้ปวดและยาระงับความรู้สึก (Analgesics and Sedatives): ใช้ในกรณีที่ทารกต้องได้รับการเตรียมตัวเพื่อเข้ารับการผ่าตัด

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาดในทารก

พ่อแม่ผู้ปกครองต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ห้ามซื้อยาเหล่านี้ให้ทารกกินเองเด็ดขาด

  • ยาขับลมหรือยาลดกรดกลุ่ม Over-the-counter: ห้ามให้เด็กกินยาขับลมหรือยาลดกรดเพื่อหวังผลรักษาอาการท้องป๋อง เพราะจะทำให้เสียเวลาทองในการรักษาโรคทางศัลยกรรม
  • ยาแก้อาเจียนและยาแก้ท้องเสีย: การให้ยาแก้อาเจียนโดยไม่ทราบสาเหตุของการอุดตันในทางเดินอาหาร อาจทำให้ลำไส้ทะลุหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

เช็คลิสต์ด่วนสำหรับพ่อแม่

  • สังเกตสี: หากลูกอาเจียนออกมามีสีเขียวหรือเหลืองเขียว ถือเป็นสัญญาณฉุกเฉินทันที
  • ห้ามรอคอย: ห้ามรอดูอาการที่บ้านเกินหนึ่งชั่วโมง รีบพาไปโรงพยาบาล
  • ห้ามป้อนยา: ห้ามให้ยาลดกรด ยาแก้ท้องอืด หรือยาแก้อาเจียนใดๆ ทั้งสิ้นก่อนพบแพทย์
  • เตรียมข้อมูล: จดบันทึกเวลา ลักษณะ และปริมาณของการอาเจียน รวมถึงลักษณะของอุจจาระเพื่อให้ข้อมูลแก่แพทย์
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down